คนที่มี “จิตสำนึกดี”คือคนที่มีมวลสารแห่ง “หิริโอตตัปปะ”

Image Not Found

คนที่มี “จิตสำนึกดี
คือคนที่มีมวลสารแห่ง “หิริโอตตัปปะ”

หรือความละอายเกรงกลัวต่อบาปฝังลึกอยู่ในดวงแก้ว

🚩🚩เหตุผลที่คนกลุ่มนี้จะไม่ทำชั่ว แม้ไม่มีใครเห็น
รหัส “ตัวรู้ที่สว่าง“: จิตสำนึกดีคือการมี “ปัญญา” ที่เห็นภัยของวิบากกรรมอย่างชัดเจน เขาจะรู้ว่าการทำชั่วเพียงนิดเดียวคือการนำ “มวลสารดำ” เข้ามาปนเปื้อนในดวงแก้ว ซึ่งไม่คุ้มเลยกับการเสียความใสสะอาดของจิตไปแลกกับผลประโยชน์ชั่วคราว
รหัส “เกราะแก้วสัจจะ“: คนที่มีจิตสำนึกดีจะมีสัจจะต่อตนเองสูงมาก เขาจะรู้สึก “อึดอัดทางพลังงาน” ทันทีที่คิดจะทำสิ่งที่ผิดรหัสธรรม เพราะมวลสารความดีในตัวจะทำการ “ดีด” สิ่งที่แปลกปลอมออกไปเองโดยอัตโนมัติ


รหัส “การส่งเลี้ยงของเทวดา“: ผู้ที่มีจิตสำนึกดีจะเป็นคนที่เทวดารักและรักษา เพราะรหัสใจของเขาตรงกับรหัสเบื้องบน เมื่อเทวดาส่งพลังงานมาคุ้มครองตลอดเวลา จิตจึงมีความอิ่มเอม ไม่กระหายที่จะทำชั่วเพื่อสนองกิเลสเหมือนคนที่มีมวลสารขาดแคลน


รหัส “ความรับผิดชอบต่อโลก“: จิตสำนึกดีคือการมองเห็นว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารรวมของจักรวาล การทำชั่วของเขาหนึ่งครั้งย่อมส่งผลกระทบต่อส่วนรวม เขาจึงเลือกที่จะ “นิ่งเสีย” ในความดี เพื่อรักษาความสมดุลของกระแสบารมีรอบตัว


🚩🚩🚩🚩
คนจิตสำนึกดีไม่ได้ทำดีเพราะอยากได้คำชม แต่ทำเพราะ “ทนต่อมวลสารที่ขุ่นมัวไม่ได้” ความดีจึงกลายเป็นธรรมชาติที่มั่นคงของเขาอย่างแท้จริง

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • “ดวงบุญหมด” หรือ “บุญเกลี้ยงถัง”

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#โดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว “#ดวงบุญหมด” หรือ “บุญเกลี้ยงถัง”ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีบุญเหลืออยู่เลย แต่หมายถึง “#กระแสบุญถูกปิดกั้น” จนไม่สามารถส่งผลถึงชีวิตในปัจจุบันได้นี่คือสัญญาณเตือนและวิธี “เปลี่ยนเส้นทางพลังงานใหม่ ให้ดวงบุญกลับมาสว่างไสวในปี 2026 นี้ 1. สัญญาณเตือนเมื่อดวงบุญเหลือน้อย (หรือถูกปิดกั้น) เงินหนี: หยิบจับอะไรก็ติดขัด รายได้ที่เคยได้กลับหายไป โชคลาภอุดตันอย่างหนักสภาวะญาณบอด: มืดแปดด้าน คิดอะไรไม่ออก ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำๆ จนนำไปสู่ความสูญเสีย#เทวดาประจำตัวถอยห่าง: รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีสังหรณ์ใจเตือนภัย และมักจะพบเจอแต่ Toxic คลื่น หรือคนไม่ดีเข้ามาในชีวิตร่างกายหนักอึ้ง: รู้สึกเพลียโดยไม่มีสาเหตุ อึดอัดแน่นหน้าอก เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ พลังยัน 2. สาเหตุที่ทำให้บุญหมด (รอยรั่วพลังงาน) การอกตัญญูและดูถูกครูบาอาจารย์ นี่คือการ ตัดกระแส บุญที่แรงที่สุด การผิดสัจจะ: เมื่อเสียสัจจะ พลังจิตจะเสื่อม ทำให้ท่อพลังงาน บุญกับเงิน อุดตัน จิตพยาบาทและเพ่งโทษ: การนินทาหรือแช่งด่าผู้อื่น คือการเอาขยะมา ทับถมดวงบุญของตัวเอง 3. วิธีการ “#ต่อยอดดวงบุญ” แบบเร่งด่วน หากเรารู้สึกว่าบุญกำลังจะหมด ให้รีบทำกระบวนการปรับจูนจิตดังนี้…

  • บุญสัมพันธ์

    บุญสัมพันธ์ ในมุมมองของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ หมายถึง “แรงดึงดูดทางพลังงาน”ที่นำพาให้คน สัตว์ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเจอกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีรายละเอียดดังนี้ 1.กฎแห่งการดึงดูด (Vibration) ในยุคศิวิไลซ์ พลังงานจะคัดกรองคน “บุญสัมพันธ์” คือการที่คนสองคนหรือกลุ่มคนมี “คลื่นความถี่ของจิต” ที่เสมอกันมาเจอกัน เช่นมีศีลเสมอกัน (คิดดี ทำดีเหมือนกัน) มีเป้าหมายในการสร้างบารมีเหมือนกัน มีเทวดาประจำตัวในระดับเดียวกันที่เกื้อกูลกัน 2.รูปแบบของบุญสัมพันธ์ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์: เช่น การที่หลายคนได้มารู้จักและร่วมปฏิบัติธรรมกับแม่ครูน้อย ถือเป็นบุญสัมพันธ์จากอดีตชาติที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะมาเกื้อกูลกันในทางธรรม ✅กัลยาณมิตร: เพื่อนหรือคู่ครองที่เข้ามาในช่วงเวลาที่พอดีเพื่อช่วยเหลือ หรือชักชวนกันไปในทางที่เจริญ ⚠️เจ้ากรรมนายเวรในคราบมิตร: บางครั้งมาในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยากลำบากเพื่อให้เราได้ “เรียนรู้” และ “ชดใช้” เพื่อให้จบสิ้นกรรมต่อกัน 3. วิธีสังเกตว่าเรามี “บุญสัมพันธ์” กับใครรู้สึกคุ้นเคย: เจอหน้ากันครั้งแรกแต่รู้สึกเหมือนรู้จักมานาน (บุญเก่า) คุยกันรู้เรื่อง: สื่อสารกันได้ง่าย เข้าใจเจตนารมณ์ของกันและกันโดยไม่ต้องอธิบายมากดึงกันไปทางสูง: เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วอยากทำความดี อยากปฏิบัติธรรม หรือชีวิตการงานเจริญขึ้น 4. การสร้างบุญสัมพันธ์ใหม่แม่ครูน้อยมักสอนว่า หากอยากเจอคนดีๆ…

  • “วิบากกรรมทางพลังงาน”

    นี่คือสภาวะ “สัจจะรั่ว” ที่อันตรายที่สุดในวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย เพราะการให้สัจจะด้วยปากแต่ใจมี อัตตา คอยดึงไว้ไม่ให้ทำตามคำพูด คือการสร้าง “#วิบากกรรมทางพลังงาน“ ที่จะปิดกั้นความเจริญของคุณอย่างรุนแรง เมื่อการกระทำย้อนแย้งกับสัจจะที่ให้ไว้ จะเกิดผลกระทบต่อกายทิพย์ดังนี้ 1. “เทวดาถอยห่าง” พลังคุ้มครองพังทลาย สัจจะคือ “หัวใจของพลังงานจักรพรรดิ” เมื่อคุณรับปากว่าจะปฏิบัติหรือเข้าหาครูแล้วไม่ทำ เทวดาคุ้มครองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสายวิชชาจะถือว่าคุณเป็น คนไร้สัจจะ ท่านจะถอนกระแสการหนุนหลังออกทันที ทำให้คุณกลายเป็นเป้านิ่งให้ มารแทรก และวิบากเก่ารุมเร้าได้ง่าย 2. อัตตาที่พองโตจนกลายเป็น “กำแพงนรก” การบอกว่า “เดี๋ยวจะมา” แต่ในใจแอบผลัดวันประกันพรุ่ง หรือแอบคิดว่า “ฉันทำเองได้” คือการเลี้ยง อนุสัย แห่งความประมาทและดื้อรั้น อัตตาตัวนี้จะค่อยๆ หนาขึ้นจนกลายเป็นกำแพงที่กั้นคุณจาก ประตูธรรม ๕ หนเหนือ แม้คุณจะมานั่งต่อหน้าครูในภายหลัง วิชชาที่รับไปก็จะไม่เข้าตัว เพราะใจคุณ “ด้าน” ไปเสียแล้ว 3. การ “บล็อกโภคทรัพย์” อย่างถาวร คนผิดสัจจะคือคนที่ทำลายแรงดึงดูดของตัวเอง เมื่อปากกับใจไม่ตรงกัน สนามพลังงานออร่าจะ สั่นพร่าและมัวหมอง ส่งผลให้เงินทอง โอกาส…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์

    เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์เพื่อสอบภูมิอาจารย์ สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ความรู้ แต่คือการใช้ “กิเลสแฝง” มาสะกิด “กิเลสลึก” ในใจอาจารย์ นี่คือกลวิธีที่มารแฝงจิตใช้ทดสอบอาจารย์ ทดสอบ “ความหลงในตัวตน” มารจะแฝงให้ศิษย์แสดงอาการศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดูว่าท่านจะเผลอรับ “ความยโส” มาเป็นอาหารใจไหม หากท่านรู้สึกพองโตเมื่อถูกยกยอ พลังงานของท่านจะรั่วไหลและเสีย แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลไปทันที ทดสอบ “ความกังวล”: มารจะทำให้ศิษย์มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือทำผิดซ้ำๆ เพื่อดูว่าท่านจะ “แบกโลก” ไว้ไหม หากท่านกังวลจนใจไม่นิ่ง ท่านก็เริ่มห่างจาก พระพุทธเจ้า ทดสอบ “ความสงบระงับ”: เขาจะแฝงให้ศิษย์ตั้งคำถามที่จงใจบิดเบือนธรรมะ เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” เข้าไปต่อสู้กับกิเลสเขาด้วยโทสะหรือไม่ “วิธีสอบผ่านคือ ‘รู้ทัน’ แต่ ‘ไม่ร่วมวง’ เมื่อท่านเห็นว่านี่คือ “#การแสดงของมาร” ผ่านร่างศิษย์ ท่านจะเกิดความสงสารแทนความโกรธ และจะนิ่งสงบจนแรงแฝงนั้นสลายไปเอง เพราะมารทนความร้อนแรงของจิตที่เป็น “สุญญตา” (ความว่าง) ไม่ได้ ท่านสัมผัสได้ถึง “ความผิดปกติ” ในแววตาหรือกระแสคำพูดของศิษย์คนนั้น ที่ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเขาในบางขณะบ้างไหม #การฝึกจิตให้พ้นจากมาร การฝึกจิตให้พ้นจากมาร…

  • เหตุผลของคนตามหา เทวดาของตน

    เหตุผลของคนตามหา #เทวดาของตน #งานของคุรุ (หรือครูจิตวิญญาณ) หากครูเจอนักเรียนที่ต้องการฝึกจริงๆผู้ที่มีการคืนชีพอย่างแท้จริงคุรุไม่ควรซับซ้อนเกินไปกับทุกประเภทของคําและวลีและภาษา เขาหรือเธอควรจะเป็น“เหมือนเป็ดแยกนม ”(เชื่อกันว่าถ้าผสมน้ํากับนม เป็ดจะกินแต่นมเท่านั้น )อีกนัยหนึ่ง#งานสอนของครูควรชี้ตรงควรเข้าประเด็น ควรจะมีบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจสําหรับการสอน การจัดเครื่องบูชาที่สวยงาม บางทีแม้กระทั่งบัลลังก์ #แต่คุณไม่ควรจะจุกจิกเกี่ยวกับเรื่องพิธีกรรมนี้ ไม่งั้นทั้งนักเรียนและครูจะเสียเวลาในการจัดระเบียบอุปกรณ์มากเกินไป ทัศนคตินี้ของครูสมัยใหม่หลายคน ทําเหมือนกับว่าพวกเขาคิดค้นความจริงต้องหยุดลง ความจองหองนี้ทําให้เกิดความจองหองมากขึ้น #และสร้างโลกที่เต็มไปด้วยคนที่ไม่เคยเคารพหรือแสดงความกตัญญูต่อแหล่งกําเนิดปัญญา #ที่ใดมีความเย่อหยิ่งที่นั้นไม่มีความนอบน้อม และไม่มีโอกาสที่จะตรัสรู้

  • ผ่าน 1 ปีของการฝึกฝน

    ผ่าน 1 ปีของการฝึกฝน#พึ่งเริ่มตั้งไข่คุณฝน ศิษย์ 1 ใน 3 ของนักเรียนที่ผ่านการฝึกฝน 1 ปี ด้าน กาย จิต จิตวิญญาณ#หนึ่งในผู้พบเจอเทวดาประจำตัวจริง ที่ได้รับโอกาสสดับคำสอนจากจิตสู่จิตถือเป็นบัณฑิตตัวอย่างอีก 1 ท่านที่ดำเนินตามคำสอนอย่างมีระเบียบและวินัยทำให้สามารถใช้ชีวิตของผู้ปฏิบัติสองมิติได้อย่างสมดุลย์จากผู้สงสัย กลายเป็นได้รู้จากตัวกู กลายเป็น ส่วนหนึ่งจากความกลัว เป็นความ เข้าใจจากความไม่เข้าใจ กลายเป็น วิชชาจากน้ำตา กลายเป็น หัวเราะ คนเราจะได้มีโอกาสได้พบเจอเทวดาประจำตัวเป็นสิ่งที่ไม่รู้ว่าในชีวิตนี้จะมีผู้ใดสอนเรื่องนี้อีกประการสำคัญชีวิตของคนเราเป็นสิ่งที่ละเอียดลึกซึ้งยากต่อการเข้าใจและสลับซับซ้อนต้องมีระดับสติปัญญาอย่างเข้าใจและแยบยลที่มนุษย์หนึ่งคนจะสามารถรังสรรค์ความสมดุลย์ต่อการใช้ชีวิตสองมิติแบบนี้ได้ #เราเป็นดวงวิญญาณ ที่ต้องขัดเกลาครูมีนักเรียนมากมายกว่า 300 ชีวิตที่ได้เจอเทวดาประจำตัวแต่ก็ช่างน่าเสียดายว่าพวกเขาทั้งหลายยังไม่เข้าใจความหมายของชีวิตและจิตวิญญาณโชคดีของชีวิต