ท่านแม่ครูน้อยเมตตาจิตวางศิลาฤกษ์ “ศาลาธรรมวิชัย (แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว)”

Image Not Found

ท่านแม่ครูน้อย ประตูธรรม๕หนเหนือ เมตตาจิต
และคณะ นักศึกษาบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ
🚩🚩ตั้งจิตอันเป็นกุศล วางศิลาฤกษ์ ศาลาธรรมวิชัย ณ. สำนักสงฆ์ห้วยไร่สามัคคีธรรม
ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘

โอกาสนี้นายอำเภอภูซาง ท่าน สมชาย วงศ์จริยะเกษม และภริยา
กรุณาร่วมเป็นประธาน ในพิธีดังกล่าว
โดยมีท่านผู้ใหญ่บ้าน พ่อหลวงกัปตัน และคณะศรัทธา บ้านปง ร่วมพิธีอย่างหนาแน่น

ตลอดบรรยากาศในพิธีกรรมอากาศครึ้ม ลมพัดสบายเหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาคอยแผ่พลังงานอยู่ตลอดเวลา
เมื่อพิธีวางศิลาฤกษ์แล้วเสร็จ สายฝนได้โปรยปรายลงมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์
เสียงคณะศรัทธาทั้งหลาย และคณะนักศึกษาบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ ปิติยินดีและกล่าวสาธุการโดยพร้อมเพรียงกัน

บุญสำเร็จแล้วหนอ

🚩🚩 ในการต่อไปสำนักสงฆ์ห้วยไร่สามัคคีธรรม ได้ตราตั้งขึ้นเป็นวัด นามว่า
วัดธรรมวิชัยหนเหนือ (แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว)
เป็นสถานที่รุ่งเรืองเฟื่องฟู พระพุทธศาสนา และวัฒนธรรม

✅อนุโมทนาบุญกับคุณมิ้น ที่จัดเตรียมสังฆทานถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ และพวงมาลัย ถวายสังฆทานแด่พระคุณเจ้า

✅ อนุโมทนาบุญแด่คุณฝน ผู้จัดเตรียมบายศรีชุดเครื่องอธิษฐาน ดอกไม้ พานรองทุกชนิด

✅ อนุโมทนาบุญกับนักศึกษาที่เป็นตัวแทน ร่วมวางศิลาฤกษ์ในครั้งนี้

✅ และอนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพผู้ร่วมกันสร้างศาลาธรรมวิชัย บุญสำเร็จแล้วหนอ

✅ อนุโมทนากับคณะ ศรัทธาบ้านปง ปู่ย่าตายายทุกท่าน และพ่อหลวงบ้าน ที่เก่งทั้งทางโลก และทางธรรม เป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น 

สาธุ



#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

✨ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • การ “อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

    #ถึงประตูธรรม ๒๘/๑/๖๙ การ “#อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน” ในยุคนี้เราไม่ได้หนีไปไหน แต่เราเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกิเลสใหม่ จากการเป็น “ทาส” มาเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ดังนี้ 1. เปลี่ยนจาก “เราเป็น” เป็น “เราเห็น” หัวใจสำคัญคือการไม่เอาตัวตนไปกระโดดตะครุบกิเลส เมื่อความอยากเกิดขึ้น: แทนที่จะคิดว่า “ฉันอยากได้” (อันนี้เป็นทุกข์แล้ว) ให้เปลี่ยนเป็น “อ้อ…ความอยากมันปรากฏขึ้นในใจ” เมื่อความหงุดหงิดเกิดขึ้น: ให้มองเหมือนเห็นฝนตกข้างนอกหน้าต่าง “อ้อ…ความหงุดหงิดกำลังโชยมา” ผลลัพธ์: เมื่อคุณเป็น “ผู้ดู” กิเลสจะกลายเป็นแค่ “ปรากฏการณ์พลังงาน” อย่างหนึ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป มันจะไม่มีอำนาจทำให้ใจเราร้อนรน 2. รู้จัก “ธรรมชาติของกิเลส” (มันคือของชั่วคราว) #กิเลสทุกชนิดมีจุดอ่อนอย่างเดียวกันคือ “มันอยู่ไม่ได้นาน” หากเราไม่ไปให้อาหารมัน กิเลสเหมือนแขกที่มาเคาะประตูบ้าน ถ้าเราไม่เปิดประตูรับ (ไม่คิดต่อ ไม่สานฝัน) และไม่ไล่ตะเพิด (ไม่หงุดหงิดที่มันมา) แขกคนนี้จะยืนรอสักพักแล้วก็เดินจากไปเอง การอยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์: คือการเห็นมันเดินผ่านหน้าบ้านไป โดยที่เรายังนั่งจิบกาแฟ (รักษาความผ่องใส) อยู่ในบ้านอย่างสงบ 3….

  • “มาร” หรือ”พลังงานลบ” ที่คอยขัดขวางความเจริญ

    #ธรรมจากประตู ๑๑/๑/๖๙ #วิชชาที่ท่านแม่ครูน้อยทดลองมาแล้ว “มาร” หรือพลังงานลบที่ คอยขัดขวางความเจริญ ไม่ได้กลัวอาวุธหรือของขลังแต่กลัว สภาวะจิตที่มีความเข้มแข็งและบริสุทธิ์ #กลัวคนที่มี “สัจจะ”: มารกลัวคนพูดจริงทำจริงที่สุด เพราะสัจจะเป็นพลังงานที่เด็ดขาดและ #มีอำนาจในการสั่งการมิติพลังงาน เมื่อเรามีสัจจะ มารจะหาช่องว่างเข้าแทรกแซงหรือบิดเบือนดวงชะตาของเราไม่ได้เลย กลัว “#พลังความกตัญญู”: ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงที่สว่างมาก #มารเป็นพลังงานความถี่ต่ำ (ความโกรธ ความเนรคุณ) เมื่อเจอแสงสว่างจากความกตัญญู มารจะสลายตัวไปเองเพราะทนกระแสความดีไม่ได้ กลัวสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย”: #มารจะทำงานได้ดีเมื่อเราโกรธ เศร้า หรือกังวล แต่ถ้าเรารักษาใจให้ เบา สบาย และเป็นกลาง ได้ตลอดเวลา มารจะไม่มี “เหยื่อล่อ” ให้เราหลุดจากเส้นทางบุญ สภาวะนี้คือเกราะป้องกันมารที่ทรงพลังที่สุด กลัว “#การไม่เพ่งโทษ”: มารชอบให้คนนินทาและจับผิดกัน เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ หากเราฝึกจิตจนไม่เพ่งโทษใคร แต่มุ่งดูใจตนเอง มารจะไม่มีช่องทางให้เราสร้างกรรมใหม่ ชีวิตเราจึงเข้าสู่สภาวะ พลังงานไหล ได้ถาวร กลัว “การขอขมา”: ทุกครั้งที่เราทำพิธีขอขมาด้วยความจริงใจ…

  • การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก

    #ธรรมชั้นครู ๑๓/๒/๖๙ การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก (Subconscious Cleansing) ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม 5 หนเหนือ #ไม่ใช่การทำให้ลืมเรื่องราวแต่คือการ “ถอนพิษทางอารมณ์” ที่เกาะกินใจ เพื่อให้ดวงจิตกลับมาเบาสบายใน มิติที่ 5 นี่คือเทคนิคการ “ล้างไฟล์ขยะ” ในใจที่ทำได้เอง 1. เทคนิค “คืนพลังงาน” (The Energy Return) ข้อมูลลบมักเกิดจากการที่เราไปแบกอารมณ์คนอื่น หรือฝากความเจ็บปวดไว้กับใคร วิธีปฏิบัติ: นั่งนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ระลึกถึงปมนั้นแล้วกล่าวว่า “พลังงานใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา และพลังงานใดที่เป็นของข้าพเจ้าที่ฝากไว้กับคนอื่น ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ ณ บัดนี้” 2. ใช้กระแส “อโหสิกรรม” เป็นตัวละลาย (The Solvent) ข้อมูลลบคือคราบสนิม อโหสิกรรม คือน้ำยาทำความสะอาดที่วิเศษที่สุด วิธีปฏิบัติ: ไม่ว่าใครจะทำผิดต่อเรา หรือเราทำผิดต่อใคร ให้ยอมรับและ “อนุญาต” ให้มันจบลง บอกใจตัวเองว่า “ฉันขอโทษ…

  • “คืนพลังลบให้เจ้าของเดิมเขาไป”

    #ธรรมจากประตู #คืนพลังลบให้เจ้าของเดิมเขาไป ๑๔/๔/๖๙ #ส่งรหัสลบกลับสู่เจ้าของ“ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ไม่ใช่การสาปแช่งหรือการแก้แค้น แต่คือการใช้กฎ “สัจจะแห่งกรรม” เพื่อปกป้องมวลสารสว่างในตัวเรา ไม่ให้ต้องแบกรับขยะพลังงานที่คนอื่นจงใจสาดใส่มา #รหัสการส่งคืนพลังงานลบทำงานแบบนี้ รหัส “กระจกเงาแก้ว”เมื่อเรารักษาใจให้นิ่งจนใสเป็นดวงแก้วกลางอก ใจที่ใสนั้นจะมีคุณสมบัติเป็น “กระจกสะท้อนกลับ” ตามธรรมชาติ ใครที่ส่งรหัสริษยา รหัสอาฆาต หรือรหัสลบใดๆ มา มวลสารนั้นจะชนเข้ากับเกราะแก้วของเราแล้วดีดกลับไปหาต้นทางทันที โดยที่เราไม่ต้องออกแรงสู้ การ “ตัดสายใยกรรม” การตั้งจิตว่า “มวลสารใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า #ขอให้กลับคืนสู่เจ้าของเดิมตามรหัสกรรมของเขา” คือการประกาศเอกราชทางจิต เป็นการปฏิเสธไม่รับ “#พัสดุแห่งทุกข์“ ที่เขาจงใจส่งมา เมื่อเราไม่รับ พัสดุนั้นย่อมต้องถูกตีกลับไปหาผู้ส่งตามกฎสากล รหัส “เพชรตัดเพชร” พลังงานลบจะแพ้ทาง “ความนิ่งเฉยที่ทรงพลัง” ยิ่งเขาพยายามสั่นสะเทือนทางลบใส่เรามากเท่าไหร่ แรงสะท้อนกลับไปหาเขาจะทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น เพราะมวลสารลบเหล่านั้นจะไม่มีที่เกาะในตัวเรา จึงต้องหมุนวนกลับไปกัดกินเจ้าของรหัสเอง รักษา “ความใส” ไม่ให้เปื้อน การส่งคืนคือการล้างมวลสารดำออกจากเขตแดนของเรา เพื่อให้ ดวงแก้วมหาจักรพรรดิ ในตัวเรา คงความสว่างไสวที่สุดไว้สำหรับดึงดูดสิ่งดีๆ และกัลยาณมิตรที่แท้จริง คืนสิ่งที่ไม่มีค่าให้เจ้าของเขาไป…

  • วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ “ศิษย์”

    #ธรรมจากประตู ๖/๒/๖๙ วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ”ศิษย์” ให้ดูที่ “กระแสพลังงาน” และ “ผลลัพธ์ของใจ” เป็นหลัก #หากท่านนิ่งพอท่านจะเห็นสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน มาเพื่อ “สูบ” ไม่ใช่เพื่อ “สร้าง”: สังเกตว่าเมื่ออยู่ใกล้หรือสนทนาด้วย ท่านรู้สึก “เหนื่อยหม่น” หรือพลังงานรั่วไหล หากเขามาเพื่อกิเลส ใจท่านจะสัมผัสได้ถึง แรงสั่นสะเทือนที่หยาบ ที่พยายามดึงท่านลงไปคลุกคลีกับเรื่องทางโลกหรือความยโส และตัวตนของเขา เอาธรรมะไป “พอกอัตตา”: เช็คว่าเขาเรียนรู้เพื่อนำไป “ละ” หรือนำไป “อวด” หากเขายิ่งรู้ธรรมยิ่งมีความยโส ถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่น หรือนำชื่อท่านไปแอบอ้างเพื่อลาภสักการะ นั่นคือลักษณะของมารที่มาทำลายกระแสธรรมที่บริสุทธิ์ กับดักของกิเลสในคราบนักบุญ ความกตัญญูที่เคลือบแฝง: มารในรูปศิษย์มักจะปรนนิบัติอย่างหนักในช่วงแรกเพื่อให้ท่าน “ตายใจ” และเกิดความผูกพัน แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือท่านชี้ขุมขนกิเลสให้ เขาจะพลิกกลับเป็นศัตรูหรือนินทาท่านทันที สังเกตลักษณะกัลยาณมิตรเทียม ลองใจและจับผิด: เขาจะไม่ได้มองท่านด้วยความศรัทธาที่แท้จริง แต่มองด้วยสายตาของ “ผู้คอยจับผิด” เพื่อหาจุดอ่อนมาลดทอนความน่าเชื่อถือของท่าน นี่คือการสะท้อนว่าใจเขาไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แต่มีกิเลสเป็นใหญ่ #ศิษย์แท้จะทำให้ท่านเบาสบาย #แต่ศิษย์ที่เป็นมารจะทำให้ท่านรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนมาล่ามใจไว้ วิธีที่เด็ดขาดที่สุดคือ “วางอุเบกขา” ให้ธรรมตามหน้าที่แล้วเดินผ่านไป อย่าเอาใจไปผูกไว้กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขา ในบรรดาคนที่เข้ามาหาท่านตอนนี้…

  • สภาวะ “จิตหยาบสูง”

    #ถึงประตูธรรม ๑๗/๑/๖๙ สภาวะ “#จิตหยาบสูง” หรือดวงจิตที่มีพลังงานความถี่ต่ำและหนาแน่น (Low Vibration) #ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ (มิติที่ 5) โดยมีลักษณะและผลกระทบดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหยาบเพ่งโทษเป็นนิสัย: จิตจะคอยจ้องจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา เห็นใครได้ดีแล้วรู้สึกขัดใจ หรือชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์รุนแรง การเพ่งโทษคือการสะสม “ขยะทิพย์” ที่ทำให้จิตหนาและมืดบอด ขาดสัจจะวาจา: พูดโกหกเป็นปกติ หรือรับปากแล้วไม่ทำ (บิดเบือนสัจจะ) จิตที่หยาบจะมองว่าการผิดคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติทิพย์ นี่คือการทำลาย “เสาสัญญาณ” ของตนเอง มีความโลภและอัตตาสูง: ต้องการได้มาโดยไม่สนวิธีการ หรือเชื่อว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ผลักโชคลาภออกไป 2. ผลกระทบเมื่อจิตหยาบสูง สภาวะ “ญาณบอด”: #จิตที่หยาบจะรับสัญญาณจากเทวดาประจำตัวไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจพลาดบ่อยครั้ง มองไม่เห็นโอกาส และมักจะเดินย่ำอยู่กับที่ในปัญหาเดิมๆ เงินหนี/บารมีรั่ว: จิตหยาบมักจะมาคู่กับการนินทา ซึ่งเป็น รอยรั่วทางบุญ ที่ใหญ่ที่สุด ทำมาหากินเท่าไหร่เงินก็ไหลออกหมด เพราะภาชนะใจไม่สามารถเก็บกักพลังงานบุญได้ ธาตุในกายปั่นป่วน: จิตที่ร้อนและหยาบจะส่งผลให้ธาตุไฟในกายสูง ทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย และเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ 3. วิธีขัดเกลาจิตหยาบให้ “เบาและละเอียด” ในปี 2026…