#คนที่อ่อนแอย่อมแพ้อุปสรรคง่ายๆ

#คนที่อ่อนแอย่อมแพ้อุปสรรคง่ายๆ ส่วนคนที่เข้มแข็งย่อมไม่ยอมแพ้ เมื่อพบอุปสรรคก็แก้ไขไปรักษาการงานหรือสิ่งมุ่งจะทำไว้ด้วยจิตใจที่มุ่ง มั่น ถืออุปสรรคเหมือนอย่างสัญญาณไฟแดงที่จะต้องพบเป็นระยะ ถ้ากลัวจะต้องพบสัญญาณไฟแดงตามถนนซึ่งจะต้องหยุดรถ ก็จะไปข้างไหนไม่ได้ แม้การดำเนินชีวิตก็ฉันนั้น ถ้ากลัวจะต้องพบอุปสรรคก็ทำอะไรไม่ได้ธรรมดาผู้เป็นปุถุชน ความปรารถนาต้องการย่อมบังเกิดขึ้นได้เสมอ วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องก็คือ เมื่อความปรารถนาต้องการเกิดขึ้นเมื่อใด ให้ทำสติพิจารณาใจตนเองอย่างผู้มีปัญญา อย่าคิดเอาเองว่าใจเป็นอย่างไร จะต้องพบความจริงแน่นอนว่า ใจเป็นทุกข์ ใจเร่าร้อน ด้วยอำนาจความปรารถนาต้องการที่เกิดขึ้นนั้น ใจจะไม่สงบเย็นด้วยอำนาจความปรารถนาต้องการที่เกิดขึ้นโดยเด็ดขาด#??????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

Similar Posts

  • อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา

    อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้คนถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามีวิชาเหล่านี้ไหมก็คงตอบไปว่า #ก็พอจะมีกับเค้าบ้าง  แต่สำหรับข้าพเจ้ามองว่าชีวิตมันมีอะไรสูงกว่าอักขระมนตราในตัวเราอีก ถ้าคุณพบว่าทุกวันคุณกําลังกลายเป็นทั้งขี้งอน ขี้เกียจ หรือนินทา #คุณรู้ว่าคุณกําลังถอยหลัง #บททดสอบที่ดีที่สุดคือการวิเคราะห์ตัวเองและหาคําตอบว่าวันนี้คุณมีความสุขมากกว่าเมื่อวานหรือไม่ #ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสุขมากขึ้น แสดงว่าคุณกําลังก้าวหน้า และความรู้สึกของความสุขนี้ต้องดําเนินต่อไป#ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย#เทวดาประจำตัว

  • เรารู้สึกถูกกักขังกับร่างกาย

    เรารู้สึกถูกกักขังกับร่างกาย ทารกและความคิดของเรา แม่ครูสอนลูกศิษย์#วิธีการถอดสติออกจากร่างกายทั้งสามและกลายเป็น หนึ่งเข้าสู่จิตวิญญาณ โดยการฝึกสมาธิโยคะของ แม่ครูน้อยสูงที่สุด ร่างกายธาตุลดการสั่นสะเทือนของอะตอมและกลายเป็น ปราณหรือพลังชีวิต โดยการทําสมาธิลึกขึ้น#จากนั้นด้วยปัญญา จิตสํานึกในความคิดจะกลายเป็นขยายตัวเข้าไปในสติคอสมิก ที่ไม่สามารถพบได้ในหนังสือ และสามารถเปิดเผยได้เฉพาะผู้ที่ชํานาญการปราณเท่านั้น ” ดังนั้น ผู้แสวงบุญที่รักบนเส้นทาง อ่านและแยกแยะคําเหล่านี้จากนั้นฝึกโยคะและแสดงออกในชีวิตของคุณ……..

  • “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ”

    ในยุคพลังงานใหม่ที่ผู้คนเชื่อมต่อกันทางอารมณ์และข้อมูลอย่างรวดเร็ว “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ” #ที่คัดกรองสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจ นี่คือ 4 ชั้นของเกราะที่จะช่วยให้จิตของเราผ่องใสและไม่ร่วมกรรมกับใคร 1. เกราะชั้นที่ 1: “ศีล” (Integrity Shield) – เกราะกันแรงปะทะศีลคือเกราะชั้นนอกสุดที่แข็งแกร่ง ที่สุดในทางพลังงาน เมื่อเรามีศีล เราจะ ไม่มี “ช่องโหว่” ของความรู้สึกผิดหรือความหวาดระแวงคนที่ชอบมาขอ หรือคนที่จะมาเอาเปรียบ จะ “เกรงใจ” หรือ “แพ้ทาง” พลังความบริสุทธิ์ของเราไปเองโดยธรรมชาติ วิธีสร้าง: ตั้งมั่นว่าจะไม่เบียดเบียนใครทั้งกายและวาจา เกราะนี้จะทำให้ใจเรา หนักแน่นเหมือนภูเขา 2. เกราะชั้นที่ 2: “สติ” (Awareness Shield) – เกราะคัดกรองสติคือเซนเซอร์ที่คอยบอกว่าอะไรกำลังจะเข้ามาในใจ เมื่อมีคนเอาเรื่องลบๆ มาให้ หรือมาขอในสิ่งที่ไม่ควร สติจะทำงานทันทีว่า “นี่คือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา” สติจะช่วยให้เราหยุดชะงักก่อนที่จะ “รับ” อารมณ์คนอื่นมาเป็นของตนเองวิธีสร้าง: ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกาย เช่น เมื่อรู้สึกอึดอัดใจเวลาถูกขอ ให้รู้ว่า “ความอึดอัดเกิดขึ้นแล้ว”…

  • อย่าหันหลังไปเสียเวลากับการไขว่คว้า

    อย่าหันหลังไปเสียเวลากับการไขว่คว้าความว่างเปล่า วันนี้เป็นวันครูอีก 1 ปีที่ข้าพเจ้าโชคดีได้ทานข้าวกลับศิษย์ ณ.ปัจจุบันงานสอนของข้าพเจ้า หมุนเวียนเพียรสรรพสิ่งข้าพเจ้าพบพานผู้ผ่านเส้นทางมากมายสิ่งที่ข้าพเจ้าตระหนักได้ไม่มีสิ่งใดถาวรศิษย์อดีตไม่มีจริงศิษย์อนาคตก็ไม่มีจริงมีแต่ศิษย์ปัจจุบันข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดงานสอนและพบพานกับกับบุคคลแปลกหน้ามากมาย และวันนี้อีก 1 วันสำคัญที่ได้จับฉลากพบศิษย์ใหม่ ที่แปลกน้า ณ.ปัจจุบันข้าพเจ้าเบิกบาน ได้กับทุกคนจากลา มาใหม่ก็ Happy Happy

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • รู้มั้ยว่าทำไมคาถาอาคม

    #รู้มั้ยว่าทำไมคาถาอาคมคำอธิฐานหรือวลีทางศาสนาหรือแม้แต่ความเชื่อในบางชนเผ่าถึงได้ให้ผลลัพธ์ตามที่ผู้ท่องมนต์เหล่านั้นต้องการ #นั่นเพราะว่ามีการพูดซ้ำๆหลายครั้งเสมอเป็นการพูดซ้ำ#ภายใต้สภาวะอารมณ์ที่ตื่นตัวเต็มไปด้วยความเชื่อสุดสุด ไม่มีคาถาหรือการอธิษฐานใดที่ได้ผลจากการท่องเพียงครั้งเดียวและไม่มีคาถาใดที่ได้ผลหากผู้ท่อง ไม่เชื่อในทิศของมันแต่หากคุณท่องเชื่อว่าผลลัพธ์จะต้องเกิดขึ้นมันก็จะเกิดขึ้นแม้จะไม่เข้าใจความหมายของถ้อยคำใดได้เลย #การท่องมนต์ก็จะได้ผลลัพธ์เช่นนั้น ประเด็นสำคัญมิใช่ความหมายที่เราเข้าใจแต่ #เป็นความเชื่อที่เรามอบให้จิตใต้สำนึกอย่างวางใจว่ามันต้องเกิดขึ้นการที่ให้คุณพูดถ้อยคำที่ต้องการ บ่อยๆทำซ้ำๆนับ 100 ครั้ง 1000 ครั้งเพราะในที่สุดจิตใต้สำนึกจะเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นแล้วมันจะจัดการให้ #แปลกไหมว่าทำไมคุณจึงมีความกังวลด้านการเงินอยู่ตลอดเวลา บางคนก็มีปัญหาสุขภาพป่วยเป็นโรคอะไรซักอย่างมีโรคประจำตัวบางคนก็เจ็บคอแพ้อากาศเป็นประจำหรือบางคนก็มีปัญหาด้านความสัมพันธ์หรือไม่ก็ขาดคู่รักคู่ชีวิตบอกให้ก็ได้ทั้งหมดเป็นเพราะเหตุการณ์บางอย่างในวัยเด็กหรือในอดีตมันสร้างบาดแผลไว้และก่อให้เกิดเงื่อนไขในจิตใต้สำนึกแล้วจิตใต้สำนึกก็ออกโรงทำงานให้เกิดผลรับนานัปการอย่างที่คุณเจอในตอนนี้ #และทั้งหมดในสิ่งที่คุณเจอก็เพราะคุณ ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกิดขึ้นกับคุณมาเก็บไว้ในระบบความเชื่อและส่งผ่านไปยังจิตใต้สำนึกของคุณ เพราะร่างกายคุณคือเครื่องจักรที่ทำงานตามซอฟท์แวร์หรือข้อมูลที่คุณดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในสมองและจิตใจจากนั้นมันจะสร้างสภาวะอารมณ์และก่อให้เกิดอาการบางอย่างในร่างกายขึ้นมานั่นล่ะคือผลลัพธ์ชีวิตสั้นสั้นแค่นี้เอง ดังนั้นหากอยากเปลี่ยนชีวิตเป็นคนใหม่ที่แท้จริงคุณต้องลบข้อมูลเก่าทั้งหมดในจิตใต้สำนึกออกไปเสียก่อนล้างไวรัสขยะหรือข้อมูลมีพิษออกจากสมองและจิตใต้สำนึกแล้วดาวน์โหลดข้อมูลที่มีประโยชน์อันเป็นคำสั่งใหม่ลงสู่สมองและจิตใต้สำนึกเอาสิ่งที่คุณต้องการใส่ลงไปป้อนคำสั่งที่ชัดเจนถูกต้องตรงไปตรงมาลงไปเมื่อนั้นร่างกายจะทำงานในรูปแบบใหม่ตามที่คุณต้องการ 100% #MAEKHUNOYเทวดาประจำตัว