การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก

#ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩
๑๓/๒/๖๙

การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก (Subconscious Cleansing)

ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม 5 หนเหนือ #ไม่ใช่การทำให้ลืมเรื่องราว
แต่คือการ “ถอนพิษทางอารมณ์” ที่เกาะกินใจ เพื่อให้ดวงจิตกลับมาเบาสบายใน มิติที่ 5
นี่คือเทคนิคการ “ล้างไฟล์ขยะ” ในใจที่ทำได้เอง

1. เทคนิค “คืนพลังงาน” (The Energy Return) ข้อมูลลบมักเกิดจากการที่เราไปแบกอารมณ์คนอื่น หรือฝากความเจ็บปวดไว้กับใคร
วิธีปฏิบัติ: นั่งนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ระลึกถึงปมนั้นแล้วกล่าวว่า “พลังงานใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา และพลังงานใดที่เป็นของข้าพเจ้าที่ฝากไว้กับคนอื่น ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ ณ บัดนี้”

2. ใช้กระแส “อโหสิกรรม” เป็นตัวละลาย (The Solvent)
ข้อมูลลบคือคราบสนิม อโหสิกรรม คือน้ำยาทำความสะอาดที่วิเศษที่สุด
วิธีปฏิบัติ: ไม่ว่าใครจะทำผิดต่อเรา หรือเราทำผิดต่อใคร ให้ยอมรับและ “อนุญาต” ให้มันจบลง บอกใจตัวเองว่า “ฉันขอโทษ ฉันให้อภัย และฉันขอปล่อยวาง” เมื่อใจ “ยอม” #ข้อมูลลบจะเสียอำนาจการควบคุมคุณทันที

3. การขอขมา “เทวดาประจำตัว” (Divine Alignment)
ข้อมูลลบในจิตใต้สำนึกทำให้ เทวดาประจำตัว หม่นหมอง
วิธีปฏิบัติ: ใช้บทขอขมา หรือการตั้ง สัจจะ ทำความดีเรื่องใหม่ทับซ้อนเข้าไป พลังบารมีใหม่จะค่อย ๆ เข้าไปเจือจางข้อมูลลบเดิมจนหมดฤทธิ์ไปเอง

4. “เสียงกระดิ่ง” ตัดกระแส (Cutting the Loop)
จิตใต้สำนึกชอบคิดลบวนเวียน #แม่ครูน้อยจึงใช้เสียงกระดิ่ง
วิธีปฏิบัติ: เมื่อเกิดความคิดลบแทรกขึ้นมา ให้ใช้เสียง (เช่น ดีดนิ้ว หรือสวดมนต์สั้น ๆ) เพื่อ “กระตุก” จิตให้กลับมาที่ปัจจุบันทันที เป็นการตัดไม่ให้ข้อมูลลบบันทึกลงไปซ้ำเป็นรอบที่ร้อย

5. เข้าสู่ “ความว่าง” (Emptiness)
เมื่อใจว่าง ข้อมูลลบจะหาที่เกาะไม่ได้
วิธีปฏิบัติ: ฝึกหายใจแล้วมองภาพจำลบ ๆ เหมือนดูหนังเรื่องหนึ่งที่จบไปแล้ว ไม่ต้องไปด่า ไม่ต้องไปชม แค่ “รู้” ว่ามันมีอยู่แต่ไม่ใช่เรา แล้วใจจะค่อย ๆ วาง ไปสู่ วิมุตติความหลุดพ้น ในที่สุด

#คำสอนแม่ครูน้อย: “ข้อมูลลบคือเงา อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริงที่ต้องรักษาไว้ด้วยสัจจะ”

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • คุณเป็น light Worker?

    #คุณเป็น lightworker? คุณอาจเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่รู้ตัว ช่างแสงคือสิ่งมีชีวิตที่อุทิศตนเพื่อการเติบโตและส่งเสริมการมีอยู่ภายในและการตระหนักรู้ในตนเองและในผู้อื่น พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนการรักษา# และชอบคิดว่าพวกเขาสามารถตรวจจับพลังงานในการรักษาได้ บ่อยครั้งพวกเขาได้รับการปลุกจิตวิญญาณบางรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตนี้หรือชีวิตในอดีต#คนเหล่านี้จะหลุดออกมาเหมือนมีใจเป็นทอง พวกเขากำลังเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรัก ต่อไปนี้คือ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณกลายเป็นคช่างไฟ (Lightworker)1. #ความเห็นอกเห็นใจของคุณจะมีพลังในขณะที่ทุกคนในโลกแสดงความเห็นอกเห็นใจในระดับหนึ่ง บุคคลบางคนก็มีความเห็นอกเห็นใจมากกว่าคนอื่นโดยเนื้อแท้ Lightworkers คือผู้ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขามีความสามารถมากขึ้นในการตรวจจับอารมณ์ของผู้อื่น เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของความปรารถนาที่จะรักษาผู้ที่ได้รับความเสียหาย2. #คุณสูญเสียความสอดคล้อง คุณไม่สนใจป้ายที่คนอื่นให้คุณ แทนที่จะสมัครเป็นสมาชิกทางสังคมแบบใดแบบหนึ่ง ช่างทำแสงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องระบุแง่มุมต่างๆ ของชีวิตพวกเขา คุณไม่ได้แต่งตัวเหมือนคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณไม่ได้แสดงข้อความในลักษณะใดรูปแบบหนึ่ง แม้แต่อัตลักษณ์ทางเชื้อชาติและทางเพศก็หายไป คุณแค่มีตัวตนอยู่ในตัวคุณ3. #คุณรู้สึกในระดับลึก โลกของ Lightworker จะเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก พวกเขาเอาใจใส่ในความหมายที่แท้จริงของคำ: พวกเขาสามารถประสบกับสิ่งที่คนอื่นรู้สึกราวกับว่าคุณได้กลายมาเป็นบุคคลนั้นในขณะนั้น 4. #ผู้คนดึงดูดคุณ – Lightworkers เป็นสัญญาณแห่งแสงสว่างในโลกที่เต็มไปด้วยความมืด ผู้คนสนใจพวกเขาเพราะแสงเล็ดลอดออกมาจากพวกเขา มันง่ายที่จะมองเห็นคนทำงานเบาเพราะพวกเขาจะหลุดออกมาในฐานะเพื่อนเก่า คนที่รู้จักคุณมาหลายปี5. #คุณไม่กลัวความตาย – Lightworkers ไม่กลัวความตาย เนื่องจากพวกเขาเข้าใจว่าความตายมีอยู่ในโลก เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นธรรมชาติ

  • คำสอนของท่านแม่ครูน้อย

    “แม่ครูน้อย”(หรือ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) คือผู้นำทางจิตวิญญาณที่เป็นที่รู้จัก จากการสอนเรื่อง “เทวดาประจำตัว” และการพัฒนาจิตใจผ่านการฝึกสติ ท่านมักเน้นย้ำถึงกระบวนการที่เรียกว่า “บันทึกจิต” ซึ่งเป็นการจัดการกับชุดความคิดและการกระทำเพื่อสร้างสภาวะชีวิตใหม่ ⭐️ จุดเด่นของคำสอนแม่ครูน้อย ที่เกี่ยวข้องกับการ “บันทึกจิตจิตใหม่” มีดังนี้ Ⓜ️ จิตคือเครื่องบันทึกพลังงานท่านสอนว่าจิตของเราบันทึกภาพและอารมณ์ทั้งบวกและลบไว้ตลอดเวลา หากเราบันทึกแต่เรื่องลบๆ จะกลายเป็น “#จุดรั่วไหลของบุญ” การบันทึกจิตเพื่อเปลี่ยนชีวิต: เน้นการฝึกให้มีสติเพื่อ “บันทึกจิตใหม่” ให้สะอาด มีความกตัญญูต่อธรรม และมีสัจจะ เพื่อเพิ่มกำลังให้เทวดาประจำตัวช่วยคุ้มครองและดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามา Ⓜ️ #การล้างรหัสกรรม: สอนเรื่องการเรียนรู้ที่จะปล่อยวางหรือ “จากไป” เมื่อเจอกับรหัสกรรมที่ไม่ดี เพื่อไม่ให้บันทึกจิตในทางที่เสื่อมเสียต่อไป ช่องทางติดตาม: สามารถศึกษาแนวคิดเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว หรือช่อง YouTube ของท่าน ได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • ตั้งสติ

    ตั้งสติ เราอยู่ในสังคมที่ผู้คนขาดความฉลาดทางอารมณ์ และไม่สามารถควบคุมจิตใจของตนเองให้หลุดลอยไปกับความคิดที่วอกแวกได้ เอาชนะสิ่งนี้ด้วยการนั่งสมาธิ อย่างน้อย 10 นาทีทุกวัน(เพิ่มเป็น 15 นาทีใน 10 วันที่ผ่านมา)ดีที่สุด!

  • ในทางพลังงานมนุษย์ทุกคนมีพรสวรรค์ หรือ วาสนาเก่า

    #ในทางพลังงานมนุษย์ทุกคนมีพรสวรรค์ หรือ วาสนาเก่า กฏแห่ งศักยภาพ บริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน(The Law Of Pure Potential) จริงๆมนุษย์เราทุกคนมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ ภายใน แต่ส่วนมากจะเกิดสภาวะตีบตันในระดับพลังงาน ไม่สามารถสำแดงพลังมหาศาลนั้นออกมาได้ เปรียบดุจ ดั่งยักษ์จินนี่ที่หลับไหลอยู่ในตะเกียงวิเศษ #รอคอยใคร บางคนไป “ปลุก” ให้มีสติปัญญาขึ้นมาจากตะเกียงนั่นแหละ เจตนารมณ์หรือ Intentionเจตนำจักรวาล หรือ ดำริจากจักรวาล(Divine Will) ถ้ าเร าป รับ ค ว าม ตั้งใจ (Willpower) ของเราให้เข้ากับดำริจากจักรวาลหรือ เจตนารมณ์ของจักรวาลได้แล้ว สิ่งที่เราต้องการจะ เกิดขึ้นอย่างง่ายดายมาก เพราะมันเป็นความต้องการ ของจักรวาลอยู่แล้ว เพียงแต่สำแดงออกมาผ่านทางเรา  ซึ่งคือกายเนื้อในรูปของมนุษย์หรืออธิบายด้วยภาษาที่ เข้าใจง่ายก็คือ เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วและเป็นชะตา ลิขิต (Destiny) หมายความว่าเบื้องบนอาจจะมีแผนการ บางอย่าง(Soul Plan)ที่ตัวตนของเราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ #แรงบันดาลใจและพลังสร้างสรรค์ที่ไหลทะลัก ออกมาแบบไม่มีเหตุผลตัวตนที่สูงกว่าเข้ามาทำหน้าที่ เมื่อใดก็ ตามที่คุณสำแดงตัวคุณเองออกมาผ่านทางพรสวรรค์ ของคุณ #มีความอ่อนไหวกับสิ่งรอบตัวอย่างรุนแรงมาก#การใช้วิธีการปกป้องจิตและปกป้องทางพลังงาน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำ โดยในตอนแรกเลยนั้นคุณก็ ต้องมีสติรับรู้ให้ได้ก่อนว่าคุณไปรับพลังงานนั้นมาจาก ไหนการคัดเลือกสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่จะอยู่อาศัยจะ…

  • ไม่สามารถก้าวหน้าในการเจอเทวดาประจำตัว

    หมายความว่า ไม่รู้จักการแบ่งเวลา ไม่รู้จักสร้างสมดุลย์ให้ชีวิต เราใช้ชีวิตอย่างวุ่นวายไปเรื่อยๆ ต้องสุข ต้องทุกข์ไปเรื่อยๆ อาจอยู่ห่างไกลการพัฒนาจิตใจไปเรื่อยๆ จนมีจุดเปลี่ยนของชีวิต เกิดความทุกข์ครั้งใหญ่จนทำให้เขาต้องกลับมาสร้างสมดุลย์ชีวิตอีกครั้ง เป็นผลให้เสียเวลาปฏิบัติทางจิตไปมาก บางคนมาปฏิบัติในช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ดี เนื่องจากสังขารไม่อำนวย นั่งไปปวดไป ทำได้ไม่เท่าไหร่ ก็ลมจับ ล้มพับไปก็มี เป็นการเสียโอกาสเพราะความชราภาพโดยแท้#คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า…

  • “เทวดาชั้นสูง”ส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน

    “เทวดาชั้นสูง” หรือเทวดาที่มีสัมมาทิฐิท่านจะลงมาคุ้มครองและส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน” เท่านั้น⭐️⭐️หากทำตัวแบบที่กล่าวมา(เสียสัจจะ พูดมาก ปั่นป่วนวิชชา หนีกลางคัน) ผลลัพธ์ทางพลังงานคือ!!! ✅✅ รหัส “คลื่นความถี่ไม่ตรงกัน”เทวดาดีๆ ท่านดำรงอยู่ได้ด้วยมวลสารแห่ง“ศีล สัจจะ และความสงบ” เมื่อเราทำตัววุ่นวายหรือไร้สัจจะ คลื่นของเราจะกลายเป็น “มวลสารหยาบ” ซึ่งเทวดาท่านเข้าใกล้ไม่ได้ เหมือนเอาของเหม็นไปวางไว้ข้างคนรักความสะอาด ท่านจึงต้องถอยห่างออกไปโดยปริยาย ✅✅รหัส “การถอนการส่งเลี้ยง”: หน้าที่ของเทวดาผู้รักษาคือการสนับสนุนคนทำดีเพื่อขยายบารมีต่อ หากเราทำตัวเป็น “ท่อรั่ว” หรือสร้างเหตุลบ ท่านจะถือว่าเรา “ปฏิเสธพร” นั้นเอง ท่านก็จะหยุดส่งมวลสารโภคทรัพย์ เพราะส่งมาเท่าไหร่ก็เสียเปล่าและอาจกลายเป็นโทษแก่ตัวเราเอง ✅✅รหัส “ช่องว่างของกฎแห่งกรรม”เมื่อเทวดาดีๆ ท่านคุ้มครองไม่ได้เพราะเราทำผิดกติกา “เกราะแก้ว” จะหายไปทันที กลายเป็นโอกาสให้ “เจ้ากรรมนายเวร” หรือ “พลังงานลบ” เข้ามากระแทกชีวิตได้โดยตรง แบบที่ไม่มีใครช่วยเบี่ยงเบนแรงปะทะให้ ✅✅เหลือเพียง “เทวดาชั้นต่ำ”หรือ “สัมภเวสี”: เมื่อรหัสจิตเราตกต่ำ เราจะดึงดูดได้เพียงพลังงานระดับเดียวกันเข้ามาคุ้มครอง ซึ่งมักจะชักจูงให้เราหลงผิดหนักขึ้น หรือพาไปหาผลประโยชน์ที่ฉาบฉวยแต่แฝงด้วยความพินาศในภายหลังครับ การที่เทวดาไม่คุ้มครอง ไม่ใช่เพราะท่านใจร้าย แต่เป็นเพราะ “เราทำตัวให้ท่านช่วยไม่ได้”การรักษาเทวดาไว้กับตัว จึงเริ่มที่การรักษา “สัจจะและจิตสำนึก”…