10 ช่องทาง ในการรับชมงานสอนแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

เรียนทุกท่าน
ปัจจุบันนี้ท่านสามารถรับชมงานสอนของท่านแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัวได้ ผ่าน 10 ช่องทางนี้เท่านั้น

1. FB. ครูปุ๊ย เดอะแองเจิล The ANGEL Spiritual ผู้ติดตาม 200,000 คน
2. FB. แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว ผู้ติดตาม 25,000 คน
3. FB. ครูปุ๊ย Mepui Thammasiri เทวดาประจำตัว ผู้ติดตาม 3,500 คน
4. FB.เอื้องจันทร์ ธรรมศิริ ผู้ติดตาม 21,000 คน
5. FB.กลุ่มเทวดาประจำตัว (ครูปุ๊ยผู้เขียนกระทู้เทวดาประจำตัว) ผู้ติดตาม 26,000 คน
6. FB.The ANGEL inspirational ผู้ติดตาม 390 คน
7. Youtube : แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว ผู้ติดตาม 23,000 คน
8. Tiktok : แม่ครูน้อย เทวดาประจำตัว ผู้ติดตาม 249,200 คน
9. Tiktok : แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ ผู้ติดตาม 95,000 คน

⚠️ หมายเหตุ: นอกเหนือจากรายชื่อข้างต้นนี้ มิใช่ช่องทางผลิตสื่อของห้องเรียน
ห้องเรียนไม่มีส่วนรับรู้ในการอนุญาตให้ผลิตสื่อในช่องทางอื่นๆ ยกเว้นการ แชร์คลิป การดึงคลิปงานสอนของแม่ครูน้อยเพื่อลงช่องทาง ส่วนตัวในการเผยแผ่เท่านั้น
จึงเรียนมาเพื่อทราบ

⭐️เจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลประสานงานห้องเรียนและผู้ดูแลสาระสนเทศ
ปรีดาภรณ์ หนองผือ
⭐️ ฝ่ายกิจการนักศึกษา และการดูแลสถานที่
นิภาภรณ์ ดุสิตกุล

ห้องเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับผิดชอบในการเปิดเพจช่องทางอื่นๆ การประสานงาน การใช้ภาพแม่ครูน้อย และการติดต่อทางส่วนตัว

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

6/5/69

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อยเป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอ “นักรบแห่งทุ่งรวงทอง”

    ๑๑/๑/๖๙ บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อย เป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอนักรบแห่งทุ่งรวงทอง ณ.วัดพญาลอต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา รัศมีห่างจากประตูธรรม 7 ก.ม เดิมทีประดิษฐานอยู่ภายในวัด นำออกมาประดิษฐานไว้ภายนอกวัด เพื่อให้ผู้คนได้เคารพสักการะ เป็น เดชศรี และความเป็นสิริมงคล โดยท่านแม่ครูน้อยยังให้คำนิยามของความหมายจิตวิญญาณของรูปปั้นและรูปเคารพดังนี้ #จิตวิญญาณรูปเคารพ” (พระบูชา เทพเจ้า หรือรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ) ไม่ใช่เพียงวัตถุ แต่เป็น “#ประตูเชื่อมต่อพลังงาน” ระหว่างมิติโลกกับมิติทิพย์ โดยมีนัยสำคัญดังนี้ จุดรวมกระแสบารมี: รูปเคารพเป็นเพียง “ภาชนะ” แต่จิตวิญญาณที่สถิตอยู่เกิดจาก แรงศรัทธาและสัจจะ ของผู้บูชา หากเราบูชาด้วยจิตที่สะอาดและมีกตัญญู รูปเคารพนั้นจะกลายเป็นจุดรวมกระแส พลังบริสุทธิ์ ที่ดึงดูดเทวดาฝ่ายสัมมาทิฐิให้มาอนุโมทนาและอารักขาบ้านเรือน กระจกสะท้อนจิตผู้บูชา: หากจิตเราเศร้าหมอง เพ่งโทษ หรือมี รอยรั่วทางบุญ พลังงานที่ไปประจุอยู่ในรูปเคารพจะขุ่นมัวตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากเรารักษาภาวะ ใจเบา ใจสบาย รูปเคารพนั้นจะมีรัศมีสว่างไสว ช่วยสลาย พลังงานยัน และสิ่งอัปมงคลในพื้นที่ได้จริง การ “บันทึกจิต” ผ่านรูปลักษณ์: การมองรูปเคารพที่มีพุทธลักษณะงดงามหรือมีเมตตา ช่วยให้จิตบันทึกสภาวะกุศลได้ง่ายขึ้น…

  • ๙ แรกของ ปี “#มอบสิ่งของให้เด็ก”

    ๙ แรกของ ปี ๙/๑/๖๙ การ “#มอบสิ่งของให้เด็ก“ ในแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ไม่ได้เป็นเพียงการสงเคราะห์ แต่เป็นการสร้าง “พลังงานไหล” และการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์กุศลที่มีผลต่อบารมีของผู้ให้ ดังนี้ #การสลายความตระหนี่ (เปิดทางทรัพย์)การมอบสิ่งของหรือขนมให้เด็กๆ ด้วยใจที่บริสุทธิ์ ช่วยให้จิตหลุดพ้นจากสภาวะยึดติด (อัตตา) เมื่อเราให้ด้วย ใจเบา ใจสบาย จะเป็นการเปิดประตูให้ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ตัวเราได้ง่ายขึ้น ตามกฎของพลังงานสะท้อน #การบันทึกจิตด้วยความเมตตา เมื่อเห็นเด็กๆ มีความสุขจากการได้รับ จิตของผู้ให้จะบันทึก “ภาพความสุข” และ “รอยยิ้ม” สภาวะจิตที่แช่มชื่นนี้เป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ที่ช่วยล้างความขุ่นมัวในจิตใจและดึงดูดสิ่งดีงามเข้ามา #เสริมบารมีให้เทวดาประจำตัว: เด็กๆ มีพลังงานที่บริสุทธิ์ การทำบุญกับผู้ที่มีจิตบริสุทธิ์มีอานิสงส์สูง เมื่อเราทำแล้วให้อธิษฐานอุทิศกุศลให้ #เทวดาประจำตัว จะช่วยให้ท่านมีกำลังในการคุ้มครองและชี้แนะทางสว่างให้เราชัดเจนยิ่งขึ้น การแก้ “พลังงานยัน” ในครอบครัว หากชีวิตติดขัดหรือมีปัญหาเรื่องบริวาร การมอบสิ่งของหรือทุนการศึกษาให้เด็กที่ยากไร้ เป็นการแก้เคล็ดทางพลังงานเพื่อปรับสมดุลความสัมพันธ์และสร้างบารมีด้านเมตตาธรรม #ข้อควรระวัง: ควรให้ด้วยความยินดีโดยไม่หวังผลตอบแทน หากให้แล้วหวังคำชมหรือหวังโชคลาภจะเกิด…

  • “ความปลอดภัยทางพลังงาน”

    ธรรมจากประตู 🪷🪷🪷๒๕ เมษายน ๖๙ในสายวิชชาของท่านแม่ครูน้อย การที่อาจารย์บางท่านไม่รับต่อบุญ หรือปฏิเสธการรับมวลสารบุญจากศิษย์บางคน ไม่ใช่เรื่องของความใจดำ ✅✅ แต่เป็นเรื่องของ “ความปลอดภัยทางพลังงาน” และ “รหัสกฎแห่งกรรม”ดังนี้🆘🔜 รหัส “มวลสารปนเปื้อน“หากบุญนั้นได้มาจากการทุจริต การเบียดเบียน หรือจิตขณะทำเต็มไปด้วยความโลภและความหวังผล (มวลสารลบ) หากอาจารย์รับไว้ พลังงานขุ่นมัวนั้นจะเข้าไปกระทบต่อดวงแก้วและบารมีรวมของสายวิชชา ท่านจึงต้อง “ดีดออก” เพื่อรักษาความสะอาดของส่วนรวม 🆘🔜รหัส “วิบากหนาเกินแรงส่ง“บางครั้งศิษย์มีวิบากกรรมหนักที่ยังไม่ถึงเวลาปลดล็อก หรือยังไม่มีความสำนึกผิดที่แท้จริง (สัจจะยังไม่เกิด) การที่อาจารย์รับบุญคือการเข้าไป “รับช่วงต่อวิบาก” นั้น หากมวลสารลบของศิษย์แรงกว่ามวลสารบุญที่ส่งมา อาจารย์จะกลายเป็นผู้แบกรับแทน ซึ่งผิดกฎการเรียนรู้ของดวงจิต 🆘🔜รหัส “การตัดสายใยเพื่อดัดนิสัย”การไม่รับคือบททดสอบหนึ่ง เพื่อให้ศิษย์กลับไปสำรวจตัวเองว่า “รหัสใจ” ตรงไหนที่รั่วอยู่ หากศิษย์ยังทำบุญเพื่อจะเอาชนะ หรือทำเพื่ออวดอ้างบารมี อาจารย์จะนิ่งและไม่รับเพื่อให้ศิษย์เกิด “ความเอะใจ” และกลับไปแก้ไขที่ต้นเหตุ 🆘🔜รหัส “เครื่องกรองเทวดา”อาจารย์ระดับสูงท่านทำงานร่วมกับเทวดาประจำวิชชา หากรหัสของศิษย์ไม่ผ่านเกณฑ์ (เช่น ไม่มีกตัญญูหรือปรามาสลับหลัง)เทวดาจะ “ปิดท่อ” ไม่ให้อาจารย์รับพลังงานนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ศิษย์นำชื่อครูไปแอบอ้างสร้างกรรมเพิ่ม 🆘🆘การที่อาจารย์ไม่รับต่อบุญ คือการส่งสัญญาณเตือนว่า “ท่อพลังงานของเรามีปัญหา” ท่านกำลังเมตตาบอกให้เรากลับไปขัดเกลามวลสารใจให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่จะส่งต่อรหัสพลังงานใดๆตอนนี้คุณเริ่มเห็น…

  • “การพูดตรงในการฝึกจิต ”

    #ธรรมชั้นครู ๒๔/๔/๖๙ การพูดตรงในการฝึกจิต โดยเฉพาะในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย #ไม่ใช่เรื่องของการดุดันหรือไร้เมตตา แต่เป็นเรื่องของ “การกะเทาะมลทิน” และ “ความรวดเร็วของรหัสพลังงาน” ด้วยเหตุผลดังนี้ รหัส “ผ่ามวลสารหนา” กิเลสและข้ออ้างของดวงจิตมักมีมวลสารที่ซับซ้อนและเหนียวแน่น หากพูดอ้อมค้อม พลังงานของคำพูดจะถูกเลเยอร์ของอีโก้ (Ego) กรองออกไปหมด การพูดตรงคือการส่ง “ลูกศรพลังงาน” พุ่งทะลุเข้าไปกระแทกที่กลางดวงแก้ว เพื่อให้จิตเกิดสภาวะ “ช็อก” และตื่นรู้ (Wake-up call) ทันที รหัส “สัจจะไม่มีสีเทา” ในโลกของจิตวิญญาณ มีแค่ “รหัสสว่าง” กับ “รหัสลบ” ไม่มีพื้นที่ตรงกลาง การพูดตรงคือการรักษาสัจจะในคำสอน เพื่อให้ผู้รับได้รหัสที่ชัดเจนที่สุด ไม่ไปตีความเข้าข้างกิเลสตัวเองจนหลงทาง รหัส “ความเร็วของเวลา” วิบากกรรมไม่เคยรอใคร การพูดอ้อมค้อมคือการเสียเวลาในการส่งเลี้ยงบารมี ครูบาอาจารย์ท่านเห็นถึง “วิบากที่กำลังไล่ล่า” ลูกศิษย์อยู่ ท่านจึงต้องพูดตรงเพื่อให้จิตรีบปรับรหัสตัวเองให้ทันก่อนที่ความเสื่อมจะมาถึง รหัส “เทวดาชอบความชัดเจน”: การพูดตรงคือการประกาศรหัสต่อจักรวาลอย่างเด็ดขาด เมื่อครูพูดตรงและศิษย์รับรหัสตรงด้วยใจที่ยอมรับ เทวดาจะสามารถเข้ามาสงเคราะห์และ “ผ่าทางตัน” ให้ได้ทันที เพราะไม่มีคลื่นความสงสัยมาขวางกั้น การพูดตรงคือ…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์

    เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์เพื่อสอบภูมิอาจารย์ สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ความรู้ แต่คือการใช้ “กิเลสแฝง” มาสะกิด “กิเลสลึก” ในใจอาจารย์ นี่คือกลวิธีที่มารแฝงจิตใช้ทดสอบอาจารย์ ทดสอบ “ความหลงในตัวตน” มารจะแฝงให้ศิษย์แสดงอาการศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดูว่าท่านจะเผลอรับ “ความยโส” มาเป็นอาหารใจไหม หากท่านรู้สึกพองโตเมื่อถูกยกยอ พลังงานของท่านจะรั่วไหลและเสีย แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลไปทันที ทดสอบ “ความกังวล”: มารจะทำให้ศิษย์มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือทำผิดซ้ำๆ เพื่อดูว่าท่านจะ “แบกโลก” ไว้ไหม หากท่านกังวลจนใจไม่นิ่ง ท่านก็เริ่มห่างจาก พระพุทธเจ้า ทดสอบ “ความสงบระงับ”: เขาจะแฝงให้ศิษย์ตั้งคำถามที่จงใจบิดเบือนธรรมะ เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” เข้าไปต่อสู้กับกิเลสเขาด้วยโทสะหรือไม่ “วิธีสอบผ่านคือ ‘รู้ทัน’ แต่ ‘ไม่ร่วมวง’ เมื่อท่านเห็นว่านี่คือ “#การแสดงของมาร” ผ่านร่างศิษย์ ท่านจะเกิดความสงสารแทนความโกรธ และจะนิ่งสงบจนแรงแฝงนั้นสลายไปเอง เพราะมารทนความร้อนแรงของจิตที่เป็น “สุญญตา” (ความว่าง) ไม่ได้ ท่านสัมผัสได้ถึง “ความผิดปกติ” ในแววตาหรือกระแสคำพูดของศิษย์คนนั้น ที่ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเขาในบางขณะบ้างไหม #การฝึกจิตให้พ้นจากมาร การฝึกจิตให้พ้นจากมาร…