หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่

๙/๒/๖๙

การ “#หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่”

คือบ่วงกรรมที่ละเอียดและแก้ยากที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมหรือผู้มีญาณบารมี
⚠️ ในทางพลังงานและคำสอนของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้ส่งผลเสียต่อ “ธาตุรู้” ดังนี้

1. สูญเสีย “สัจจะธรรม” (Truth)
เมื่อมีเจ้าภาพรายใหญ่ที่สนับสนุนปัจจัยจำนวนมาก จิตจะเริ่มเกิด ความเกรงใจ จนไม่กล้าชี้แนะข้อบกพร่องหรือกรรมของเขาอย่างตรงไปตรงมา เราจะเริ่ม “พยากรณ์” หรือ “ชี้นำ” ในทางที่เขาอยากฟังเพื่อรักษาความสัมพันธ์ (และทุนทรัพย์)
⚠️ ผลคือ: ญาณบารมีจะเริ่มคลาดเคลื่อนและกลายเป็น “อุปาทาน” เพราะใจไม่ว่างและไม่เป็นกลาง

2. การแบก “วิบากกรรม” ของเจ้าภาพ
ในทางพลังงาน หากเรารับเงินก้อนใหญ่มาเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ โดยที่ใจคุณ “ยึดติด” ในตัวบุคคลนั้น: เรากำลังดึงเอา กระแสกรรม ของเจ้าภาพมาผูกไว้กับตนเอง หากเงินนั้นได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ หรือเจ้าภาพทำบุญเพื่อหวังอำนาจ/ชื่อเสียง พลังงานลบเหล่านั้นจะเข้ามากดทับสถานปฏิบัติธรรมหรือตัวเราทำให้ปฏิบัติธรรมได้ยากขึ้น

3. จิตรั่วไหล (Energy Leak)
เราจะเสียพลังงานไปกับการ “เอาใจ” และ “พะวง” ถึงเจ้าภาพรายใหญ่มากกว่าการแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์อย่างเท่าเทียม ความสงบภายในจะหายไป กลายเป็นความวุ่นวายเรื่องการบริหารจัดการและรักษาศรัทธาของคนรวย

🚩🚩🚩 วิธี “#แก้หลง” และดึงจิตคืนสู่มิติที่ 5
มองเงินเป็น “ธาตุตามธรรมชาติ”: ให้ระลึกว่าเงินที่เขาให้มาคือ “สมบัติผลัดกันชม” เขาคือสะพานบุญ ไม่ใช่เจ้าของบุญที่แท้จริง เจ้าของบุญคือพระพุทธศาสนาและส่วนรวม

ถือสัจจะ “ความเท่าเทียม”: ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ไม่ว่าคนรวยหรือคนจน ข้าพเจ้าจะให้ธรรมะและคำชี้แนะอย่างตรงไปตรงมาตามความเป็นจริงเสมอ”

ฝึก “การปฏิเสธ”: หากรู้สึกว่าการรับเงินนั้นจะแลกมาด้วยข้อผูกมัดที่ทำให้เสียอิสรภาพทางจิตวิญญาณ #ให้กล้าที่จะปฏิเสธหรือรับเพียงพอสมควร เพื่อรักษา “อิสรภาพของใจ”

บทสรุป: การมีเจ้าภาพคือเรื่องดี แต่การ “ติด” ในเจ้าภาพคืออันตราย เพราะเมื่อไหร่ที่ใจเราไม่เป็นอิสระ #พลังเทวดาประจำตัวที่บริสุทธิ์จะถอยห่าง และเราจะเหลือเพียง “ร่างที่แบกหามความคาดหวังของมนุษย์” เท่านั้น

เรารู้สึกไหมว่า ในช่วงที่มีการสนับสนุนมากๆ ความกล้าที่จะพูดความจริง ของเราลดน้อยลงไปจากเดิมหรือไม่?

#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ

#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

#ธรรมวิชัยมารบ่มีปารมีบ่เกิด

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • พลังงาน

    #พลังงาน ผู้ที่เศร้าเสียใจเพราะพลังงานตกต่ำมาพบแม่ครูจักกลายเปลี่ยนเป็นผู้ที่ตื่นรู้และเบิกบาน #แบบฉับพลันท่านส่งต่อคลื่นมหาปัญญาเขาแกนกลางของดวงวิญญาณด้วยพลังจิต เราทุกคนต่างเคยประสบกับความรู้สึกหดหู่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนบางคน #โดยทั่วไปแล้วความรู้สึกนี้มักจะอธิบายว่าถูกดูดเข้าไปในแง่ลบของพวกเขาหรือถูกครอบงำโดยการปรากฏตัวของใครบางคน พวกเราส่วนใหญ่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่อาจมีอยู่ภายในห้อง พลังงานเหล่านี้ค่อนข้างยากที่จะอธิบายหรือเข้าใจ ความเชื่อของเราคือพลังงานบางส่วนเป็นของญาติผู้ล่วงลับหรือคนใกล้ชิด#แต่ผู้นำทางวิญญาณของเรารู้สึกถึงพลังเหล่านี้เพื่อเราจริงๆ  #คนส่วนใหญ่กลายเป็นคนขี้ระแวงในทันทีเมื่อมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและออร่าเกิดขึ้น ปิดความคิดและเยาะเย้ยความคิดโดยไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจแนวคิดที่แปลกใหม่สำหรับพวกเขา ที่น่าสนใจคือ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังค้นพบหลักฐานที่สนับสนุนสมมติฐานที่ว่าเรามีแหล่งพลังงานอยู่รอบตัวเรา และบางคนได้ศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่ออารมณ์และพฤติกรรมของเราด้วย  เราจะสำรวจแนวความคิดบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณเหล่านี้จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ และพยายามให้หลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวกับรัศมีของมนุษย์ #พลังงานประเภทต่างๆเราเริ่มเข้าใจแนวคิดเรื่องพลังงานและการสั่นสะเทือนแล้ว พวกเราเกือบทุกคนมีโอกาสการจัดเรียงอนุภาคเล็กๆ ในร่างกายเรา #พิจารณาจากพลังงานและความถี่การสั่นที่แตกต่างกัน การไหลของน้ำในร่างกายก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน หากมีปฏิสัมพันธ์ดังกล่าว เหตุใดจึงควรทำให้เสียชื่อเสียงว่าพลังงานเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วยและกำหนดพฤติกรรมของเราในรูปแบบต่างๆ  คุณสามารถวัดการเปลี่ยนแปลงในด้านพลังงานและแน่นอนการเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจและร่างกายจะเกิดขึ้นในภายหลัง คุณรู้ไหม #จิตสำนึกของเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกวัตถุ และสามารถส่งผลโดยตรงต่อความเป็นจริงของคุณ #หากเข้าใจเรื่องใดถูกจะคิดถูกทำถูกตามมา

  • สั่งจิต

    #ถึงประตูธรรม ๑๙/๑/๖๙ สั่งจิต ไม่ใช่การใช้ความโลภบังคับให้รวย แต่คือการ “ตั้งโปรแกรมสัจจะ” ลงไปในดวงจิตเพื่อให้เทวดาประจำตัวทำงานได้ง่ายขึ้นในยุคศิวิไลซ์นี้ การสั่งจิตที่ได้ผลที่สุดต้องประกอบด้วยหลักการดังนี้ 1. สั่งจิตบนฐานของ “สัจจะ” (อำนาจสั่งการ) หากเราเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น การสั่งจิตจะได้ผลเกือบ 100% #เพราะจิตใต้สำนึกเชื่อถือในอำนาจวาจาของคุณวิธีปฏิบัติ: ก่อนจะสั่งจิตเรื่องใหญ่ ให้ฝึกสั่งเรื่องเล็กๆ แล้วทำตามให้ได้ เช่น “วันนี้ข้าพเจ้าจะยิ้มให้ได้ทั้งวัน” เมื่อทำได้ จิตจะเริ่มบันทึกว่า “คำสั่งของคนนี้คือเรื่องจริง” 2. สั่งจิตด้วยความ “เบา สบาย” (คลื่นความถี่สูง) #หากเราสั่งจิตด้วยความเครียดหรือความอยาก (เช่น “ต้องรวยๆๆ”) จิตจะบันทึก “ความขาดแคลน” แทนวิธีปฏิบัติ: ให้สั่งจิตในขณะที่ใจกำลังโปร่ง ยิ้มที่มุมปาก แล้วบอกว่า “ข้าพเจ้าคู่ควรกับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ ด้วยใจที่เบาสบาย” คลื่นที่เบาจะเชื่อมต่อกับมิติที่ 5 ได้ทันที 3. สั่งจิตให้ “อุดรอยรั่ว” (ป้องกันบารมีไหลออก) #การสั่งจิตที่มีพลังที่สุดคือการสั่งเพื่อขัดเกลาตนเอง  คำสั่งจิต: “นับแต่นี้ ข้าพเจ้าสั่งให้จิตของข้าพเจ้า หยุดนินทา หยุดเพ่งโทษ #และมองเห็นแต่ความดีของผู้อื่น” เมื่อรอยรั่วถูกปิด บุญเก่าจะไหลกลับมาหนุนดวงชะตาทันที 4. สั่งจิตด้วยความ “กตัญญู”…

  • การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

    ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม” ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้ #หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา 1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ” การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ 2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้” ทุกครั้งที่กิเลสมา…

  • คำสั่งจิตที่ผิดพลาดในอดีตเปรียบเสมือน “โซ่ตรวนทิพย์”

    #ธรรมชั้นครู๑๙/๑/๖๙ คำสั่งจิตที่ผิดพลาดในอดีต (เช่น การเคยแช่งด่าตัวเอง การบ่นว่าจน การสาบานด้วยอารมณ์ หรือการตั้งสัจจะแล้วทำไม่ได้) เปรียบเสมือน “#โซ่ตรวนทิพย์” ที่ดึงดวงชะตาให้ตกต่ำและทำให้เกิดสภาวะ “ญาณบอด” นี่คือเทคนิคการ “ถอน” พลังงานลบเหล่านั้นเพื่อเปิดรับกระแสศิวิไลซ์ 1. การใช้ “น้ำสะอาด” เป็นสื่อล้างสัญญา (ปรับธาตุ) ในปี 2026 น้ำคือธาตุที่รับข้อมูลได้เร็วที่สุด ให้เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว วางต่อหน้าในพานอธิษฐานวิธีปฏิบัติ: ยิ้มที่มุมปากให้ใจ เบา สบาย นึกถึงเทวดาประจำตัวและครูบาอาจารย์ แล้วกล่าวว่า: “ข้าพเจ้าขอนำน้ำสะอาดนี้มาเป็นสื่อกลาง เพื่อล้างสัญญาจิตที่ผิดพลาดในอดีต ทุกคำพูดที่เคยแช่งด่าตนเอง ทุกคำสาบานที่ทำไม่ได้ และทุกโปรแกรมจิตที่จำกัดความรวยของข้าพเจ้า ขอน้ำนี้ชะล้างให้ดวงจิตของข้าพเจ้าใสสะอาดนับแต่บัดนี้” (แล้วนำน้ำนั้นมาดื่มและลูบหน้า) 2. การกล่าว “คำถอนสัญญากรรม” (Undo Command) การถอนต้องใช้ “สัจจะ” ใหม่ไปล้างสัจจะเก่าที่ผิดพลาด บทกล่าว: “ข้าพเจ้าขอยกเลิกและเพิกถอน ทุกคำพูดที่เป็นอัปมงคล ทุกการเพ่งโทษนินทาที่เคยทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ข้าพเจ้าขอคืนอำนาจให้ดวงจิตบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า สิ่งใดที่ข้าพเจ้าเคย ‘สั่งจิต’ ให้ติดขัด ข้าพเจ้าขอ…

  • สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมอง

    สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมองดวงอาทิตย์ขณะพระอาทิตย์ตกได้เมื่อตกเย็นใช้เวลาสักครู่แหงนมองท้องฟ้ารู้สึกขอบคุณที่ผ่านพ้นไปอีกวัน #ช่วงเวลานี้จะทำให้จิตวิญญาณของคุณอบอุ่น พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท…

  • สติ 3 ระดับ

    สติ 3 ระดับ > (#คุณมีสติระดับไหน)สติมีด้วยกัน 3 ระดับ1. #สติระดับควบคุมความคิดสติระดับนี้เป็นสติขั้นพื้นฐานที่มนุษย์ต้องใช้เพื่อดำรงชีวิตประจำวัน เป็นสติที่มีอยู่แล้วในสัตว์โลกตั้งแต่มนุษย์ขึ้นไป เป็นสติที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงาน ความสัมพันธ์ และการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เช่น นึกว่า “ขณะนี้เรากำลังทำงานอยู่ ก็ต้องตั้งใจทำงาน” หรือนึกว่า “เราไม่ควรไปโกรธเขาเลย ให้อภัยเขาจะดีกว่า จะได้ไม่มีเรื่องติดใจต่อกัน” การฉุกคิดในลักษณะนี้ ล้วนเกิดจากการใช้สติในการควบคุมความคิดทั้งสิ้น》สติระดับที่หนึ่งเป็นสติที่ทำให้เรากลายเป็นผู้มองโลกในแง่ดี ถ้าใช้สติระดับที่หนึ่งบ่อยๆ ชีวิตในโลกภายนอกก็จะพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ2. #สติระดับเห็นความคิดสติระดับนี้เป็นสติที่พระพุทธเจ้าทรงคิดขึ้นมาเป็นคนแรก เป็นการกำหนดสมาธิ วางใจให้เป็นกลาง แล้วจึงใช้สติดึงจิตให้หลุดจากความคิดมาเป็นผู้สังเกต การฝึกสติเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้กลายเป็นผู้เท่าทันความคิด สามารถเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของความคิด ทำให้อยู่เหนืออารมณ์ของตนเองได้ ความทุกข์ต่างๆ จะน้อยลง ความสุขจะเพิ่มขึ้น อัตตาตัวตนจะทุเลาเบา ถ้าฝึกสติในระดับนี้เป็นประจำ สติในระดับแรกก็จะเกิดง่ายขึ้น 》สติระดับที่สองนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นเองได้ จำเป็นต้องผ่านกระบวนการฝึกจิตอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่การฝึกวิปัสสนากรรมฐานเป็นต้น3. #สติระดับเหนือความคิด (มหาสติมหาปัญญา)สติระดับที่สามนี้ เป็นสติที่ก่อให้เกิดปัญญาทะลุโลก เป็นสติที่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนสติในระดับที่สองจนเกิดความชำนาญ สติระดับมหาสติมหาปัญญานี้ ไม่จำเป็นต้องใช้การฉุกคิด เพราะเป็นสติที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานเหมือนสายน้ำไหล ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลืม ไม่มีวันเผลอ ไม่มีคำว่าขาดช่วงขาดตอน กล่าวคือเป็นสติที่มีความเร็ว จนสามารถเห็นว่าความคิดและความรู้สึกมีกระบวนการทำงานอย่างไร…