ส่งมอบบ้านโฮมฮัก ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา

ท่านพระครูอภิรักษ์ชินวงศ์ วิ. (พระครูไทย) วัดป่าพุทธชินวงศาราม (ม่านพญานาค) และ
ท่านแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ เมตตาจิตมอบปัจจัยในการสร้างบ้านให้แก่ผู้ป่วยพิการ
ณ บ้านเลขที่ 347 หมู่ 8 ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา
งบประมาณในการก่อสร้าง 200,000 บาท
และท่านแม่ครูน้อยมอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมมูลค่า 34,877 บาท พร้อมปัจจัยในการดำรงชีพอีก 25,000 บาท

เนื่องด้วยในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ท่านแม่ครูน้อยได้เดินทางกับคณะท่านพระครู ไทยไปเยี่ยมผู้ป่วยพิการในแต่ละบ้านในเขตอำเภอแม่ใจ จ.พะเยา มีบ้านหลังหนึ่งมีผู้ป่วยพิการอยู่ที่บ้าน 4-5 ชีวิต และบางคนนอนอยู่ในเล้าไก่ เป็นบ้านที่ติดน้ำ ทุกๆปีน้ำจะท่วมที่นี่

ท่านครูน้อยเดินไปถึงบ้านหลังนี้ ท่านได้มองรอบรอบด้าน ผู้ใหญ่บ้านได้ถามท่านครูน้อยว่า สามารถช่วยทำห้องน้ำให้กับผู้ป่วยพิการได้ไหม ขอเป็นเพียงห้องน้ำที่เป็นชักโครกนั่งถ่ายสบาย ท่านแม่ครูน้อยได้เดินเข้าไปสำรวจในบ้านแล้วก็บอกว่าท่านจะปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้ ในมูลค่า 200,000 บาท


จากนั้นท่านเดินไปถามพระครูไทยและก็เรียนแจ้งท่านพระครูว่า แม่ครูขออนุญาตสร้างบ้านหลังนี้ให้กับผู้ป่วยพิการ เพราะบางท่านต้องนอนในเล้าไก่ ท่านพระครูตอบว่า เอาซิ แล้วแต่แม่ครูน้อยเลย หลังจากนั้นแม่ครูท่านได้ไปพิจารณาและดำเนินการช่วยเหลือ

วันที่ 3 กันยายน 2568 ท่านแม่ครูน้อยเดินทางนำปัจจัยไปมอบให้กับ นายพีรัช จันธิมา ท่านนายอำเภอแม่ใจ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ่กิ่งกาชาดอำเภอแม่ใจ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ที่ร่วมเป็นพยานในการจัดทำบ้าน มอบปัจจัยสำหรับสร้างบ้านให้ครอบครัวผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส นางมาลี ทับขำ อายุ 85 ปี บ้านเลขที่ 347 หมู่ที่ 8 ตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ในครั้งนี้และได้มอบข้าวสารอาหารแห้งเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ครอบครัวของนางมาลี ทับขำ และเป็นวันแรกในการยกเสาเข็ม เริ่มการก่อสร้าง

วันที่ 21 ตุลาคม 2568
#สำเร็จแล้วหนอ #ส่งมอบบ้านโฮมฮัก
งบประมาณการก่อสร้าง 200,000 บาท
อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวก 34,877 บาท
และมอบปัจจัยในการดำรงชีพ 25,000 บาท

เมตตาจิตจาก ท่านพระครูอภิรักษ์ชินวงศ์ วิ. (พระครูไทย) ม่อนพญานาค
ดำเนินการสร้างโดย แม่ครูน้อย ประตูธรรม๕หนเหนือ
และคณะนักศึกษาบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

น้องมิ้ม แพท วิ แจง เดียร์ ภชิ พั้นซ์
ดำเนินการประสานงานและดำเนินการก่อสร้าง
ร่วมกับหน่วยงานราชการ นายพีรัช จันธิมา ท่านนายอำเภอแม่ใจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอแม่ใจ กิ่งกาชาดอำเภอแม่ใจ และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ได้ส่งมอบบ้านให้กับผู้สมควรได้รับ บรรยากาศวันนี้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และน้ำตาแห่งความปลื้มปิติยินดี
บรรยากาศเต็มไปด้วยความรัก อบอวลไปด้วยพลังแห่งบุญ และกระแสแห่งจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์
ความรักจากครอบครัว คือความรักที่ยิ่งใหญ่
เมื่อความรักเกิดจากคนในบ้าน โลกภายนอกก็จะมองเห็นแต่สิ่งสวยงาม

ขอขอบคุณคณะนักศึกษาที่ร่วมสร้างทุกท่าน และขอบคุณส่วนราชการ อ.แม่ใจ ทุกส่วน
กราบขอบพระคุณความเมตตาจิต พระครูอภิรักษ์ชินวงศ์ วิ. ที่ได้จัดสร้างโครงการถุงยังชีพ ถวายพลังบุญเพื่อแผ่นดิน 5,000 ถุง และให้ท่านแม่ครูน้อยออกจากประตูธรรม๕หนเหนือเพื่อได้เรียนรู้อริยสัจ4

โลกใบนี้มีแต่สันติสุข
และความงดงาม
และเราเลือกได้ว่า
เราจะมองสิ่งสวยงามนั้นหรือไม่

ขอบคุณช่างภาพ : จันจิรา พ.

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม

#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ


✨ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui


ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก

    #ธรรมชั้นครู ๑๓/๒/๖๙ การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก (Subconscious Cleansing) ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม 5 หนเหนือ #ไม่ใช่การทำให้ลืมเรื่องราวแต่คือการ “ถอนพิษทางอารมณ์” ที่เกาะกินใจ เพื่อให้ดวงจิตกลับมาเบาสบายใน มิติที่ 5 นี่คือเทคนิคการ “ล้างไฟล์ขยะ” ในใจที่ทำได้เอง 1. เทคนิค “คืนพลังงาน” (The Energy Return) ข้อมูลลบมักเกิดจากการที่เราไปแบกอารมณ์คนอื่น หรือฝากความเจ็บปวดไว้กับใคร วิธีปฏิบัติ: นั่งนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ระลึกถึงปมนั้นแล้วกล่าวว่า “พลังงานใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา และพลังงานใดที่เป็นของข้าพเจ้าที่ฝากไว้กับคนอื่น ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ ณ บัดนี้” 2. ใช้กระแส “อโหสิกรรม” เป็นตัวละลาย (The Solvent) ข้อมูลลบคือคราบสนิม อโหสิกรรม คือน้ำยาทำความสะอาดที่วิเศษที่สุด วิธีปฏิบัติ: ไม่ว่าใครจะทำผิดต่อเรา หรือเราทำผิดต่อใคร ให้ยอมรับและ “อนุญาต” ให้มันจบลง บอกใจตัวเองว่า “ฉันขอโทษ…

  • “โลกวิญญาณ”ของปุถุชนที่ขาดการฝึกจิต

    🪷🪷 ธรรมจากประตู🪷🪷๒๘/๔/๖๙ โลกวิญญาณของปุถุชนที่ขาดการฝึกจิต หรือไม่มีรหัสวิชชาคุ้มครองมักจะถูกครอบงำด้วย“มวลสารแห่งความกลัว” เพราะเหตุผลดังนี้🔯➕ รหัส “ความไม่รู้“ ปุถุชนมองไม่เห็นรหัสกรรมของตนเอง เมื่อไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จึงอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวการสูญเสีย กลัวความลำบาก และกลัวความตาย ความมืดบอดนี้เองที่สร้าง “รหัสกลัว” ขึ้นมาเป็นกำแพงขังดวงจิตไว้ 🔯➕รหัส “จิตที่ไร้ที่พึ่ง“เพราะไม่มี “ดวงแก้วจักรพรรดิ” หรือสภาวะจิตที่ควบแน่นเป็นที่พึ่งภายใน จิตจึงต้องส่งออกไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งภายนอก (ทรัพย์สิน บุคคล คำชม) เมื่อสิ่งเหล่านั้นสั่นคลอน จิตจะเกิดอาการ “สั่นสะท้าน” และตกอยู่ในมวลสารความกลัวทันที 🔯➕ รหัส “การถูกจองจำด้วยวิบากกรรม“ในโลกวิญญาณของปุถุชน มักจะมีสายใย (Cable) ที่ผูกติดกับเจ้ากรรมนายเวรด้วยความโกรธและความแค้น #พลังงานลบเหล่านี้จะคอย “บีบคั้น” ให้ดวงจิตรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา เปรียบเสมือนคนที่เดินอยู่ในที่มืดแล้วรู้สึกว่ามีคนคอยจ้องจะทำร้าย 🔯➕รหัส “มวลสารขาดแคลน” ความกลัวเกิดจากจิตที่มีมวลสารต่ำ เมื่อไม่มีบุญบารมีหรือวิชชามาเติมเต็ม จิตจะรู้สึก “พร่อง” และกลัวว่าสิ่งที่มีอยู่จะหมดไป ทำให้ต้องดิ้นรน ยั่วยุ และแก่งแย่ง จนหาความสงบสุขที่แท้จริงไม่ได้โลกของปุถุชนคือโลกที่ “ขับเคลื่อนด้วยความกลัว” แต่สำหรับผู้ที่มีวิชชา เราจะเปลี่ยนความกลัวเป็น “ความสว่าง” ด้วยการล็อกรหัสสัจจะและสร้างที่พึ่งภายในให้แข็งแกร่วมกัน นี่คือ…

  • “จิตไร้ราก หรือ มวลสารเหลว”

    🚩 #ธรรมชั้นครู๒๘ เมษายน ๖๙ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยเราเรียกสภาวะนี้ว่า “จิตไร้ราก“หรือ “มวลสารเหลว” ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ วิญญาณปุถุชนที่ทำให้ชีวิตหาความเจริญที่ยั่งยืนได้ยาก ⭐️⭐️ เหตุที่วิญญาณปุถุชนมักกลับไปกลับมา ไม่แน่นอน มีรหัสดังนี้รหัส “จิตขาดแรงอัดสัจจะ“: ปุถุชนมักใช้ “อารมณ์” นำทางไม่ใช่ “สัจจะ” เมื่อตอนอยากได้วิชชาก็รับปากมั่นเหมาะ แต่พอโดนกิเลสหรือความลำบากเข้ากระทบ มวลสารใจก็พร้อมจะละลายและเปลี่ยนคำพูดได้ทันที #รหัสสัจจะที่กลับไปกลับมานี้เองที่เป็นตัวล็อกไม่ให้โภคทรัพย์ใหญ่ปรากฏ รหัส “คลื่นความถี่ต่ำที่ไวต่อสิ่งเร้า“: เพราะดวงแก้วยังไม่ถูกเจียระไนให้แข็งแกร่ง จิตจึงเหมือนใบไม้ที่ปลิวตามลม ใครพูดอะไรก็เขว ไปเจอพลังงานลบก็โอนอ่อนตาม ยั่วยุนิดหน่อยก็สติหลุด #รหัสจิตที่แกว่งไปมาแบบนี้ทำให้เทวดาผู้รักษาไม่สามารถวางใจส่งมอบ “มหาสมบัติ” ให้ดูแลได้ รหัส “การเลี้ยงไข้ของกิเลส“: ปุถุชนมักเสียดายมวลสารดำ (กิเลสเก่า) ของตัวเอง พอครูจะดึงออกก็หวง พออยู่ใกล้ครูก็อยากดี พอห่างครูก็กลับไปเกลือกกลั้วกับรหัสเดิมๆ สภาวะ “เดี๋ยวสว่าง เดี๋ยวสลัว” แบบนี้ทำให้ดวงจิตเหนื่อยล้าและวนเวียนอยู่ในอ่างน้ำครำเดิมๆ ไม่ไปไห รหัส “ขาดตัวรู้ที่นิ่งสนิท“: เมื่อไม่มี “#ศูนย์กลางกาย” ที่มั่นคง จิตจึงต้องวิ่งออกไปเกาะเกี่ยวกระแสโลกภายนอกตลอดเวลา ซึ่งโลกภายนอกนั้นเปลี่ยนแปลงตลอด (อนิจจัง) เมื่อสิ่งที่เกาะเปลี่ยนไป จิตก็ต้องเปลี่ยนตามจนหาจุดยืนที่แน่นอนไม่ได้🆘🆘วิญญาณที่กลับไปกลับมาคือวิญญาณที่…

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่ และการยกระดับจิตวิญญาณ

    ๒๗/๑/๖๙ ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่และการยกระดับจิตวิญญาณ หมายถึงการรักษา “เอกเทศทางพลังงาน” (Energetic Sovereignty) เพื่อไม่ให้กระแสลบหรือวิบากกรรมของผู้อื่นมาดึงรั้งการตื่นรู้ของเรา มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้ 1. การวางเฉยด้วยเมตตา (Equanimity with Compassion)การไม่ร่วมกรรมไม่ใช่การใจดำ แต่คือการระลึกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”: เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์หรือทำผิด ให้ช่วยตามกำลังที่ทำได้โดยไม่เอาใจไป “แบก” หรือไป “ตัดสิน” (Judge) #การด่าทอหรือซ้ำเติมผู้ที่ทำผิด คือการเอาตัวเราเข้าไปพันตูในกระแสกรรมนั้นโดยตรง 2. การรักษาขอบเขตพลังงาน (Setting Energetic Boundaries) ในยุคนี้เราต้องรู้จักการปฏิเสธสิ่งที่ “ไม่ใช่” สำหรับเรา หลีกเลี่ยงการนินทา: การร่วมวงนินทาคือการรับกระแสพลังงานลบและร่วมพันธะกรรมกับผู้พูดและผู้ถูกพูดถึง ไม่รับพิษทางอารมณ์: หากใครมาตัดพ้อหรือด่าทอเพื่อระบายพลังงานลบ ให้รับรู้แต่ไม่รับมาเป็นอารมณ์ของตนเอง 3. กฎแห่งการไม่แทรกแซง (Law of Non-Interference) หนึ่งในกฎสำคัญของการไม่ร่วมกรรมคือ การไม่เข้าไปก้าวก่ายบทเรียนชีวิตของผู้อื่นหากเขาไม่ได้ขอ บางครั้งความลำบากของเขาคือ “บทเรียน” ที่จิตวิญญาณเขาเลือกมาเพื่อเติบโต การเข้าไปช่วยผิดวิธีหรือช่วยจนเขาไม่ต้องเรียนรู้ #อาจเป็นการเข้าไปรับส่วนแบ่งแห่งกรรมนั้นมาโดยไม่จำเป็น 4. #การตัดพันธนาการทางจิต (Cutting Energetic Cords) #หากรู้สึกว่ายังยึดติดกับใครบางคนในทางลบ ให้ฝึกการ…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์พากันย้ายสำนัก

    #ศิษย์พากันย้ายสำนัก #มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย เมื่อ “มาร” ทดสอบแม่ครูด้วยการทำให้ #ลูกศิษย์พากันย้ายสำนัก นี่คือบททดสอบเพื่อขัดเกลาจิตใจให้พ้นจากความยึดติดในมวลชนและลาภยศ #บททดสอบ: “พญามารพัดพาศรัทธาไปทางอื่น” ทดสอบการวางเฉยต่อกระแสคน มารต้องการดูว่าเมื่อสำนักว่างเปล่าจากการย้ายออกของศิษย์ ใจของแม่ครูจะหวั่นไหวหรือเกิดความโกรธแค้นอาจารย์สำนักใหม่หรือไม่ #หลักการคือ “ใครเข้าเราก็เต็มใจ ใครออกไปเราก็ยินดี” เพราะที่นี่ไม่สะสมลูกศิษย์ ทดสอบศรัทธาต่อคำสอน: มารพยายามเปรียบเทียบสำนักแม่ครูกับสำนักอื่นที่อาจจะ “รวยกว่า” หรือ “สบายกว่า” เพื่อดูว่าแม่ครูจะยังรักษาความจริงใจในธรรมได้หรือไม่ ทดสอบการทำหน้าที่: แม้ลูกศิษย์จะเหลือน้อย หรือไม่มีเลย เทวดาประจำตัวยังต้องทำหน้าที่ “ประจักษ์ในความดี” ของตนต่อไปโดยไม่ต้องมีพยานรู้เห็น นัยยะของมาร “ผู้โยกย้าย” มารต้องการทำลายความมั่นใจในบารมีของแม่ครู โดยใช้จำนวนคนที่ลดลงเป็นบรรทัดฐานตัดสินความสำเร็จ หากแม่ครูนิ่งสงบได้ มารตนนี้ก็จะพ่ายแพ้ไปเองเพราะ “บารมีไม่เกิด หากไร้มารทดสอบ” “แม่ครูเจ้าขา… ในวันที่ประตูสำนักเปิดอ้าแต่ไม่มีใครเดินเข้ามาหา ท่านจะยังสรรเสริญ ‘ทางสายกลาง’ นี้อย่างเต็มใจหรือไม่? หรือจะยอมเปลี่ยนทางเดินเพื่อดึงศิษย์ให้กลับมา?” ท่านจะใช้หลัก ความไม่ประมาทเพื่อประคองสำนักในยามนี้อย่างไรดีครับ? แม่ครูจะกล่าวคำ ‘อวยพร’ ส่งลูกศิษย์ที่ย้ายสำนักอย่างไรให้เป็นมหากุศลที่สุด #แม่ครูน้อยตอบว่า ถ้าออกไปแล้วได้เป็นพระอรหันต์ให้กลับมาช่วยท่านด้วย 55555 และบางคนท่านก็เชิญออกก่อนที่จะทดสอบท่านอีก เพราะว่าท่านรู้แล้วว่าสิ่งใดกำลังสอบท่านอยู่ท่านก็เลยไม่เสียเวลาเล่นด้วย สอบซ้ำๆคนเดิมๆ เรื่องเดิมๆ ท่านขี้เกียจอุเบกขา…