#อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?

#อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?คำตอบหลวงปู่ชา : ทิฐิ ความเห็นและความนึกคิดเกี่ยวกับสิ่งทั้งปวง เกี่ยวกับตัวเขาเอง เกี่ยวกับการปฏิบัติภาวนา เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า หลายๆ ท่านที่มาที่นี่ มีตำแหน่งการงานสูงในสังคมบางคนเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่ง หรือได้ปริญญาต่างๆ ครูและข้าราชการ สมองของเขาเต็มไปด้วยความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆ เขาฉลาดเกินกว่าที่จะฟังผู้อื่น เปรียบเหมือนน้ำในถ้วย ถ้าถ้วยมีน้ำสกปรกอยู่เต็มถ้วยน้ำก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เมื่อได้เทน้ำเก่านั้นทิ้งไปแล้วเท่านั้น ถ้วยนั้นก็จะใช้ประโยชน์ได้ ท่านต้องทำจิตให้ว่างจากทิฐิ แล้วท่านจึงจะได้เรียนรู้การปฏิบัติของเรานั้นอยู่เหนือความฉลาดหรือความโง่ ?️?#ถ้าท่านคิดว่า..ฉันเก่ง ฉันรวย ฉันเป็นคนใหญ่คนโตฉันเข้าใจพระพุทธศาสนาแจ่มแจ้งทั้งหมด เช่นนี้แล้ว ท่านจะไม่เห็นความจริงในเรื่องอนัตตา หรือความไม่ใช่ตัวตน ท่านจะมีแต่ตัวตน ตัวฉัน ของฉัน แต่พระพุทธศาสนา คือ การละตัวตน เป็นความว่าง เป็นความไม่มีทุกข์ เป็นนิพพาน

Similar Posts

  • จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้

    จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้กับจิตวิญญาณอย่างแท้จริงใครไม่อยากอยู่ด้วยคุณก็อยู่คนเดียวเพื่อนและความมั่งคั่งที่คุ้นเคยและวัตถุต่างๆต่างก็เย้ยหยัน#ดังนั้นจงทิ้งมันไปความทะเยอทะยานและก้าวร้าวจะเกิดหากคุณอยู่กับคนอื่นๆ#ใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเองและฝึกฝนจิตวิญญาณ

  • #คนที่อ่อนแอย่อมแพ้อุปสรรคง่ายๆ

    #คนที่อ่อนแอย่อมแพ้อุปสรรคง่ายๆ ส่วนคนที่เข้มแข็งย่อมไม่ยอมแพ้ เมื่อพบอุปสรรคก็แก้ไขไปรักษาการงานหรือสิ่งมุ่งจะทำไว้ด้วยจิตใจที่มุ่ง มั่น ถืออุปสรรคเหมือนอย่างสัญญาณไฟแดงที่จะต้องพบเป็นระยะ ถ้ากลัวจะต้องพบสัญญาณไฟแดงตามถนนซึ่งจะต้องหยุดรถ ก็จะไปข้างไหนไม่ได้ แม้การดำเนินชีวิตก็ฉันนั้น ถ้ากลัวจะต้องพบอุปสรรคก็ทำอะไรไม่ได้ธรรมดาผู้เป็นปุถุชน ความปรารถนาต้องการย่อมบังเกิดขึ้นได้เสมอ วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องก็คือ เมื่อความปรารถนาต้องการเกิดขึ้นเมื่อใด ให้ทำสติพิจารณาใจตนเองอย่างผู้มีปัญญา อย่าคิดเอาเองว่าใจเป็นอย่างไร จะต้องพบความจริงแน่นอนว่า ใจเป็นทุกข์ ใจเร่าร้อน ด้วยอำนาจความปรารถนาต้องการที่เกิดขึ้นนั้น ใจจะไม่สงบเย็นด้วยอำนาจความปรารถนาต้องการที่เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด#?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • พลังจิต (Gsychergy)

    #พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท ต่อมนี้ อยู่ใน…

  • น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมา ด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า

    น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมาด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า พระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า#คือจิตสำนึก…ไม่ใช่ผู้สร้าง พระเจ้าเป็นแหล่งกำเนิดของการสร้างเองมัน (ไม่ใช่เขาหรือเธอหรือใคร)ไอทีไม่ได้เป็นอิสระจากคุณคือความสมบูรณ์ของทุกสิ่ง #ดังนั้นเมื่อคุณเรียกตัวเองว่าพระเจ้าไม่ได้หมายถึงตัวคุณเองคุณกำลังพูดถึงการแสดงออก #ของตัวตนของพระเจ้าที่อยู่ภายในตัวคุณ  กริยา…พลังงาน…ไม่ใช่คำนาม เมื่อคุณคิดว่าพระเจ้าเป็นคำนาม คน สถานที่ หรือสิ่งของ #คุณจะแยกตัวเองออกจากพระเจ้าและกลายเป็นสิ่งที่จำกัดในทันที นั่นคือสิ่งที่แยกผู้เชื่อ (ศาสนา) ออกจากผู้รู้ (ฝ่ายวิญญาณ)

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…