สภาวะ ที่ “จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง”

ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩
๗/๑/๖๙
#บันทึกโดยแม่ครูน้อย

สภาวะ ที่ “#จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง” หมายถึง

การที่ดวงจิตถูกสะสมด้วยคลื่นความถี่ต่ำและข้อมูลลบ (Toxic คลื่น) มายาวนานจนกลายเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยขัดขวางความเจริญของชีวิต

นี่คือลักษณะของสภาวะนี้และวิธี “ชุบพลังใหม่” ให้กลับมาเป็นปกติ
1. สัญญาณที่บอกว่า “จิตไร้สำนึก” ของเราเริ่มเสีย
❌#ทำผิดซ้ำซาก: แม้ใจจะรู้ว่าไม่ดี แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ทำเรื่องเดิมๆ เช่น ผิดสัจจะบ่อยครั้ง หรือเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณ
❌ ดึงดูดแต่เรื่องร้าย: จิตที่เสียจะส่งคลื่นความถี่ต่ำออกไปดึงดูดวิบากกรรมลบ ทำให้ เงินหนี เจอแต่อุปสรรค และคนโกงเข้ามาในชีวิต
อาการ “#ญาณบอด” รุนแรง: ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ มักจะมองความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์เป็นการตำหนิจนเกิดอาการ #เกลียดครูเพราะครูรู้ทัน
ร่างกายรับผลกระทบ: มีอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออึดอัดแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ #พลังยัน

2. #สาเหตุที่ทำให้จิตไร้สำนึกเสีย
❗️การเพ่งโทษและนินทา: การเก็บเอาขยะพลังงานของผู้อื่นมาไว้ในจิตตนเองเป็นเวลานาน
❗️การอกตัญญูและดูถูกครู: เป็นการทำลายโครงสร้างพลังงานที่สะอาดในดวงจิตอย่างรุนแรง
❗️การบันทึกอารมณ์ลบก่อนนอน: ทำให้จิตใต้สำนึกนำเรื่องร้ายไปขยายผลตลอดทั้งคืน

3. วิธีซ่อมแซมและ “ชุบพลังใหม่”
แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า แม้จิตจะเสียเพียงใด ก็สามารถกู้คืนได้ในปี 2026 ด้วยกระบวนการนี้
✅ขออโหสิกรรมถอนรากถอนโคน: ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่ และครูบาอาจารย์ เพื่อล้างโปรแกรมลบใน บันทึกจิต ให้ขาดสะบั้นลง
✅คืนพลังงานและล้างบันทึกเก่า: ตั้งจิตบอกกับดวงจิตตนเองว่า “ข้าพเจ้าขอส่งคืนกระแสความหลงผิดทั้งหมดสู่ธรรมชาติ ไม่ขอถือครองไว้อีกต่อไป”
✅รักษาสัจจะกู้พลังจิต: เริ่มต้นสร้างสัจจะง่ายๆ วันละข้อ เพื่อให้จิตใต้สำนึกเริ่มเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง (การรักษาสัจจะคือการซ่อมแซมจิตที่ได้ผลเร็วที่สุด)
✅จูนคลื่นดีก่อนนอน: ฝึก บันทึกจิตดีก่อนนอน ทุกคืน เพื่อให้จิตใต้สำนึกเปลี่ยนมาบันทึกกระแสบุญและความกตัญญูแทน

4. #อานิสงส์เมื่อจิตกลับมาเป็นปกติ
เมื่อเราซ่อมจิตไร้สำนึกได้สำเร็จ สนามพลังงานจะเปลี่ยนเป็น มิติที่ 5 เงินวิ่งหา และโอกาสดีๆ จะเข้ามาเองตาม กระแสบุญสัมพันธ์ ใจจะนิ่งและใสขึ้น (ใจสว่าง) จนสามารถ อยู่ในที่ของเรา ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข

จิตไร้สำนึกเสียคือ “คอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส” เพียงเรากล้าที่จะยอมรับและเข้าสู่กระบวนการ Detox จิต กับครูบาอาจารย์ เราจะได้รับชีวิตใหม่ที่มั่งคั่งและสว่างไสวอย่างแน่นอน

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • จงอาศัยเวลามันช่วยบอกคุณค่าของความเป็นคน

    จงอาศัยเวลามันช่วยบอกคุณค่าของความเป็นคน#ยอมแพ้ (เพื่อจะได้เป็นพระ)#ดีกว่าเอาชนะ (เพื่อจะได้เป็นมาร)เพชรมาจากดินฉันใดจิตใจคนก็เคยมาจากที่สูงที่ต่ำฉันนั้นภพต่อไปจะสูงจะต่ำ #ก็ขึ้นอยู่กับปัจจุบันที่ทำตัว#มั่นคงในศรัทธาความจงรักภักดีเป็นความมั่งคั่งที่แท้จริงของผู้ปฏิบัติ มือที่เก็บเกี่ยวความสำเร็จทั้งหมด และวงล้อที่เร่งความเร็วหนึ่งไปยังเป้าหมาย เมื่อจิตใจของคุณได้รับการยกระดับและเปลี่ยนแปลงโดยการได้ยินเรื่องราวชีวิตของพระพุทธเจ้าและธรรมิกชน คุณจะได้สัมผัสถึงความศรัทธาที่ชัดเจนอยากได้ธรรมหยาบก็ฟังทำกับผู้มีจิตหยาบอยากได้ธรรมละเอียดก็ฟังธรรมกับผู้จิตละเอียดเมื่อศีลเสมอก็ได้พบเจอกัน#?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • หน้าที่ของจิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ หรือคำเรียก กายในกาย จิตในจิต มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน ตัวตนที่สูงกว่า พระเจ้า พระจิต เทวดาประจำตัว ญาณบารมี  และชื่ออื่นๆนี้มีหน้าที่สำคัญยิ่ง ในการช่วยให้วิญญาณมนุษย์ รู้ตัว รู้ในสิ่งที่ถูกรู้ และถูกทาง เพื่อจะช่วยปลดปล่อย วิบากหรือเคราะห์กรรมของดวงวิญญาณมนุษย์ ให้ทราบถึงสิ่งที่ตนได้กระทำมา และทำให้รู้ตัวว่า เพราะเหตุแห่งการกระทำสิ่งนี้ต่อดวงวิญญาณ จึงทำให้ปัจจุบัน พบเจออุปสรรค นานานัปการเพียงไร เพื่อทำให้จิตสำนึกของมนุษย์ได้รู้สึกตัว กลับมารักตัวเอง สำนึกคุณ และหาหานทางสู่การนำพาดวงวิญญาณของตน ให้หลุดพ้น  หากมนุษย์ดวงวิญญาณใด  หาจิตวิญญาณของตนไม่เจอ ในระหว่างได้รับโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ถือได้ว่า ยังไม่รู้ตัวว่าตนเป็นใคร เพื่อพัฒนาองค์รวมของมนุษย์ให้เป็นผู้สมดุลย์พลังงาน ทุกๆมิติ

  • Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต)

    Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต) #แตกต่างจาก Sympathy (ความสงสาร)Sympathy จะเป็นความรู้สึกของความเศร้าโศกหรือเวทนาไปกับผู้ที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบากในบางเรื่องราว…..แต่ Empathy คือการเสียสละ และแสดงออกด้วยการกระทำที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นซึ่งในขณะที่ Empathy จะดูเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปด้านบวก และมีจริยธรรมอันสูงส่ง ทั้งยังมีหลักการในการปฏิบัติที่ดีก็ตามที แต่ก็มีบางคนเชื่อว่า การหยั่งรู้วาระจิตผู้อื่นมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อความผาสุกของตัว Empath (ผู้หยั่งรู้วาระจิต) เอง และอันตรายนั้นอาจลามไปถึงระดับโลกอีกด้วยเพราะพฤติกรรมของการหยั่งรู้วาระจิต (Empathy) ที่มากเกินไปนั้น จะไปรบกวนต่อการตัดสินใจที่ควรจะเป็นไปตามเหตุผล ซึ่งสืบเนื่องจากการที่พวก Empath ชอบที่จะใช้หัวใจนำทางมากกว่าสมอง ซึ่งอาจทำให้พวกเขาสูญเสียภาพที่กว้างขึ้นของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวก็เป็นได้ตามหลักจิตวิทยา… Empathy (การหยั่งรู้วาระจิต) แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ1. ‘การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด2. ‘การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’ (หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน3. ‘การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร…

  • อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา

    อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้คนถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามีวิชาเหล่านี้ไหมก็คงตอบไปว่า #ก็พอจะมีกับเค้าบ้าง  แต่สำหรับข้าพเจ้ามองว่าชีวิตมันมีอะไรสูงกว่าอักขระมนตราในตัวเราอีก ถ้าคุณพบว่าทุกวันคุณกําลังกลายเป็นทั้งขี้งอน ขี้เกียจ หรือนินทา #คุณรู้ว่าคุณกําลังถอยหลัง #บททดสอบที่ดีที่สุดคือการวิเคราะห์ตัวเองและหาคําตอบว่าวันนี้คุณมีความสุขมากกว่าเมื่อวานหรือไม่ #ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสุขมากขึ้น แสดงว่าคุณกําลังก้าวหน้า และความรู้สึกของความสุขนี้ต้องดําเนินต่อไป#ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย#เทวดาประจำตัว

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา”

    #การที่มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา” ในจังหวะที่ท่านกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ คือบททดสอบเรื่อง “ความหลงในรูปธรรม” และ “ความผูกพันที่เคลือบแฝง” #บททดสอบแห่งความเมตตา มารมักใช้กลวิธีนี้เพื่อดึงท่านให้กลับมา“แบกโลก” ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ทดสอบ “ความสงสารที่ขาดปัญญา” มารจะส่งคนที่ดูน่าเวทนามาเพื่อให้ท่านรู้สึกว่า “ต้องช่วย” จนยอมสละ ความนิ่งของดวงจิต ไปแลกกับความวุ่นวายทางโลก #หากท่านช่วยจนตัวเองเดือดร้อนหรือใจกระเพื่อมนั่นคือท่านสอบตกข้อการรักษาฐานที่มั่นของใจ Psychology of Emotional Boundaries ทดสอบ “ความยโสของนักบุญ” มารจะทำให้ท่านรู้สึกว่าเป็น “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ท่านสะสมอัตตาในคราบนักบุญ ยิ่งท่านให้แล้วหวังว่าเขาจะดีขึ้น หรือหวังคำชื่นชม แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลของท่านจะกลายเป็นความหนักอึ้งทันที Vibrational Energy of Giving สร้าง “โซ่ตรวน” แห่งพันธะ: การที่คนมาขอบุญบ่อยๆ คือการสร้างรอยต่อให้ท่านต้องกลับมาพัวพันกับ “คนอดีต” ทำให้จิตไม่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดได้อย่างอิสระ เพราะยังห่วงหน้าพะวงหลังอยู่กับ “ภาระบุญ” ที่สร้างไว้ “พุทธวิธีคือ ‘ให้ตามหน้าที่’ แล้ว ‘เดินผ่านไป’ เหมือนฝนที่ตกใส่ดินโดยไม่หวังให้ดินขอบใจ เมื่อท่านให้ธรรมหรือให้ทานเสร็จแล้ว…

  • เทวดาประจำตัวมีจริง

    #เทวดาประจำตัวมีจริงครูจะพูดสิ่งนี้ จากรุ่นสู่รุ่นคำส่งท้ายของครูที่ จะฝากถึงลูกๆทุกรุ่นมันไม่ง่ายเลยในชีวิตนี้ที่เราจะได้เจอเทวดาประจำตัว และมันไม่ง่ายเลยในชีวิตนี้ที่เราจะหาความรู้จากเทวดาประจำตัวจงเคี่ยวกรรมตัวเองและหาครูผู้รู้ช่วยชี้แนะ #ครูมาเพื่อส่งลูกๆกลับทางเดินของตน#ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนของโลกใบนี้#จงอย่าลืมตนคลอดคนที่ 4(18.50)