หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรา

หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรากำลังใจไร้เดียงสาขั้นสุด#หมาน้อยปิงปิง

หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรากำลังใจไร้เดียงสาขั้นสุด#หมาน้อยปิงปิง
เหตุผลที่คนตามหาเทวดาประจำตัวก่อนวัยอันควร #ไม่ต้องรอบารมีเต็ม#ไม่ต้องรอชาติหน้า#ต้องเดี๋ยวนี้#การบายพาสจิตวิญญาณคืออะไร?การเลี่ยงผ่านฝ่ายวิญญาณคือแนวโน้มที่จะข้ามไปยังฝ่ายวิญญาณก่อนเวลาอันควร การเข้าถึงจิตวิญญาณตัวเองในระหว่างที่อายุยังน้อยเพื่อกลับไปเข้าใจและแก้ไขบางสิ่งบางอย่างการเลี่ยงผ่านทางจิตวิญญาณมักเกิดขึ้นเมื่อผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงการจัดการโดยตรงกับความเป็นจริงทางโลกต่างๆ ของตนเอง (อารมณ์ที่ไม่ได้รับการแก้ไข ความทรงจำ และความท้าทายส่วนตัวและชีวิต)#อาการหลุดพ้นทางวิญญาณอาการเบื้องต้นของการเลี่ยงผ่านจิตวิญญาณ (การบายพาส) ได้แก่: เราใช้การเข้าถึงความเชื่อและการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงบาดแผลที่ไม่ได้รับการแก้ไขและความรู้สึกเจ็บปวด เราสมควร ให้อภัยใครบางคนก่อนวัยอันควร แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผล เราประสบกับการแยกตัวอย่างรุนแรงจากการระบุตัวตนของตัวเอง การปราบปรามทางอารมณ์และการทำให้มึนงง ความอดทนอดกลั้นและความเห็นอกเห็นใจ ใครบางคนอย่างไม่สมเหตุสมผลทำให้ดวงวิญญาณของเราเจ็บปวดรวดร้าวและฝังใจ เกินความดีงามต่อผู้อื่นแทนที่จะพัฒนาความลึกทางอารมณ์และความถูกต้อง เรามุ่งเน้นเน้นบวกมากเกินไป อย่างไม่สมเหตุสมผล การแสดงความโกรธ – ความหวาดกลัวที่ความโกรธสับสนกับการรุกรานและเจตนาไม่ดี ที่กล่าวมานี้เป็นผลให้คนที่เดินผ่านทางเลี่ยง ไม่ต้องการรู้จักตัวตนภายในมักจะทำงานเพื่อสร้างจิตวิญญาณของพวกเขาจากภายนอกสู่ภายในแทนที่จะทำอย่างอื่น #ดังนั้นพวกเขาพยายามที่จะประจักษ์ที่คาดว่าผลกระทบของการพัฒนาด้านจิตวิญญาณของพวกเขาเช่นความรักความเมตตาความอดทน, ความรัก, การเคารพผู้อื่น ฯลฯเหตุใดพวกเราหลายคนจึง หันกลับเข้ามาใส่ใจสนใจการบายพาสจิตวิญญาณก่อนวัยอันควร#โลกที่เราสร้างขึ้นมาทำให้เราหวาดกลัว#โครงการสมัยใหม่แห่งการค้นพบศักยภาพอันไร้ขอบเขตของการกำหนดตนเอง และการตระหนักรู้ในตนเองและการเติบโตได้สร้างโครงสร้างทางสังคมที่บีบรัดอย่างมาก เราสับสนกับข้อมูล หาหลักไม่พบ เราค่อยๆ ยอมรับความจริงอันมืดมิดของความพยายามของเราในการพัฒนาโลก เราได้ตระหนักถึงผลกระทบของการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาที่มีต่อโลกของเราและคนรุ่นต่อไป หาที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณการขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ (โค้ชชีวิต นักบำบัด ฯลฯ) ไม่ได้สะท้อนถึงตัวคุณในทางไม่ดี มีหลายสิ่งที่คุณไม่สามารถทำหรือบรรลุโดยลำพังได้ตลอดเวลา และจิตวิญญาณ/การพัฒนาตนเองและการเติบโตเป็นหนึ่งในมิติที่สำคัญในชีวิต#?????????วิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น
ธรรมชั้นครู ๗/๑/๖๙ #บันทึกโดยแม่ครูน้อย สภาวะ ที่ “#จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง” หมายถึง การที่ดวงจิตถูกสะสมด้วยคลื่นความถี่ต่ำและข้อมูลลบ (Toxic คลื่น) มายาวนานจนกลายเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยขัดขวางความเจริญของชีวิต นี่คือลักษณะของสภาวะนี้และวิธี “ชุบพลังใหม่” ให้กลับมาเป็นปกติ1. สัญญาณที่บอกว่า “จิตไร้สำนึก” ของเราเริ่มเสีย#ทำผิดซ้ำซาก: แม้ใจจะรู้ว่าไม่ดี แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ทำเรื่องเดิมๆ เช่น ผิดสัจจะบ่อยครั้ง หรือเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณ ดึงดูดแต่เรื่องร้าย: จิตที่เสียจะส่งคลื่นความถี่ต่ำออกไปดึงดูดวิบากกรรมลบ ทำให้ เงินหนี เจอแต่อุปสรรค และคนโกงเข้ามาในชีวิตอาการ “#ญาณบอด” รุนแรง: ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ มักจะมองความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์เป็นการตำหนิจนเกิดอาการ #เกลียดครูเพราะครูรู้ทัน ร่างกายรับผลกระทบ: มีอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออึดอัดแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ #พลังยัน 2. #สาเหตุที่ทำให้จิตไร้สำนึกเสียการเพ่งโทษและนินทา: การเก็บเอาขยะพลังงานของผู้อื่นมาไว้ในจิตตนเองเป็นเวลานานการอกตัญญูและดูถูกครู: เป็นการทำลายโครงสร้างพลังงานที่สะอาดในดวงจิตอย่างรุนแรงการบันทึกอารมณ์ลบก่อนนอน: ทำให้จิตใต้สำนึกนำเรื่องร้ายไปขยายผลตลอดทั้งคืน 3. วิธีซ่อมแซมและ “ชุบพลังใหม่”แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า แม้จิตจะเสียเพียงใด ก็สามารถกู้คืนได้ในปี 2026 ด้วยกระบวนการนี้ขออโหสิกรรมถอนรากถอนโคน: ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่…
#เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า เด็กๆ #ทั้งหลายเป็นผู้สร้างโลกเธอไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า ‘เป็นเด็กวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า’ เหมือนที่เขาพูดๆ กัน มันไม่มีความหมายอะไรนัก ธรรมดามันก็เป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้ว#เธอรู้จักตัวเองน้อยเกินไปจึงไม่รู้จักข้อนี้#ไม่รู้ถึงเกียรติอันสูงสุดว่าเป็นผู้สร้างโลก…โลกนี้ทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ด้วยมนุษย์ทั้งหมด มนุษย์ทั้งหมดเป็นอย่างไรโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น เด็กทุกคนจะเป็นมนุษย์ทุกคนในอนาคตในโลก โลกจึงเป็นอย่างที่พวกเธอทุกคนเป็นในขณะนั้น หรือจะทำให้มันเป็นในขณะนั้นเธอจึงเตรียมตัวเป็นคนดี เพื่อโลกมันจะเป็นโลกที่ดีมีค่า และสวยสดงดงาม ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แล้วจะเป็นโลกที่มีสันติสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน ไม่มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายอันโสมมเหมือนที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ในเวลานี้#นี่เห็นไหมเธอทั้งหลายสามารถสร้างโลกพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นมาได้ ในเมื่อเธอทั้งหลายเป็นคนดีมีศีลธรรมที่เธอควรจะตั้งต้นกันเสียแต่บัดนี้ ศีลธรรมนั้นสรุปเป็นหัวข้อเพียง ๓ ข้อข้อที่ ๑ คือ #รักผู้อื่น – ผู้อื่นทั้งหลายถ้าเธอมองดูสักนิดจะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายกันกับเรา มันมีใครเล่าที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันก็เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน มีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ทนทุกขเวทนาอย่างเดียวกัน เราจึงถือว่าเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ครั้นรักผู้อื่นแล้วก็จะหมด #ความเห็นแก่ตัว อันเป็นสิ่งเลวร้ายทำลายโลก เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจจะฆ่าใคร ไม่อาจจะทำอันตรายใครเธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจลักขโมยคดโกงใครเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะล่วงละเมิดของรักของใคร่ของใครในทุกระดับ ตั้งแต่ของรักอย่างธรรมดาจนของรักสูงสุดในเรื่องบุตรภรรยาเป็นต้นเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะโกหกพูดเท็จหลอกล่วงใครเพื่อเอาประโยชน์ของเขามาเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะเสพของมึนเมาให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ให้รำคาญแก่ผู้อื่นให้รำคาญแก่บิดามารดา ดังที่รำคาญกันอยู่ในเมื่อบุตรหลานเป็นผู้ติดยาเสพติดเมื่อรักผู้อื่นแล้วโลกนี้ก็จะมีแต่ความเมตตา กรุณา ช่วยเหลือกันฉันท์มิตรทุกทั่วหน้า…
การอยู่ในวงของการกระทำซ้ำ ๆ นั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ไม่รู้ การรู้ว่าเราอยู่ในวงของรูปแบบการคิดซ้ำ ๆ เป็นปัญหาเพราะจนกว่าเราจะตระหนักถึงรูปแบบที่เราจะติดอยู่ในวงเดียวกันอย่างไม่มีกำหนด การทำลายรูปแบบไม่ใช่จุดจบของเกมอย่างที่คุณจะวนซ้ำในที่สุด #ดังนั้นจงระวังการวนซ้ำและแก้ไขกระบวนการคิดไปสู่สภาวะจิตใจที่เหมาะสมที่สุดของคุณ คิดดี รู้สึกดี ชีวิตดี
๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่” คือบ่วงกรรมที่ละเอียดและแก้ยากที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมหรือผู้มีญาณบารมี ในทางพลังงานและคำสอนของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้ส่งผลเสียต่อ “ธาตุรู้” ดังนี้ 1. สูญเสีย “สัจจะธรรม” (Truth) เมื่อมีเจ้าภาพรายใหญ่ที่สนับสนุนปัจจัยจำนวนมาก จิตจะเริ่มเกิด ความเกรงใจ จนไม่กล้าชี้แนะข้อบกพร่องหรือกรรมของเขาอย่างตรงไปตรงมา เราจะเริ่ม “พยากรณ์” หรือ “ชี้นำ” ในทางที่เขาอยากฟังเพื่อรักษาความสัมพันธ์ (และทุนทรัพย์) ผลคือ: ญาณบารมีจะเริ่มคลาดเคลื่อนและกลายเป็น “อุปาทาน” เพราะใจไม่ว่างและไม่เป็นกลาง 2. การแบก “วิบากกรรม” ของเจ้าภาพ ในทางพลังงาน หากเรารับเงินก้อนใหญ่มาเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ โดยที่ใจคุณ “ยึดติด” ในตัวบุคคลนั้น: เรากำลังดึงเอา กระแสกรรม ของเจ้าภาพมาผูกไว้กับตนเอง หากเงินนั้นได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ หรือเจ้าภาพทำบุญเพื่อหวังอำนาจ/ชื่อเสียง พลังงานลบเหล่านั้นจะเข้ามากดทับสถานปฏิบัติธรรมหรือตัวเราทำให้ปฏิบัติธรรมได้ยากขึ้น 3. จิตรั่วไหล (Energy Leak) เราจะเสียพลังงานไปกับการ “เอาใจ” และ “พะวง” ถึงเจ้าภาพรายใหญ่มากกว่าการแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์อย่างเท่าเทียม ความสงบภายในจะหายไป…
มนุษย์ อมนุษย์ เทวดา หรือดวงจิตใดๆและสัตว์ทั้งหลาย ประกอบด้วย #วิญญาณเรียนตัวเอง ก็ต้องเรียน จิต+วิญญาณ= #ตัวสร้างเงื่อนสร้างปมคุยกันก็ต้องคุยเรื่องที่มันถูกจุดอย่านำเรื่อง จิต+วิญญาณ ไปหาช่องทางรวยเราขยันไหมล่ะ ?มีปัญญาหาเงินไหมละ?พูดมากกว่าทำไหมล่ะ?อาศัยจักรวาลเสกรวยอย่างเดียวไหมล่ะ?ประการสำคัญ #กลัว มากไปหรือเปล่าล่ะ?แรงบันดาลใจ กำลังใจ #มีพอไหมล่ะ?คบกับคนแบบไหนล่ะ?แต่ละวันคุยเรื่องอะไรกันบ้างล่ะ? ฝึกตัวเองให้คล่องก่อนจึงจะอาศัย (จิต) ม้าเร็วขี่ได้ถ้าเรียนตัวเอง #ยังไม่รอดอย่าเพิ่งไปรู้อะไรมากมันจะ งงเงินทอง ก็บอกเป็นของนอกกายใครที่เก่งก็หาได้ ไม่มีก็ยืมได้#แต่เรื่องจิตใจให้ยืมกันไม่ได้บอกได้อย่างเดียวเอาไม่เอา ขึ้น อยู่ที่เราเอง