สภาวะ “จิตหยาบสูง”

#ถึงประตูธรรม 
๑๗/๑/๖๙

สภาวะ “#จิตหยาบสูง”

หรือดวงจิตที่มีพลังงานความถี่ต่ำและหนาแน่น (Low Vibration)
#ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ (มิติที่ 5) โดยมีลักษณะและผลกระทบดังนี้

1. ลักษณะของสภาวะจิตหยาบ
⭐️เพ่งโทษเป็นนิสัย: จิตจะคอยจ้องจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา เห็นใครได้ดีแล้วรู้สึกขัดใจ หรือชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์รุนแรง การเพ่งโทษคือการสะสม “ขยะทิพย์” ที่ทำให้จิตหนาและมืดบอด
⭐️ขาดสัจจะวาจา: พูดโกหกเป็นปกติ หรือรับปากแล้วไม่ทำ (บิดเบือนสัจจะ) จิตที่หยาบจะมองว่าการผิดคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติทิพย์ นี่คือการทำลาย “เสาสัญญาณ” ของตนเอง
⭐️มีความโลภและอัตตาสูง: ต้องการได้มาโดยไม่สนวิธีการ หรือเชื่อว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ผลักโชคลาภออกไป

2. ผลกระทบเมื่อจิตหยาบสูง
สภาวะ “ญาณบอด”: #จิตที่หยาบจะรับสัญญาณจากเทวดาประจำตัวไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจพลาดบ่อยครั้ง มองไม่เห็นโอกาส และมักจะเดินย่ำอยู่กับที่ในปัญหาเดิมๆ
เงินหนี/บารมีรั่ว: จิตหยาบมักจะมาคู่กับการนินทา ซึ่งเป็น รอยรั่วทางบุญ ที่ใหญ่ที่สุด ทำมาหากินเท่าไหร่เงินก็ไหลออกหมด เพราะภาชนะใจไม่สามารถเก็บกักพลังงานบุญได้
ธาตุในกายปั่นป่วน: จิตที่ร้อนและหยาบจะส่งผลให้ธาตุไฟในกายสูง ทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย และเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้

3. วิธีขัดเกลาจิตหยาบให้ “เบาและละเอียด”
ในปี 2026 นี้ หากรู้ตัวว่าจิตหยาบ ให้รีบแก้ไขก่อนจะถูก “คัดออก” จากกระแสพลังงานใหม่
ฝึก “หยุดนินทา” เด็ดขาด: การนินทาคืออาหารของจิตหยาบ #ให้เปลี่ยนมาเป็นการนิ่งสงบเมื่อเห็นคนอื่นทำไม่ดี
ทำพิธีขอขมาและยอมรับปรับปรุง: จัดน้ำสะอาดหน้าพานอธิษฐานจิต #ยอมรับต่อเทวดาว่าข้าพเจ้ามีจิตที่หยาบกระด้าง ขอเมตตาบารมีช่วยขัดเกลาจิตใจ
รักษาสัจจะเล็กๆ: เริ่มต้นรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเองให้ได้ 100% เพื่อสร้างแรงสั่นสะเทือนใหม่ที่ละเอียดขึ้น
ฝึกความกตัญญู: กลับไปกราบพ่อแม่หรือขอบคุณสิ่งรอบตัว พลังความกตัญญูเป็นพลังงานที่ละเอียด (High Frequency)#ที่จะช่วยฟอกจิตหยาบให้สว่างขึ้น

🚩🚩🚩จิตหยาบสูงคือสภาวะที่ “ใจหนักและมืด” หากเราต้องการรับปาฏิหาริย์ในปี 2026 เราต้องขัดเกลาใจให้ “เบา สบาย และมีสัจจะ” เพื่อยกระดับดวงจิตให้คู่ควรกับขุมทรัพย์ยุคศิวิไลซ์

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก

    ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก: บันทึกทุกอย่าง ตื่นตัวและตื่นตัวอยู่เสมอ มันควบคุม 95% ของชีวิตของเรา มันถูกสร้างขึ้นบนความเคยชิน มันพูดกับคุณในความฝัน มันไม่มีภาษาพูดมันโต้ตอบด้วยภาษาของจิตใช้ทุกอย่างตามตัวอักษร สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้หลายล้านล้านอย่างพร้อมกัน มันโต้ตอบผ่านความรู้สึกจิตใจ มีพลังมากกว่าจิตสำนึกหนึ่งล้านเท่า แต่คุณต้องปลุกมันด้วยจิตสำนึกของคุณ7% ของจิตสำนึก คุณจะทำอย่างไร กับเครื่องมือนี้เพื่อจะปลุก พลังจิตใต้สำนึกของคุณ 93%ครูมีคำตอบ

  • เมื่อลาพุทธภูมิแล้วยังสอนได้อยู่หรือไม่

    การ “ลาพุทธภูมิ” (การเลิกปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อเบนเข็มไปเป็นพระอรหันต์ในชาตินั้นหรือเร็วที่สุด) ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการสอนหายไป แต่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิง “หน้าที่” และ “สไตล์” ดังนี้ สรุป: การลาพุทธภูมิคือการ “#เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่” จากผู้ที่จะเป็นเจ้าของกิจการ (พระพุทธเจ้า) มาเป็นผู้จัดการหรือที่ปรึกษา (พระสาวก) ความรู้ความสามารถเดิมยังอยู่ครบและมักจะช่วยคนได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมา ด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า

    น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมาด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า พระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า#คือจิตสำนึก…ไม่ใช่ผู้สร้าง พระเจ้าเป็นแหล่งกำเนิดของการสร้างเองมัน (ไม่ใช่เขาหรือเธอหรือใคร)ไอทีไม่ได้เป็นอิสระจากคุณคือความสมบูรณ์ของทุกสิ่ง #ดังนั้นเมื่อคุณเรียกตัวเองว่าพระเจ้าไม่ได้หมายถึงตัวคุณเองคุณกำลังพูดถึงการแสดงออก #ของตัวตนของพระเจ้าที่อยู่ภายในตัวคุณ  กริยา…พลังงาน…ไม่ใช่คำนาม เมื่อคุณคิดว่าพระเจ้าเป็นคำนาม คน สถานที่ หรือสิ่งของ #คุณจะแยกตัวเองออกจากพระเจ้าและกลายเป็นสิ่งที่จำกัดในทันที นั่นคือสิ่งที่แยกผู้เชื่อ (ศาสนา) ออกจากผู้รู้ (ฝ่ายวิญญาณ)

  • บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้อง

    #บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้องบางครั้งในชีวิตคุณมาที่ทางแยก แล้วบอกตัวเองว่าควรไปทางซ้ายหรือควรไปทางขวา? #เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราเลือกคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง? หากคุณกำลังเผชิญกับทางแยกในชีวิตของคุณในวันนี้ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆสี่ข้อที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง: 1. #อธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่าเพียงแค่ขอให้พระเจ้าช่วยคุณ แต่จงเปิดใจรับการนำทางจากสวรรค์จริงๆ ทำสิ่งนี้โดยหายใจเข้าลึก ๆ สามครั้ง หลับตา เคลื่อนเข้าสู่หัวใจ แล้วถามพระเจ้าว่าไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับคำตอบทันที บ่อยครั้งที่เราผลักสิ่งต่าง ๆ ออกไปจากเราเพราะเราต้องการมันมากเกินไป หายใจเข้าในคำถามและยอมจำนนต่อคำตอบ การตัดสินใจที่ถูกต้องจะถูกเปิดเผยให้คุณทราบหากคุณถามคำถาม 2. #ให้ความสนใจมักจะมีสัญญาณรอบตัวเราที่พยายามจะบอกเราว่าใช่! หรือไม่! แต่เราคิดถึงพวกเขาเพราะเรายุ่งเกินไปและไม่ “ได้ยิน” ว่ายังคงเสียงเล็กๆ ที่พยายามจะชี้นำเรา ช้าลงหน่อย. หาเวลาให้กับตัวเองเป็นประจำและติดต่อกับภูมิปัญญาภายในของคุณเพื่อที่คุณจะได้ตระหนักถึงสัญญาณที่วิญญาณกำลังพยายามทำให้คุณพลาดอยู่เสมอหนึ่งสัญญาณที่จะใส่ใจกับเป็นขนลุกหรือหนาวสั่น หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกหนาวสั่น ทูตสวรรค์ของคุณยืนยันอย่างชัดเจนว่าคุณมาถูกทางแล้ว หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกปวดหัวหรือเริ่มรู้สึกไม่สบาย นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณมาไม่ถูกทาง ทุกครั้งที่ฉันปวดหัว ฉันมักจะตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการตัดสินใจที่ฉันกำลังพยายามทำเกี่ยวกับบางสิ่งหรือไม่ และหากมี ฉันรู้ว่าอาการปวดหัวเป็นสัญญาณสำหรับฉันที่จะไม่ก้าวไปข้างหน้า บ่อยครั้งร่างกายและอารมณ์ของเราเป็นอีกทางหนึ่งที่วิญญาณ/เทวดาพยายามจะนำทางเราไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไปในทิศทางที่ถูกต้อง 3. #ความหลงใหลโดยปกติเส้นทางที่คุณควรเดินไปจะทำให้คุณสว่างไสวเหมือนต้นคริสต์มาส หรือจะระเบิดความตื่นเต้นอย่างดอกไม้ไฟในวันที่ 25 ธันวา เส้นทางที่คุณควรหลีกเลี่ยงมักจะรู้สึกราบเรียบและไร้ความรู้สึกลองพูดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับการตัดสินใจที่คุณต้องทำและขอให้พวกเขาใส่ใจกับน้ำเสียงและการแสดงออกทางสีหน้าของคุณ บางครั้งคำตอบอาจซ่อนอยู่ในภาษาของคุณและบุคคลอื่นสามารถระบุได้อย่างง่ายดาย เพียงตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลนั้นสามารถคัดค้านได้และพวกเขาไม่มีส่วนได้เสียส่วนตัวในผลลัพธ์ 4. #เห็นภาพมันเทคนิคคือการสร้างภาพ ให้เห็นภาพรายละเอียดที่เล็กที่สุดในแต่ละเส้นทางแยกจากกัน เหมือนกับภาพยนตร์ที่กำลังแล่นอยู่ในหัวของพวกเขา พวกเขาจินตนาการสิ่งที่ชีวิตของพวกเขาจะเป็นเช่นหากพวกเขาเลือกเส้นทางที่ 1 ให้ความสนใจใกล้เคียงกับวิธีที่พวกเขารู้สึกจากนั้นให้พวกเขาทำเช่นเดียวกันกับเส้นทาง # 2 จากนั้นเราร่วมกันประมวลผลข้อดีและข้อเสียของแต่ละเส้นทาง และหลายครั้งก็ปรากฏชัดว่าเส้นทางใดเป็นผลดีสูงสุดของพวกเขา บางครั้งการรู้ว่าคุณไม่ต้องการอะไรก็สำคัญพอๆ กับรู้ว่าคุณต้องการอะไร เส้นทางที่คุณเลือกคือการยืนยันสิ่งที่คุณไม่…

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมอง

    สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมองดวงอาทิตย์ขณะพระอาทิตย์ตกได้เมื่อตกเย็นใช้เวลาสักครู่แหงนมองท้องฟ้ารู้สึกขอบคุณที่ผ่านพ้นไปอีกวัน #ช่วงเวลานี้จะทำให้จิตวิญญาณของคุณอบอุ่น พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท…