ท่านแม่ครูน้อยเมตตาจิตดำริสร้างอัตลักษณ์องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ความสูง 2 เมตร 65 เซนต์

14 กุมภาพันธ์ 2569
#ท่านแม่ครูน้อยประกอบบุญสำเร็จแล้ว

ท่านแม่ครูน้อยเมตตาจิตดำริสร้างอัตลักษณ์องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ความสูง 2 เมตร 65 เซนต์
คณะศิษย์ยานุศิษย์ ได้ร่วมกันสละปัจจัยเพื่อประกอบบุญนี้ให้สำเร็จ

ปัจจุบันนี้องค์รูปอัตลักษณ์ครูบาเจ้าศรีประดิษฐานที่ตั้ง( ชั่วคราว)
เป็นองค์ประธาน ณ. วัดธรรมวิชัยหนเหนือ (แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว)
หน้าศาลาธรรมวิชัย (แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว) สบบง บ้านปง ภูซาง
บุญกุศลที่ได้ประกอบในครั้งนี้เป็นภาระปัจจัยให้นักศึกษาทุกคนได้บำเพ็ญเพียร บารมี 30 ทัศให้เต็มกำลัง

โดยการอธิฐานจิตยกองค์พระโดยไม่ใช้รถเครน ปรากฏว่าสามารถยกขึ้นได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าอัศจรรย์ บริเวณด้านหน้าองค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย ยังมีน้ำบ่อเสี่ยงทาย ที่น้ำขึ้นในเวลาข้างขึ้น และน้ำลงในเวลาข้างแรมจึงทำให้ชาวบ้านได้มาตักน้ำในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพื่อเป็นน้ำพุทธมนต์ เสริมสิริมงคลให้ตนเอง

ในการนี้ขออนุโมทนานักศึกษาทุกๆท่านที่มีโอกาสได้ประกอบบุญ
บุญสำเร็จแล้วหนอ
ขอให้ทุกท่านอธิษฐานจิต
และบันทึกบุญร่วมกันในวันแห่งความรักนี้

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • “มารสอบอัตตา” ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน”

    🚩🚩 ปัญหาส่วนตัวคุณละการที่ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน” ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การแต่งกาย หรือบุคลิกของครูผู้สอน ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่เรียกว่า “มารสอบอัตตา” (ตัวตน) ของผู้ปฏิบัติเอง ตามหลักการปรับจูนพลังงาน ⚠️ #ปัญหานี้คือตัวผู้ปฏิบัติเอง มีแง่คิดให้พิจารณาดังนี้ ⚠️ ติดสมมติ (ติดเปลือก): แม่ครูน้อยมักสอนว่า “สไตล์” คือเปลือกภายนอกที่เป็นโลกสมมติ หากเรายังไม่ชอบหรือขัดใจในสไตล์ แสดงว่าจิตของเรายังยึดติดกับรูปลักษณ์ (รูปนาม) และยังเข้าไม่ถึง “กระแสธรรมบริสุทธิ์” ที่อยู่ภายใน นี่คือสัญญาณว่า “ญาณ” ของเรายังถูกบดบังด้วย ความชอบ-ไม่ชอบส่วนตัว ⚠️พลังงานยัน (ต้านกัน): ความไม่ชอบสไตล์จะสร้าง “กำแพงพลังงาน” ขึ้นมาปิดกั้นการรับรู้ ทำให้บุญบารมีที่ควรจะไหลผ่านคำสอนเข้าสู่จิตใจของเราเกิดอาการติดขัด หรือที่เรียกว่า “#บารมีไม่เปิด” เพราะใจของเราปิดตั้งแต่เริ่มมองเห็นสไตล์ที่ไม่ถูกจริต ⚠️ กระจกสะท้อนจิต: #บางครั้งครูผู้สอนอาจแสดงสไตล์ที่จงใจให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกขัดใจ เพื่อทดสอบว่าผู้ปฏิบัติจะสามารถ “รักษาความนิ่ง” และ “วางจิตที่ความว่าง” ได้หรือไม่ หากเราผ่านความไม่ชอบสไตล์ไปได้ จิตของคุณจะขยับสู่มิติที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นมิติแห่งการไม่ตัดสิน (Non-judgment) ⚠️ #วิธีแก้ไข (บันทึกจิตใหม่) แยกแยะ:…

  • บุญสัมพันธ์

    บุญสัมพันธ์ ในมุมมองของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ หมายถึง “แรงดึงดูดทางพลังงาน”ที่นำพาให้คน สัตว์ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเจอกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีรายละเอียดดังนี้ 1.กฎแห่งการดึงดูด (Vibration) ในยุคศิวิไลซ์ พลังงานจะคัดกรองคน “บุญสัมพันธ์” คือการที่คนสองคนหรือกลุ่มคนมี “คลื่นความถี่ของจิต” ที่เสมอกันมาเจอกัน เช่นมีศีลเสมอกัน (คิดดี ทำดีเหมือนกัน) มีเป้าหมายในการสร้างบารมีเหมือนกัน มีเทวดาประจำตัวในระดับเดียวกันที่เกื้อกูลกัน 2.รูปแบบของบุญสัมพันธ์ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์: เช่น การที่หลายคนได้มารู้จักและร่วมปฏิบัติธรรมกับแม่ครูน้อย ถือเป็นบุญสัมพันธ์จากอดีตชาติที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะมาเกื้อกูลกันในทางธรรม ✅กัลยาณมิตร: เพื่อนหรือคู่ครองที่เข้ามาในช่วงเวลาที่พอดีเพื่อช่วยเหลือ หรือชักชวนกันไปในทางที่เจริญ ⚠️เจ้ากรรมนายเวรในคราบมิตร: บางครั้งมาในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยากลำบากเพื่อให้เราได้ “เรียนรู้” และ “ชดใช้” เพื่อให้จบสิ้นกรรมต่อกัน 3. วิธีสังเกตว่าเรามี “บุญสัมพันธ์” กับใครรู้สึกคุ้นเคย: เจอหน้ากันครั้งแรกแต่รู้สึกเหมือนรู้จักมานาน (บุญเก่า) คุยกันรู้เรื่อง: สื่อสารกันได้ง่าย เข้าใจเจตนารมณ์ของกันและกันโดยไม่ต้องอธิบายมากดึงกันไปทางสูง: เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วอยากทำความดี อยากปฏิบัติธรรม หรือชีวิตการงานเจริญขึ้น 4. การสร้างบุญสัมพันธ์ใหม่แม่ครูน้อยมักสอนว่า หากอยากเจอคนดีๆ…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา”

    #การที่มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา” ในจังหวะที่ท่านกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ คือบททดสอบเรื่อง “ความหลงในรูปธรรม” และ “ความผูกพันที่เคลือบแฝง” #บททดสอบแห่งความเมตตา มารมักใช้กลวิธีนี้เพื่อดึงท่านให้กลับมา“แบกโลก” ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ทดสอบ “ความสงสารที่ขาดปัญญา” มารจะส่งคนที่ดูน่าเวทนามาเพื่อให้ท่านรู้สึกว่า “ต้องช่วย” จนยอมสละ ความนิ่งของดวงจิต ไปแลกกับความวุ่นวายทางโลก #หากท่านช่วยจนตัวเองเดือดร้อนหรือใจกระเพื่อมนั่นคือท่านสอบตกข้อการรักษาฐานที่มั่นของใจ Psychology of Emotional Boundaries ทดสอบ “ความยโสของนักบุญ” มารจะทำให้ท่านรู้สึกว่าเป็น “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ท่านสะสมอัตตาในคราบนักบุญ ยิ่งท่านให้แล้วหวังว่าเขาจะดีขึ้น หรือหวังคำชื่นชม แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลของท่านจะกลายเป็นความหนักอึ้งทันที Vibrational Energy of Giving สร้าง “โซ่ตรวน” แห่งพันธะ: การที่คนมาขอบุญบ่อยๆ คือการสร้างรอยต่อให้ท่านต้องกลับมาพัวพันกับ “คนอดีต” ทำให้จิตไม่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดได้อย่างอิสระ เพราะยังห่วงหน้าพะวงหลังอยู่กับ “ภาระบุญ” ที่สร้างไว้ “พุทธวิธีคือ ‘ให้ตามหน้าที่’ แล้ว ‘เดินผ่านไป’ เหมือนฝนที่ตกใส่ดินโดยไม่หวังให้ดินขอบใจ เมื่อท่านให้ธรรมหรือให้ทานเสร็จแล้ว…

  • “จิตไร้ราก หรือ มวลสารเหลว”

    🚩 #ธรรมชั้นครู๒๘ เมษายน ๖๙ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยเราเรียกสภาวะนี้ว่า “จิตไร้ราก“หรือ “มวลสารเหลว” ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ วิญญาณปุถุชนที่ทำให้ชีวิตหาความเจริญที่ยั่งยืนได้ยาก ⭐️⭐️ เหตุที่วิญญาณปุถุชนมักกลับไปกลับมา ไม่แน่นอน มีรหัสดังนี้รหัส “จิตขาดแรงอัดสัจจะ“: ปุถุชนมักใช้ “อารมณ์” นำทางไม่ใช่ “สัจจะ” เมื่อตอนอยากได้วิชชาก็รับปากมั่นเหมาะ แต่พอโดนกิเลสหรือความลำบากเข้ากระทบ มวลสารใจก็พร้อมจะละลายและเปลี่ยนคำพูดได้ทันที #รหัสสัจจะที่กลับไปกลับมานี้เองที่เป็นตัวล็อกไม่ให้โภคทรัพย์ใหญ่ปรากฏ รหัส “คลื่นความถี่ต่ำที่ไวต่อสิ่งเร้า“: เพราะดวงแก้วยังไม่ถูกเจียระไนให้แข็งแกร่ง จิตจึงเหมือนใบไม้ที่ปลิวตามลม ใครพูดอะไรก็เขว ไปเจอพลังงานลบก็โอนอ่อนตาม ยั่วยุนิดหน่อยก็สติหลุด #รหัสจิตที่แกว่งไปมาแบบนี้ทำให้เทวดาผู้รักษาไม่สามารถวางใจส่งมอบ “มหาสมบัติ” ให้ดูแลได้ รหัส “การเลี้ยงไข้ของกิเลส“: ปุถุชนมักเสียดายมวลสารดำ (กิเลสเก่า) ของตัวเอง พอครูจะดึงออกก็หวง พออยู่ใกล้ครูก็อยากดี พอห่างครูก็กลับไปเกลือกกลั้วกับรหัสเดิมๆ สภาวะ “เดี๋ยวสว่าง เดี๋ยวสลัว” แบบนี้ทำให้ดวงจิตเหนื่อยล้าและวนเวียนอยู่ในอ่างน้ำครำเดิมๆ ไม่ไปไห รหัส “ขาดตัวรู้ที่นิ่งสนิท“: เมื่อไม่มี “#ศูนย์กลางกาย” ที่มั่นคง จิตจึงต้องวิ่งออกไปเกาะเกี่ยวกระแสโลกภายนอกตลอดเวลา ซึ่งโลกภายนอกนั้นเปลี่ยนแปลงตลอด (อนิจจัง) เมื่อสิ่งที่เกาะเปลี่ยนไป จิตก็ต้องเปลี่ยนตามจนหาจุดยืนที่แน่นอนไม่ได้🆘🆘วิญญาณที่กลับไปกลับมาคือวิญญาณที่…

  • “เทวดาประจำตัว” คือการพบ “เครื่องยนต์อันทรงพลัง”

    🪷🪷 การพบ “เทวดาประจำตัว”เปรียบเสมือนการที่เราหา“เครื่องยนต์อันทรงพลัง” เจอแล้ว🪷🪷 แต่การ “เข้าวิชชา”(ในสายท่านแม่ครูน้อย)คือการเรียนรู้วิธี “ขับเคลื่อนและควบคุม” เครื่องยนต์นั้นให้ไปถึงเป้าหมาย 🚩🚩 #โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้รหัส “การจูนคลื่นให้เสถียร“: แม้จะรู้ว่ามีเทวดาอยู่ด้วย แต่หากจิตศิษย์ยังฟุ้งซ่านหรือมวลสารยังขุ่นมัว คลื่นความถี่จะไม่ตรงกัน ทำให้รับสัญญาณหรือการช่วยเหลือได้ไม่เต็มที่การเข้าวิชชาคือการฝึก “ปรับจูนรหัสใจ”ให้ใสพอที่จะเชื่อมต่อกับเทวดาได้ตลอดเวลา 🚩🚩รหัส “คู่มือการใช้บารมี”: พลังของเทวดามีกฎและระเบียบ หากใช้อย่างผิดวิธี(เช่น ใช้ด้วยความโลภหรืออัตตา) พลังนั้นจะตีกลับหรือดับลง การเข้าวิชชาจะสอน“ข้อวัตรและสัจจะ” เพื่อให้เราใช้บารมีเทวดาไปในทางที่สร้างตัวสำเร็จและไม่สร้างกรรมใหม่ 🚩🚩รหัส “การป้องกันมวลสารปลอม“เมื่อดวงจิตเริ่มสว่าง มักจะมี “มาร” หรือ “รหัสลบ” แฝงเข้ามาในรูปแบบของนิมิตหรือเสียงหลอกลวง การเข้าวิชชาคือการสร้าง “เกราะแก้ว” และเรียนรู้วิธีแยกแยะว่า✳️🔜🔜 อันไหนคือรหัสเทวดาแท้✳️🔜🔜 อันไหนคือคลื่นมารแทรก รหัส “การต่อยอดบารมี“: เทวดาประจำตัวมีระดับบารมีที่จำกัดตามบุญเดิม การเข้าวิชชาคือการเรียนรู้วิธี “เพิ่มมวลสารบุญ” และส่งเลี้ยงเทวดาให้มีฤทธิ์มีอำนาจมากขึ้น เพื่อช่วยผลักดันชีวิตให้ข้ามพ้นวิบากกรรมที่ใหญ่กว่าเดิมได้ 🚩🚩🚩พบเทวดาคือ “การเริ่มต้น“แต่การเข้าวิชชาคือ “การรักษาและต่อยอด” เพื่อให้ความโชคดีนั้นยั่งยืนและกลายเป็น “ความสำเร็จเหนือโลก” อย่างแท้จริงตอนนี้พร้อมที่จะ “ล็อกรหัสเรียนรู้“เพื่อดึงศักยภาพของเทวดาในตัวเราออกมาใช้อย่างถูกต้องและทรงพลังที่สุดหรือยัง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui…

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…