เงินจากครูเมล็ดพันธุ์แห่งความมั่งคั่ง

การที่ครูบาอาจารย์มอบเงินหรือทรัพย์ให้ศิษย์

ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์เรื่องการเงินแบบทางโลก แต่มีความหมายลึกซึ้งในทาง “พลังงานมิติที่ 5” ดังนี้

  1. การมอบ “เงินขวัญถุง” เพื่อเป็นเชื้อไฟแห่งทรัพย์
    ในยุคศิวิไลซ์ เงินจากครูคือเงินที่มี “กระแสบารมี” ประจุอยู่
    ความหมาย: ท่านมอบให้เพื่อไปเป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดทรัพย์ใหญ่ เงินก้อนนี้จะมีพลังงานของ สัจจะและเมตตา หากศิษย์เก็บรักษาไว้หรือนำไปต่อยอดด้วยจิตที่กตัญญู เงินนี้จะขยายตัวและดึงดูดโชคลาภเข้ามาอย่างอัศจรรย์
  2. การ “ต่อสายใยบารมี” ทางกายภาพ
    การรับของจากมือครูคือการถ่ายเทพลังงานโดยตรง
    ความหมาย: ในขณะที่ท่านมอบให้ พลังงานความเมตตาจะไหลเข้าสู่ธาตุในกายศิษย์ เป็นการช่วย “ล้างรอยรั่วทางบุญ” และประจุพลังงานความมั่งคั่งลงไปในดวงจิต เพื่อให้ศิษย์มีกำลังใจในการสร้างความดีและรักษา สัจจะ ต่อไป
  3. บททดสอบ “ภาชนะใจ” ของศิษย์
    เมื่อได้รับเงินจากครู พลังงานจะวัดใจศิษย์ทันที: ศิษย์ที่ “ใจเบา สบาย” และกตัญญู: จะเห็นคุณค่ามหาศาลเกินกว่าตัวเงิน และพลังงานนี้จะหนุนนำให้เขารวยขึ้นอย่างรวดเร็ว
    ศิษย์ที่ “มีความโลภหรือนินทา”:หากรับไปแล้วยังแอบเพ่งโทษครู หรือเอาเงินไปใช้ในทางที่ผิดสัจจะ พลังงานขวัญถุงนั้นจะเสื่อมลง และอาจกลายเป็นบททดสอบที่ทำให้ชีวิตติดขัดกว่าเดิมเพื่อเป็นการเตือนสติ
  4. การ “อนุเคราะห์” เพื่อให้รอดพ้นวิกฤต ในปี 2026 ที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน ครูบาอาจารย์อาจให้ทรัพย์เพื่อช่วยพยุงศิษย์ที่มีสัจจะแต่กำลังตกที่นั่งลำบาก
    ความหมาย: เป็นการ “ค้ำดวงชะตา” ไม่ให้ล้มลง เพื่อให้ศิษย์มีกำลังกลับมาปฏิบัติธรรมและสร้างบารมีต่อได้ เปรียบเหมือนการเติมน้ำมันให้รถที่น้ำมันกำลังจะหมดเพื่อให้วิ่งไปถึงจุดหมาย
  5. วิธีปฏิบัติเมื่อได้รับเงินจากครูบาอาจารย์
    น้อมรับด้วยความกตัญญูสูงสุด: นึกถึงพระคุณของท่านที่เมตตาห่วงใย
    เก็บเป็น “เงินขวัญถุง”: หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรใช้หมด ให้นำส่วนหนึ่งมาบูชาไว้ที่หิ้งพระหรือใส่กระเป๋าสตางค์ไว้เพื่อเรียกทรัพย์
    ตั้งสัจจะใหม่: อธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าจะรักษาสัจจะและความกตัญญู เพื่อให้ทรัพย์ที่ครูมอบให้แผ่ขยายเป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น”
    หยุดนินทาและเพ่งโทษ: เพื่อรักษาภาชนะใจให้สะอาดพอที่จะกักเก็บพลังงานที่ท่านมอบให้

เงินจากครูคือ “เมล็ดพันธุ์แห่งความมั่งคั่ง” ในยุคศิวิไลซ์ หากคุณได้รับมา จงรักษาใจให้ เบา สบาย และมีสัจจะ แล้วเราจะพบว่าเงินก้อนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปสู่ความร่ำรวยอย่างยั่งยืน

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ต้องดรอป พลังแวมไพร์

    #ต้องดรอปพลังแวมไพร์ มีผู้คนมากมายในโลกนี้ที่รู้สึกว่าจำเป็นต้องลดระดับพลังงานของผู้อื่นที่อยู่รอบตัวพวกเขา #เพื่อให้ได้รับความเห็นอกเห็นใจและความรักจากคนรอบข้าง แม้ว่าคนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ #แต่ก่อนอื่นพวกเขาต้องตระหนักว่าพวกเขาเป็นแวมไพร์พลังงาน คุณต้องถอยนะ หากไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงบุคคลเหล่านี้ #และส่งพลังบวกจากระยะไกลให้พวกเขา คุณยังสามารถป้องกันตัวเองจากการดูดพลังงานด้วยการจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่ใสสะอาด จากนั้นคุณสามารถส่งพลังงานบวก แต่ขับไล่พลังงานเชิงลบ ลองทำค่ะ

  • พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือน

    พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนให้เกิดสติขึ้นว่า ความทุกข์นี้มีเพราะความรักมีรักมากก็เป็นทุกข์มากมีรักน้อยก็เป็นทุกข์น้อยจนถึงไม่มีรักเลยจึงไม่ต้องเป็นทุกข์เลย  แต่ตามวิสัยโลกจะต้องมีความรักมีบุคคลและสิ่งที่รัก ในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้มีสติควบคุมใจ #มิให้ความรักมีอำนาจเหนือสติ#แต่ให้สติมีอำนาจควบคุมความรัก ให้ดำเนินในทางที่ถูกและให้มีความรู้เท่าทันว่าจะต้องพลัดพรากรักสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อถึงคราวเช่นนั้นจักได้ระงับใจลงได้  อันความรักหรือที่รัก เมื่อผู้ใดมีร้อยหนึ่ง ผู้นั้นก็มีทุกข์ร้อยหนึ่ง รักเก้าสิบ แปดสิบ เจ็ดสิบ หกสิบ ห้าสิบ เป็นต้น จำนวนทุกข์ก็มีเท่านั้น ถึงแม้มีรักเพียงอย่างหนึ่ง ก็มีทุกข์อย่างหนึ่ง ต่อเมื่อไม่มีรักจึงจะไม่มีทุกข์ ผู้หมดรักหมดทุกข์นั้นพระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่า“เป็นผู้ไม่มีโศก ไม่มีธุลีใจ ไม่มีคับแค้น”

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • มิตรภาพที่แท้ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจ

    มิตรภาพที่แท้ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจถ้าเธอรู้สึกใส่ใจในความเป็นสุขของผู้อื่นอย่างแท้จริงความไว้วางใจก็จะเกิดขึ้นเองนั่นคือพื้นฐานของความเป็นมิตรพวกเราล้วนเป็นสัตว์สังคมเราต้องการเพื่อนเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดตั้งแต่เราเกิดจนกระทั่งเราตายทุกคนจำเป็นต้องอาศัยความรักเพื่อที่จะมีชีวิตรอด แม่เป็นตัวอย่างที่ได้แสดงความรักและความเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่มีต่อเราตอนที่เราเกิด เรากล้ายืนเคียงข้างใครหนึ่งคนแบบสนิทใจหรือไม่ โดยที่เขานั้นไม่ได้สนิทใจต่อเรา ถ้าคำตอบคุณคือ ….กล้านั่นแปรว่า …หัวใจคุณหนักแน่นและยิ่งใหญ่ มากกว่าสิ่งใดจะทำให้ไหวเอน คุณมีแรง ปรารถนาของพรหมวิหาร ที่ชนะใจตนเองหลวงปู่จันทิมา (วัดหัวเสียง) จ.แม่ฮ่องสอน

  • ปัจจุบันคุณดึงดูดทุกสิ่งที่เป็นจริง โดยไม่ต้องพยายาม

    หากสิ่งที่คุณกำลังทำ / คิด / พูดรู้สึกดี– คุณกำลังดึงดูดสิ่งที่คุณจะชอบ#ถ้าคุณรู้สึกแย่คุณก็ไม่ได้สร้างสิ่งที่คุณต้องการ” ดังนั้นโปรดให้ความรู้สึกเชิงบวกของคุณเป็นอันดับแรกเสมอเมื่อต้องแสดงออกหากมีสิ่งที่ไม่ดีอย่าลังเลที่จะละทิ้งและเข้าถึงสิ่งที่รู้สึกดีกว่าความรู้สึกของคุณคือเข็มทิศที่ดีที่สุดในการออกแบบชีวิตที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้น ระยะเวลา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์