จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้

??จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้กับจิตวิญญาณอย่างแท้จริงใครไม่อยากอยู่ด้วยคุณก็อยู่คนเดียวเพื่อนและความมั่งคั่งที่คุ้นเคยและวัตถุต่างๆต่างก็เย้ยหยัน#ดังนั้นจงทิ้งมันไปความทะเยอทะยานและก้าวร้าวจะเกิดหากคุณอยู่กับคนอื่นๆ#ใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเองและฝึกฝนจิตวิญญาณ

Similar Posts

  • กระท่อม วิมุตติ

    การเข้าถึงจิตวิญญาณหรือเทวดาประจำตัวมักจะใช้ภาษาน้อยมากในการเผยแพร่ธรรมทั้งนี้เพราะตระหนักได้ดีถึงขีดความสามารถอันจำกัดของภาษาและจะย้ำอยู่เสมอว่าธรรมนั้นอยู่เหนือภาษาเกินกว่าความสามารถของภาษาที่จะพูดถึงหรือแจกแจงถึงได้นอกจากนี้ยังนิยมใช้ภาษาในทางผกผันหรือกลับไปกลับมาด้วย

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • แบบฝึกหัดตาที่สาม

    #แบบฝึกหัดตาที่สาม สอนสมองซีกขวาและซีกซ้ายให้สื่อสารกัน1.เพ่งตาจนวงกลมสองวงกลายเป็นสี่วง 2.นำวงในสองวงมารวมกันจนเหลื่อมกัน 3.โฟกัสจนกว่าคุณจะเห็นกากบาทตรงกลาง 4.ตอนนี้ลองซ้อน วงกลมเล็ก ๆ สองวง 5.ฝึกระหว่างการทำสมาธิโดยลืมตาหรือหลับตา 6.อย่าทำมากเกินไปมันจะปวดตา

  • “ดูแลจิตของตัวเองให้ผ่องใส” ในยุคพลังงานใหม่

    #ธรรมชั้นครู ๒๗/๑/๖๙ ดูแลจิตของตัวเองให้ผ่องใส” ในยุคพลังงานใหม่ปี 2026 #ไม่ใช่เรื่องของการหนีจากโลกความจริง แต่คือการสร้าง “ระบบป้องกันทางจิต” ให้แข็งแกร่งท่ามกลางความวุ่นวาย นี่คือวิธีปฏิบัติที่ได้ผลจริง 1. การทำ “Digital & Emotion Detox” จิตที่ใสเริ่มจากการรับสิ่งที่ใส เลือกรับสื่อ: หลีกเลี่ยงข่าวสารที่ใช้ความรุนแรง การด่าทอ หรือการสร้างความขัดแย้ง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปฝังในจิตใต้สำนึกเป็นพลังงานลบ สังเกตอารมณ์: เมื่อมีความโกรธหรือความหงุดหงิดเกิดขึ้น ให้ “รู้เท่าทัน” เหมือนดูฝนที่กำลังตก ไม่ต้องกระโดดลงไปเล่นน้ำฝน แค่มองเห็นว่า “อ้อ…ความโกรธกำลังผ่านมา” แล้วมันจะผ่านไปเอง 2. ฝึกภาวะ “Mindfulness in Flow” ไม่ต้องนั่งหลับตาเป็นชั่วโมง แต่ให้มีสติในทุกกิจกรรม: ขณะกินข้าว ให้รู้รสชาติ, ขณะเดิน ให้รู้สัมผัสเท้า, ขณะทำงาน ให้จดจ่อทีละอย่าง เมื่อจิตอยู่กับปัจจุบัน (Present Moment) พลังงานจะไม่รั่วไหลไปหาอดีตที่แก้ไขไม่ได้ หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง #จิตจะสะสมพลังงานความสงบไว้ได้เอง 3. เชื่อมต่อกับพลังงานธรรมชาติ (Earthing) ร่างกายและจิตใจเราเชื่อมโยงกับโลก: พาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่สีเขียว…

  • อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”

    #อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”ฝึกฝนด้วยความชื่นชมยินดีและความกระตือรือร้นและไม่ตกอยู่ในความเกียจคร้านหรือความเฉื่อยชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ” ผู้คนเริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองหลังจากถวายการสวดมัตตราไม่กี่พันบทและท่องบทสวดมนต์ไม่กี่แสนบท ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่ลังเลเพียงเล็กน้อยที่จะฆ่าแมลง ดื่มด่ำกับความต้องการของพวกเขาทั้งหมดและทําให้แสงสว่าง การกระทําในแง่ลบของพวกเขามากมาย แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และนั่นคือเหตุผลว่าทําไมเราถึงต้องการคําแนะนําของครูทางจิตวิญญาณมากพอๆกับที่เด็กเล็กต้องการคําแนะนําจากพ่อแม่ของเขาพยายามนําประสบการณ์ทั้งหมดของคุณมาสู่บริบทของความทุ่มเทให้กับครู ถ้าคุณสามารถเข้าใจจุดสําคัญของการปฏิบัตินี้ได้ คุณจะไม่มีอุปสรรค หากสถานการณ์ของคุณนั้นน่ารื่นรมย์และง่ายดาย จงเห็นความสุขของคุณโดยปราศจากความยึดติดใด ๆ ดังคําอวยพรของครู และดั่งความฝันภาพลวงตา และหากคุณผ่านความยากลําบากและความทุกข์ยาก #จงเห็นสิ่งนั้นด้วยดั่งคําอวยพรของครูบาอาจารย์หากคุณล้มป่วย ให้เห็นภาพครูทางจิตวิญญาณของคุณไม่ว่าอยู่ในร่างกายของคุณที่คุณรู้สึกเจ็บปวดหรือสถานที่ของโรค ตระหนักว่าความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดทําให้คุณมีโอกาสที่จะชําระตัวเองจากการกระทําในอดีตที่เป็นอันตรายและความไม่รู้แหล่งที่มาของความทุกข์ทรมาน โปรดจําไว้ว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกมากมายที่กําลังทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับที่คุณเป็น และอธิษฐานขอให้ความทุกข์ของคุณซึมซับสิ่งเหล่านั้น และเพื่อพวกเขาจะได้ปลดปล่อยจากความทุกข์ทั้งหมด ด้วยวิธีนี้ โรคภัยไข้เจ็บสอนเรา และความเห็นอกเห็นใจ866จำนวนคนที่เข้าถึง122จำนวนการมีส่วนร่วมโปรโมทโพสต์

  • “เมื่อเทวดาไม่ปรากฏกายเป็นรูปร่างมนุษย์”

    🪷🪷 “เทวดาแปลงกาย” 🪷🪷 เมื่อเทวดาไม่ปรากฏกายเป็นรูปร่างมนุษย์ แต่เลือกที่จะสื่อสารหรือสถิตอยู่รอบตัวในรูปแบบของ “กระแสพลังงาน” (Energy Vibrations)🪷🪷จิตที่มีความละเอียดหรือสติที่มั่นคงจะสามารถสัมผัสถึงร่องรอยทางทิพย์เหล่านี้ได้อย่างชัดเจน🪷🪷🔜 #หากเทวดามาในรูปแบบพลังงานรอบตัว เราจะสามารถตรวจเช็คและสัมผัสได้จากปรากฏการณ์เหล่านี้🪷🪷 การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและอากาศฉับพลันลมพัดหวนแบบไม่มีสาเหตุ ในห้องปิดทึบหรือในวันที่อากาศนิ่งสนิท อยู่ ๆ ก็มีลมเย็นพัดผ่านวูบหนึ่งเข้ามาปะทะใบหน้าหรือร่างกาย ในจังหวะที่กำลังสวดมนต์ ทำความดี หรือคิดเรื่องที่เป็นกุศลกระแสความเย็นอิ่มเอิบ เป็นความเย็นที่แตกต่างจากแอร์หรือลมธรรมชาติ แต่เป็นความเย็นเยือกที่ลึกเข้าไปถึงจิตใจ รู้สึกโปร่ง โล่ง และเบาสบาย (#หากเป็นพลังงานสัมภเวสีมักจะเป็นความเย็นยะเยือกแบบขนลุกซู่หรือชวนหดหู่) 🪷🪷กระแสไฟฟ้าสถิตและอาการทางร่างกาย ขนลุกชูชันแบบปิติ อาการขนลุกที่เริ่มจากหนังศีรษะ แล่นลงมาที่ท้ายทอย บ่า หรือแขนทั้งสองข้าง เป็นความรู้สึกอิ่มใจ น้ำตาซึม หรือใจฟู ซึ่งเกิดจากกระแสความถี่สูงของเทวดาเข้ามาซ้อนทับออร่าของเราพลังงานยิบยับที่จักระรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ สั่นสะเทือน (Vibrate) บริเวณกลางกระหม่อม (จักระที่ 7) หรือบริเวณกลางอก (จักระที่ 4) ในขณะปฏิบัติธรรม 🪷🪷🪷 มาในรูปแบบของ“กลิ่นทิพย์” (Aroma Manifestation)กลิ่นหอมสะอาดโชยมาอยู่ ๆ ก็ได้กลิ่นหอมสะอาด เช่น กลิ่นดอกมะลิสด กลิ่นดอกไม้โบราณ กลิ่นเครื่องหอม หรือกลิ่นธูปหอมสะอาดโชยมาอบอวล…