เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า

⭐️#เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า ⭐️ เด็กๆ #ทั้งหลายเป็นผู้สร้างโลกเธอไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า ‘เป็นเด็กวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า’ เหมือนที่เขาพูดๆ กัน มันไม่มีความหมายอะไรนัก ธรรมดามันก็เป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้ว?#เธอรู้จักตัวเองน้อยเกินไปจึงไม่รู้จักข้อนี้?#ไม่รู้ถึงเกียรติอันสูงสุดว่าเป็นผู้สร้างโลก…โลกนี้ทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ด้วยมนุษย์ทั้งหมด มนุษย์ทั้งหมดเป็นอย่างไรโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น เด็กทุกคนจะเป็นมนุษย์ทุกคนในอนาคตในโลก โลกจึงเป็นอย่างที่พวกเธอทุกคนเป็นในขณะนั้น หรือจะทำให้มันเป็นในขณะนั้นเธอจึงเตรียมตัวเป็นคนดี เพื่อโลกมันจะเป็นโลกที่ดีมีค่า และสวยสดงดงาม ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แล้วจะเป็นโลกที่มีสันติสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน ไม่มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายอันโสมมเหมือนที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ในเวลานี้⭐️#นี่เห็นไหมเธอทั้งหลายสามารถสร้างโลกพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นมาได้ ในเมื่อเธอทั้งหลายเป็นคนดีมีศีลธรรมที่เธอควรจะตั้งต้นกันเสียแต่บัดนี้ ศีลธรรมนั้นสรุปเป็นหัวข้อเพียง ๓ ข้อ⭐️ข้อที่ ๑ คือ #รักผู้อื่น – ผู้อื่นทั้งหลายถ้าเธอมองดูสักนิดจะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายกันกับเรา มันมีใครเล่าที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันก็เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน มีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ทนทุกขเวทนาอย่างเดียวกัน เราจึงถือว่าเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ครั้นรักผู้อื่นแล้วก็จะหมด #ความเห็นแก่ตัว อันเป็นสิ่งเลวร้ายทำลายโลก ⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจจะฆ่าใคร ไม่อาจจะทำอันตรายใคร⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจลักขโมยคดโกงใคร⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะล่วงละเมิดของรักของใคร่ของใครในทุกระดับ ตั้งแต่ของรักอย่างธรรมดาจนของรักสูงสุดในเรื่องบุตรภรรยาเป็นต้น⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะโกหกพูดเท็จหลอกล่วงใครเพื่อเอาประโยชน์ของเขามา⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะเสพของมึนเมาให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ให้รำคาญแก่ผู้อื่นให้รำคาญแก่บิดามารดา ดังที่รำคาญกันอยู่ในเมื่อบุตรหลานเป็นผู้ติดยาเสพติดเมื่อรักผู้อื่นแล้วโลกนี้ก็จะมีแต่ความเมตตา กรุณา ช่วยเหลือกันฉันท์มิตรทุกทั่วหน้า เป็นโลกที่มีแต่มิตรไม่มีศัตรู แม้นอนก็ไม่ต้องปิดประตู เหลียวไปทางไหนมีแต่มิตร มีแต่มิตรที่พร้อมจะช่วยเหลือไม่ใช่มิตรเฉยๆ ไม่ใช่เป็นเพื่อนกินคอยหลอกลวงมิตรเพื่อจะกิน ⭐️ศีลธรรมข้อที่ ๒ คือ #การบังคับจิตของตนบังคับจิตก็คือบังคับความรู้สึก ควบคุมความรู้สึก บังคับจิตของตนไม่ให้ผลุนผลันบันดาลโลภะ บันดาลโทสะ บันดาลโมหะ- บันดาลโลภะก็คดโกงทันทีขโมยทันที- บันดาลราคะก็ข่มขืนแล้วฆ่าเหมือนที่มีอยู่ทั่วไป- บันดาลโทสะก็คือโกรธไว โกรธร้ายแรงเป็นดินระเบิดนี่เรียกว่าบันดาลโทสะซึ่งมีเห็นอยู่ทั่วๆไป เธอก็เคยบันดาลโทสะ ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วผู้หลักผู้ใหญ่เกือบจะทุกคนก็เคยบันดาลโทสะ เธอมองให้ดีว่ามันเสียหายเท่าไหร่- บันดาลโมหะก็เหมือนกับโง่เร็วเกินไป คือสะเพร่าเร็วเกินไปนี่เรียกว่าบันดาลโมหะถ้าเราบังคับจิตหรือบังคับตัวเองมันไม่บันดาลสิ่งเลวร้ายเช่นนั้น มันจะมีสติสมบูรณ์ ไม่เผลอเรอเลินเล่อ ไม่มีทางที่จะตัดสินใจอะไรผิดๆ ไม่คิดผิด ไม่พูดผิด ไม่ทำผิด#จะทำอะไรก็ตั้งนะโมก่อนเสมอ เด็กบางคนจะนึกหัวเราะเยาะอยู่ในใจว่าตั้งนะโม…ตั้งนะโมนั้นให้สำรวมจิตใจระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน…ก็จะมีเวลาพอที่จะคิดนึกสังเกตศึกษาว่า ควรทำไหมหรือควรทำอย่างไร ควรทำเท่าไหร่ ควรทำที่ไหน นี่เรียกว่ามันไม่มีทางจะผิดพลาดถ้าทำอะไรนี่ตั้งนะโมเสียก่อนเอาแต่ใจความก็คือว่า #สำรวมสติสัมปชัญญะ ให้ดีที่สุดตัวกิเลสตามธรรมชาติ ตามธรรมดาของคนทุกคนต้องบังคับไว้ ต้องควบคุมไว้ ต้องปกครองไว้ #อย่าให้กิเลสมันไปกระทบกระทั่งผู้อื่น โดยทางกาย หรือโดยทางสิทธิอันชอบธรรม…เดี๋ยวนี้คนละเมิดสิทธิของผู้อื่นจนเกิดเรื่องเกิดราวอยู่ทั่วไปทั้งโลกองค์การโลกก็มีการละเมิดสิทธิกันบ่อยๆ เหมือนกัน คุมพวกเป็นพวกๆ แล้วก็ออกเสียงเพื่อได้เปรียบทางตน จนกระทั่งว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น เธออย่าเอาอย่างเธอโตขึ้นแล้วจะเป็นผู้สร้างโลก #เธอจงสร้างโลกให้ไม่มีการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ทุกหนทุกแห่งให้มีแต่ความถูกต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย⭐️ศีลธรรมข้อที่ ๓ คือถือหลักว่า #การทำการงานนั้นเป็นการปฏิบัติธรรม ทำงานด้วยกิเลสคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เขาก็เท่ากับทำลายตัวเอง เชือดคอตัวเองลงไปทีละน้อยๆ แล้วก็จะวินาศลงไปในที่สุดการทำงานคือการปฏิบัติธรรมคำว่า ธรรม แปลว่าหน้าที่ของมนุษย์ หน้าที่นั้นมีอยู่ตามธรรมชาติ มีหน้าที่รักษาตัวเองให้รอด แล้วก็มีหน้าที่ทำตัวเองให้เจริญสูงยิ่งๆ ขึ้นไปจนถึงระดับสูงสุดที่มนุษย์ควรจะทำได้ ฉะนั้นหน้าที่ที่มนุษย์จะต้องทำให้ถูกต้องนี่เขาเรียกว่า ธรรม เรียกว่าพระธรรมในเวลาที่เราทำงานเรามีความสุข เราไม่ต้องไปอาบอบนวดเหมือนเขาอื่น ไม่ต้องหาความสุขจากอบายมุขคือดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านทำการงาน ซึ่งเป็นปากทางแห่งอบายเป็นประตูแห่งอบายคือ ความพินาศ ความฉิบหายทั้งทางร่างกายและทางจิตใจการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไร เขามีความรักการงานเป็นสุขอยู่ในการงาน มีการงานเป็นที่เคารพ ระวัง ทำให้ดีที่สุด ถ้าทุกคนทำอย่างนี้แล้วโลกนี้มันจะเป็นอย่างไร โลกนี้จะไม่มีคนจนแม้แต่คนเดียว ไม่มีคนยากจนแม้แต่คนเดียว มีใครเจ็บไข้ลงสักคนมีคนมาช่วยเหลืออาสาเยียวยารักษาตั้งร้อยคนนะคิดดูเถอะว่า ถ้าว่ามันมีการงานเป็นพระธรรม ก็ไม่มีใครเป็นคนยากจนมีแต่คนร่ำรวย รวยด้วยเงินรวยด้วยน้ำใจนี่ล่ะลักษณะของโลกของพระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งเธอทั้งหลายสามารถจะสร้างมันขึ้นมาได้ในอนาคต เมื่อมีการศึกษาดี ถูกต้อง เพียงพอแล้ว สรุปความว่าสร้างโลกพระศรีอริยเมตไตรยได้ด้วยการกระทำเพียง ๓ อย่างเท่านั้น ไม่ใช่มากมายเป็นภูเขาเลากาท่วมหูท่วมหัว ๑.ทุกคนรักผู้อื่น๒.ทุกคนบังคับกิเลสของตนเอง๓.ทุกคนรักและบูชาการงานเห็นหน้าที่ของมนุษย์เป็นสิ่งสูงสุด มีความสุขจากการทำงานได้ความสุขชนิดที่ไม่ต้องจ่ายเงิน มันเป็นความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินอย่างที่เธอไปขโมยของพ่อแม่มาซื้อหาความสนุกสนาน เอร็ดอร่อย ความสุขหลอกลวง ความสุขโง่เขลา ความสุขที่ต้มให้สุก เผาให้สุก กี่ให้สุก เราจะต้องมีความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินแล้วกลับได้เงินมามีเงินเหลือเฟือมากขึ้นทุกที นี่คือความสุขที่ได้มาจากการไหว้ตัวเอง เคารพตัวเองเมื่อทำการงาน มีความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินแล้วกลับมีเงินเหลือเฟือมากขึ้นทุกที ไม่มีใครขาดแคลนอะไรตนเองก็เป็นสุขแล้วก็ช่วยเหลือผู้อื่นให้เป็นสุขข้อนี้ระวังไว้ดีๆ ว่าเราอยู่ในโลกคนเดียวไม่ได้ เราต้องมีเพื่อนร่วมโลก เราจะเป็นผู้มีความสุขคนเดียวไม่ได้เมื่อคนอื่นทุกคนไม่มีความสุข จึงต้องทำพร้อมๆ กันไป ตัวเองก็เป็นสุขผู้อื่นก็เป็นสุขจึงจะเป็นโลกที่มีแต่สันติสุขเรียกว่าโลกของพระศรีอริยเมตไตรยถ้าเธอจะเห็นว่ามันเป็นชื่อที่ยืดยาวโก้หรูเกินไปจะไม่เรียกอย่างนั้นก็ได้แต่เรียกว่าโลกที่เธอต้องช่วยกันสร้างมันขึ้นมา เพราะว่าเด็กๆ คือผู้สร้างโลกดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น มันเป็นโลกที่พวกเธอต้องช่วยกันสร้างขึ้นมาในที่สุดนี้ฉันจะขอให้เด็กๆ ทุกคนรู้จักตนเองให้ถูกต้องตามที่เป็นจริงว่า เด็กๆ คือผู้สร้างโลก มีหน้าที่สร้างโลกในอนาคตโดยเฉพาะอย่างถูกต้อง เธอทั้งหลายเตรียมตัวเสียแต่วันนี้เพื่อทำหน้าที่อันแท้จริงของตน วันนี้เป็นวันเด็กเป็นวันที่มีเกียรติที่สุดสำหรับเด็กพุทธทาสภิกขุ

Similar Posts

  • จิตปรามาส

    #ธรรมชั้นครู๑๗/๑/๖๙ #จิตปรามาส” คือยาพิษทางพลังงานที่ร้ายแรงที่สุดเพราะเป็นการทำลาย “สายใยบารมี”#ระหว่างดวงจิตของเรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และครูบาอาจารย์โดยตรง#มีลักษณะและผลกระทบที่ควรระวังดังนี้ 1. ลักษณะของจิตปรามาสการดูแคลนในใจ: แม้ปากจะไม่พูด แต่ในใจมีความรู้สึกสงสัย ไม่ศรัทธา หรือมองว่าครูบาอาจารย์/สิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ก็งั้นๆ” หรือ “ทำไมไม่ช่วยเรา” #การนำธรรมะมาเปรียบเทียบใช้ปัญญาทางโลกไปตัดสินปัญญาทางธรรม หรือตำหนิแนวทางการสอนของครูบาอาจารย์ว่าไม่ถูกใจตน การล่วงเกินด้วยวาจาและกิริยา การนินทาว่าร้ายครูบาอาจารย์ หรือการแสดงกิริยาไม่เคารพต่อหน้า และลับหลัง ซึ่งถือเป็นการสร้าง “ขยะทิพย์” ที่หนาแน่นมาก 2. ผลกระทบที่รุนแรงในปี (ยุคคัดพลังงาน) สภาวะ “ท่อพลังงานขาด” จิตปรามาสเปรียบเสมือนมีดที่ตัดสายใยบารมี ทำให้เราไม่สามารถรับกระแสเมตตาหรือการหนุนนำจากเทวดาได้อีก ส่งผลให้ชีวิตเข้าสู่ช่วง “ดวงตก” อย่างรวดเร็ว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท #เราจะเริ่มถอนตัวและตัดขาดจากครูบาอาจารย์ ด้วยเสียงในหัวและวิธีการของอัตตาหลายอย่างหรือมีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก เมื่อไม่ได้รับความชื่นชมยินดี ทำความดีเพราะหวังผล พอไม่ได้ผลก็เลิกทำดีเราจะเริ่มตัดสินใจผิดพลาด มองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว และมักจะถูกมารจูงจิตไปสู่ทางเสื่อม เพราะไม่มีเกราะป้องกันจากครูบาอาจารย์ เงินหนี/บารมีรั่วพลังงานของการปรามาสคือ “ความร้อน” ที่เผาผลาญบุญเก่าให้หมดไป ทำมาหากินจะติดขัด เงินทองที่ควรจะได้จะหลุดลอยไปหาผู้อื่นแทน 3. วิธีแก้ไขและขอขมา (ก่อนที่สายใยจะขาดสะบั้น) หากรู้ตัวว่าเคยมีจิตปรามาส ต้องรีบสะสางพลังงานทันทีในปี 2026 นี้…

  • หากคุณติดอยู่ในภาวะซึมเศร้า

    หากคุณติดอยู่ในภาวะซึมเศร้าและไม่แน่ใจว่าจะกลับไปรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไรให้ลองใช้เทคนิคง่ายๆ ด้านล่างเพื่อเพิ่มแรงสั่นสะเทือนในทันที แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงต่อท่าทางของเราร่วมกับความคิดที่เราให้พลังงาน #ความจริงง่ายๆหากคุณกำลังกระโดดขึ้นและลงหัวเราะและปรบมือพร้อมๆ กับคิดว่า“ฉันสุดยอดจริงๆ และกฎแห่งชีวิตนี้!” #คุณจะไม่สามารถรักษาการสั่นสะเทือนเชิงลบได้ การอยู่อย่างหดหู่อาจต้องใช้เวลา #แต่การดึงตัวเองออกจากความตกต่ำอาจเป็นเรื่องยาก บ่อยครั้งที่เรายึดติดกับความคิด อารมณ์ การเสพติด ความเกลียดชัง และพฤติกรรมเชิงลบเพราะมันทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา เราเข้าใจผิดว่าความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกถึงพลังและยังคงป้อนมันต่อไปเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่ทำให้เราแยกออกจากส่วนรวม #การเลือกก้าวสู่ความสามัคคีไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แต่เป็นสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่คุณสามารถทำได้ อารมณ์เชิงลบของเราไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวบ่อยครั้งที่เรารู้สึกได้เพียงเพราะเรากำลังขยับไปสู่การสั่นสะเทือนที่สูงขึ้น ในตอนแรก การเปลี่ยนแปลงในความสั่นสะเทือนและมุมมองอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ถ้าเราเข้าสู่ช่วงเวลานั้น เราจะเห็นว่าเราอยู่ในจุดที่เราจะต้องอยู่พอดี หากความเศร้ายังคงอยู่ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณกำลังยึดติดกับมันและป้อนมันด้วยความคิดเชิงลบ  ออกไปข้างนอก!วางเท้าของคุณบนพื้นโลก กอดต้นไม้เชื่อมต่อกับแม่ธรรมชาติ!กลบพลังงานจิตของคุณและทำให้จักระของคุณสมดุลทันที 

  • ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง

    #ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง อยู่ในระดับสูงมากเท่าใด ความหนาแน่นของกายเนื้อก็จะยิ่งน้อยลงมากเท่านั้นด้วย และยิ่งปริมาณแสงสว่างในร่างกายเนื้อของคุณมีมากเท่าใด ร่างกายเนื้อของคุณ ก็จะยิ่งสามารถรองรับจิตวิญญาณได้ในระดับสูงมากเท่านั้นด้วย และปลายทางของกระบวนการพัฒนากายแห่งแสงสว่างที่กำลังดำเนินไป ภายใต้กระบวนการเลื่อนระดับขึ้นอยู่นี้ #คุณจะสามารถผสานรวมกับตัวตนที่สูงส่งกว่าของพวกคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ ….. ส่วนการลงมา (Descension) ของจิตวิญญาณ ก็เป็นกลไกที่ใช้สำหรับการ “นำเข้ามา” หรือ “เปิดการทำงานขึ้น” #ของพรสวรรค์ต่างๆด้านจิตวิญญาณของคุรุทั้งหลาย…. กระบวนการพัฒนากายแห่งแสงสว่างนี้ มีอยู่ 12 ขั้นตอน หรือ 12 ระดับด้วยกัน และเมื่อแต่ละระดับเสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงแล้ว การเปลี่ยนแปลงต่างๆทางกายภาพ ที่เกิดขึ้นควบคู่กันมาตลอดนั้น ก็จะส่งผลกระทบต่อทุกๆด้านของชีวิตและของจิตวิญญาณของคนๆนั้นด้วย #เพราะระหว่างขั้นตอนของการพัฒนากายแห่งแสงสว่างนี้ มันได้ถูกออกแบบมาให้ไปดึงเอาปัญหาต่างๆของมนุษย์ทุกๆปัญหาขึ้นมาด้วย และยิ่งเข้าสู่ระดับขั้นสูงมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะไปดึงเอาปัญหาที่อยู่ลึกลงไปได้มากขึ้นเท่านั้นด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้พวกคุณสามารถชำระสะสาง ความคิด, จิตใจ, อารมณ์ความรู้สึก, ร่างกาย และจิตวิญญาณ ให้สะอาดปลอดโปร่งได้ หากปัญหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นได้มากเท่าใด พวกคุณก็จะยิ่งมีโอกาสมากขึ้น ที่จะปล่อยให้ “การยอมรับความจริง” ช่วยเปลี่ยนสถานะของพวกมันให้กับคุณได้ หรือมีโอกาสมากขึ้น ที่จะกำจัดพวกมันออกไปมากเท่านั้น  และด้วยการใช้เทคโนโลยีแห่งแสงสว่าง ที่มีใช้กันอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว(เช่น N.L.P, body work, rebirthing, body…

  • พลังงาน

    #พลังงาน ผู้ที่เศร้าเสียใจเพราะพลังงานตกต่ำมาพบแม่ครูจักกลายเปลี่ยนเป็นผู้ที่ตื่นรู้และเบิกบาน #แบบฉับพลันท่านส่งต่อคลื่นมหาปัญญาเขาแกนกลางของดวงวิญญาณด้วยพลังจิต เราทุกคนต่างเคยประสบกับความรู้สึกหดหู่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนบางคน #โดยทั่วไปแล้วความรู้สึกนี้มักจะอธิบายว่าถูกดูดเข้าไปในแง่ลบของพวกเขาหรือถูกครอบงำโดยการปรากฏตัวของใครบางคน พวกเราส่วนใหญ่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่อาจมีอยู่ภายในห้อง พลังงานเหล่านี้ค่อนข้างยากที่จะอธิบายหรือเข้าใจ ความเชื่อของเราคือพลังงานบางส่วนเป็นของญาติผู้ล่วงลับหรือคนใกล้ชิด#แต่ผู้นำทางวิญญาณของเรารู้สึกถึงพลังเหล่านี้เพื่อเราจริงๆ  #คนส่วนใหญ่กลายเป็นคนขี้ระแวงในทันทีเมื่อมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและออร่าเกิดขึ้น ปิดความคิดและเยาะเย้ยความคิดโดยไม่ต้องพยายามทำความเข้าใจแนวคิดที่แปลกใหม่สำหรับพวกเขา ที่น่าสนใจคือ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังค้นพบหลักฐานที่สนับสนุนสมมติฐานที่ว่าเรามีแหล่งพลังงานอยู่รอบตัวเรา และบางคนได้ศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่ออารมณ์และพฤติกรรมของเราด้วย  เราจะสำรวจแนวความคิดบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณเหล่านี้จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ และพยายามให้หลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับการค้นพบที่น่าสนใจเกี่ยวกับรัศมีของมนุษย์ #พลังงานประเภทต่างๆเราเริ่มเข้าใจแนวคิดเรื่องพลังงานและการสั่นสะเทือนแล้ว พวกเราเกือบทุกคนมีโอกาสการจัดเรียงอนุภาคเล็กๆ ในร่างกายเรา #พิจารณาจากพลังงานและความถี่การสั่นที่แตกต่างกัน การไหลของน้ำในร่างกายก็ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน หากมีปฏิสัมพันธ์ดังกล่าว เหตุใดจึงควรทำให้เสียชื่อเสียงว่าพลังงานเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนด้วยและกำหนดพฤติกรรมของเราในรูปแบบต่างๆ  คุณสามารถวัดการเปลี่ยนแปลงในด้านพลังงานและแน่นอนการเปลี่ยนแปลงสภาพจิตใจและร่างกายจะเกิดขึ้นในภายหลัง คุณรู้ไหม #จิตสำนึกของเราเป็นส่วนหนึ่งของโลกวัตถุ และสามารถส่งผลโดยตรงต่อความเป็นจริงของคุณ #หากเข้าใจเรื่องใดถูกจะคิดถูกทำถูกตามมา

  • ฟังบ้าง โทษของปัญญา

    ฟังบ้าง#โทษของปัญญา บางครั้งนักเรียนก็พูดกับข้าพเจ้าว่า“#ทำไมคนเช่นนี้และคนเช่นนั้นจึงฝึกฝนความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณดีขึ้นกว่ากระผมล่ะ ทําไมล่ะ?ทำไมเขาจึงทำได้? ” ข้าพเจ้าตอบว่า: ” #เขารู้วิธีรับฟัง ”ทุกคนจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ด้วยการฟังด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้งกับคําปรึกษาง่าย ๆ ที่ได้รับในจรรยาบรรณของทุกศาสนา มันเป็นแกนกลางของความอัปยศความสงสัย ในหัวใจของผู้ฝึกฝน ส่วนใหญ่การฟังของพวกเขาอย่างระมัดระวังเพื่อยุติภูมิปัญญาอัปยศ ที่อวิชชาของยุค #ปัญญาสามารถเกิดขึ้นได้สองทางถ้าฝึกฝนและเข้าใจอย่างชำนาญ การไม่ฟังสิ่งใดทำให้ผลของการศึกษาไม่บรรลุ

  • ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง

    #ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง ในอุดมการณ์ ความหลงใหล และแผนการของพวกเขา และเต็มใจที่จะใช้ชีวิตที่แท้จริงในการให้บริการผู้อื่น สังคม โลกของเรา #และหลายคนได้เปลี่ยนแปลงสภาพของมนุษย์อย่างแท้จริงมีคนจำนวนมากที่ไม่อยู่ในรายการที่สร้างความแตกต่างทุกวันและทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคน! คนเหล่านี้คือคนที่เราต้องการอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราดีขึ้น ใหญ่กว่าตัวเรา เมตตา เอาใจใส่มากขึ้น และสร้างความแตกต่างในโลกทีละวัน#สิ่งที่สวยงามและน่าทึ่งเกี่ยวกับแรงบันดาลใจคือส่วนที่ “ธรรมดา” ของการเดินทางของมนุษย์กลายเป็น “#สิ่งที่ไม่ธรรมดา” #ด้วยพลังแห่งเจตจำนงเสรี, ความมุ่งมั่น, ความหลงใหล, จุดมุ่งหมาย, แง่บวก, ความปรารถนา, สมาธิ, สติ, การศึกษา, ความรู้, ปัญญา#และที่สำคัญที่สุดคือพลังแห่งการเลือกท่ามกลางเส้นทางชีวิตมากมาย อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? ใครเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? อะไรทำให้เราเหนื่อย? ใครทำให้เราเหนื่อย? #ทางเลือกเป็นของเราเสมอที่จะทำให้