พลังจิต (Gsychergy)

#พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้?️?#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ?️?#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท ต่อมนี้ อยู่ใน ส่วนกลางตอนบน ของมันสมอง เมื่อ ต่อมไพเนียล รับคำสั่งของจิตต่อมนี้ จะสร้างเป็นคลื่นความถี่ออกมา คลื่นความถี่ จะมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับความคิดนั้น และจะลอยอยู่รอบๆตัวผู้คิด และคลื่นความถี่นี้ จะวิ่งไปตามประสาทต่างๆ ทั่งร่างกาย เพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะนั้นๆ พลังงานไฟฟ้าที่ควบคุมอวัยวะต่างๆ จะมีกระแสความถี่ต่างกัน ตามหน้าที่ของอวัยวะ และคนนั้นๆ อีกด้วย เช่น Electron และ Protron ที่ควบคุมการทำงานของ เซลล์เนื้อเยื่อของอวัยวะ ต่างๆ ทำให้มีการสร้าง และการทำลายของเซลล์ได้ตามปกติ เช่น ทำลายไป 10 เซลล์ ก็จะสร้างขึ้นมาทดแทนเช่นเดิม อวัยวะนั้นจะทำหน้าที่ได้ตามปกติ สร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ให้สูงเป็นปกติ ร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์?️?#การศึกษา พลังจิตได้มีการค้นคว้าทาง พลังจิต ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ประเทศไทยเรียกพลังนี้ว่า #พลังอำนาจทิพย์ ในต่างประเทศ เช่น ชาวจีนโบราณเรียกว่า พลังแห่งชีวิต (Life Force Energy) ชาวยุโรป เช่น เยอรมันเรียกว่า พลังงานแม่เหล็กสัตว์ (Animal Magnetism) ชาวรัสเซียเรียกว่า พลังงานชีวภาพ (Bioplasmic Energy) นักวิทยาศาสตร์ในกลุ่มประเทศตะวันตกเรียกว่า พลังชีวภาพ (Bio Energy) หรือ พลังแม่เหล็กไฟฟ้า (Electo Magnetic Force)1,358จำนวนคนที่เข้าถึง186จำนวนการมีส่วนร่วมโปรโมทโพสต์

พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้?️?#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ?️?#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท ต่อมนี้ อยู่ใน ส่วนกลางตอนบน ของมันสมอง เมื่อ ต่อมไพเนียล รับคำสั่งของจิตต่อมนี้ จะสร้างเป็นคลื่นความถี่ออกมา คลื่นความถี่ จะมาก หรือน้อย ขึ้นอยู่กับความคิดนั้น และจะลอยอยู่รอบๆตัวผู้คิด และคลื่นความถี่นี้ จะวิ่งไปตามประสาทต่างๆ ทั่งร่างกาย เพื่อควบคุมการทำงานของอวัยวะนั้นๆ พลังงานไฟฟ้าที่ควบคุมอวัยวะต่างๆ จะมีกระแสความถี่ต่างกัน ตามหน้าที่ของอวัยวะ และคนนั้นๆ อีกด้วย เช่น Electron และ Protron ที่ควบคุมการทำงานของ เซลล์เนื้อเยื่อของอวัยวะ ต่างๆ ทำให้มีการสร้าง และการทำลายของเซลล์ได้ตามปกติ เช่น ทำลายไป 10 เซลล์ ก็จะสร้างขึ้นมาทดแทนเช่นเดิม อวัยวะนั้นจะทำหน้าที่ได้ตามปกติ สร้างภูมิต้านทานของร่างกาย ให้สูงเป็นปกติ ร่างกายจะแข็งแรงสมบูรณ์?️?#การศึกษา พลังจิตได้มีการค้นคว้าทาง พลังจิต ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ประเทศไทยเรียกพลังนี้ว่า #พลังอำนาจทิพย์ ในต่างประเทศ เช่น ชาวจีนโบราณเรียกว่า พลังแห่งชีวิต (Life Force Energy) ชาวยุโรป เช่น เยอรมันเรียกว่า พลังงานแม่เหล็กสัตว์ (Animal Magnetism) ชาวรัสเซียเรียกว่า พลังงานชีวภาพ (Bioplasmic Energy) นักวิทยาศาสตร์ในกลุ่มประเทศตะวันตกเรียกว่า พลังชีวภาพ (Bio Energy) หรือ พลังแม่เหล็กไฟฟ้า (Electo Magnetic Force)

Similar Posts

  • เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ”สอบ” อาจารย์

    #ธรรมชั้นครู๖/๒/๖๙ เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ “สอบ” อาจารย์ เป้าหมายเดียวของเขาคือการหา “รอยร้าว” ในดวงจิตของอาจารย์ เขาไม่ได้มาเรียน แต่มาเพื่อเช็คว่าท่านยังมีความหลงในลาภ ยศ หรือ ความยโส หลงเหลืออยู่หรือไม่ การรับมือกับบททดสอบของมาร วิธีที่มารใช้ “สอบ” ท่าน มีดังนี้: สอบความยึดติด (Attachment Test) เขาจะทำตัวเป็นศิษย์ที่เชื่อฟังที่สุด ปรนนิบัติจนท่าน “วางใจ” เพื่อดูว่าท่านจะเผลอเอาใจไปผูกไว้กับเขา (สร้างพันธะกับ สัญญาอดีต) หรือไม่ หากท่านเริ่ม “กลัวศิษย์เสียใจ” หรือ “อยากให้ศิษย์ได้ดี” จนใจไม่นิ่ง นั่นคือท่านเริ่มสอบตก สอบความถือตัว (Ego Test): เขาจะแกล้งทำเป็นโง่ หรือแกล้งทำเป็นเก่งกว่า เพื่อกระตุ้นให้ท่านแสดง “มานะ” หรือความอวดดีออกมา หากท่านเผลอไปต่อสู้กับกิเลสของเขาด้วยโทสะ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านจะหายไปทันที Vibrational Energy and Ego สอบความมั่นคง (Integrity Test): เขาจะนำลาภสักการะหรือคำสรรเสริญมหาศาลมาล่อ เพื่อดูว่าท่านจะเปลี่ยนจาก “คนมีธรรม”…

  • ชีวิตคู่ขนานกันอย่างแท้จริงเป็นส่วนเสริม

    #ในทางหนึ่งตัวตนที่สูงขึ้นของคุณไม่ได้ใช้ชีวิตคู่ขนานกันอย่างแท้จริงเป็นส่วนเสริมของคุณที่อาศัยอยู่ในมิติอื่นที่มีอยู่เป็นทรัพยากร #เปลวไฟคู่มีวิญญาณที่กลับชาติมาเกิดเป็นร่างแยกสองร่างเรียกว่า Twin Flames ร่างกายเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศตรงข้ามพวกเขาสามารถเลือกเพศใดก็ได้ที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้พวกเขามีชีวิตอยู่นอกบทเรียนในชีวิต การ เชื่อมต่อTwin Flame นั้นแข็งแกร่งมากและหลาย ๆ คนก็อยากจะพบ Twin Flame ของพวกเขาโดยเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป  ในความเป็นจริงในกรณีส่วนใหญ่การมีความสัมพันธ์ที่โรแมนติกกับ Twin Flame ของคุณอาจรุนแรงมากเพราะพวกเขาถูกสร้างขึ้นจากพลังวิญญาณเช่นเดียวกับคุณ Twin Flamesไม่จำเป็นต้องพบกันและพวกเขาไม่จำเป็นต้องสร้างความโรแมนติกระหว่างกันอย่างไรก็ตามพวกเขามักจะกลับชาติมาเกิดในเวลาเดียวกันและมักทำงานในภารกิจร่วมกัน เมื่อวิญญาณมีชีวิตอยู่สองชีวิตแสดงว่าพวกเขามีแนวโน้มสูงมากที่สุดและกำลังทำเช่นนั้นเพื่อเร่งการเติบโตและกระบวนการเรียนรู้ของพวกเขา การใช้ชีวิตสองชีวิตในคราวเดียวสามารถระบายออกได้มาก  #แม้กระทั่งสำหรับวิญญาณขั้นสูงดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่วิญญาณของคุณจะเลือกทำเช่นนี้ในทุกชีวิต มีโอกาสได้เจอเทวดาประจำตัวแล้วเรียกได้ว่า #โอกาสทองไปต่อไม่ได้ #ก็ค่อนข้างเสียดายชาติเกิด #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น 

  • เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่ คืออะไร

    เทวดาประจำตัวตอบว่ามีจริง แล้วคืออะไร  การอธิบายในเนื้อหานี้ คือรูปธรรมทางพลังงานชนิดหนึ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของมนุษย์ คำว่าเทวดาประจำตัวถูกจำกัดความในความหมายของภาษาเรียก เพียงเท่านั้น และแนวการปฏิบัติของสิ่งที่ถูกเรียกชื่อหรือความเชื่อ          ทั้งหมดนี้จะสามรถไขปริศนาได้ให้ท่านได้เมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งพลังงาน หรือมีโอกาส ได้รู้จักเทวดาประจำตัว แล้วเท่านั้น ท่านจึงจะทราบความหมายของสิ่งๆนั้น ได้ด้วยตัวท่านเอง

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…

  • สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม”

    สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม” ถือเป็นกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติธรรมหรือเริ่มมีบุญบารมีเพราะเป็นสภาวะที่ทำให้ดวงจิต #ปิดตายจากการรับพลังงานชั้นสูง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหลงตน เชื่อว่าตนเอง “เหนือ” กว่าผู้อื่นมักมีความคิดว่าตนเองปฏิบัติมาดีแล้ว มีบุญมากแล้ว หรือเก่งกว่าคนอื่น #จนเริ่มนำธรรมะไปใช้ข่มผู้อื่นแทนการขัดเกลาตนเอง เพ่งโทษครูบาอาจารย์หรือคนรอบข้าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อถูกตำหนิชี้แนะ จิตจะสร้างเกราะป้องกันโดยการจับผิดผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของตนเอง #ใช้บุญบังหน้าแต่ซ่อนความโลภ ทำบุญใหญ่เพื่อให้คนชื่นชม หรือหวังปาฏิหาริย์โดยไม่ยอมเปลี่ยนสันดานเดิม พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาประจำตัวเข้าใกล้ไม่ได้ 2. #ผลกระทบที่น่ากลัว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท จิตที่หลงตนจะมืดบอดต่อความจริง เราจะมองไม่เห็น “รอยรั่วทางบุญ” ของตนเอง ทำให้ตัดสินใจพลาดและสูญเสียทรัพย์ใหญ่ที่ควรจะได้เทวดาถอยห่าง: เทวดาชั้นสูง (โดยเฉพาะชั้นดุสิต) จะไม่หนุนนำคนที่มีอัตตาสูง เพราะจิตที่หนักและพองโตนั้นมีคลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมิติทิพย์เจอ “มารสอบ” หนัก: เมื่อหลงตน มักจะโดนดึงเข้าสู่ดราม่าหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเป็นแผนของมารที่ทำให้บุญบารมีที่สะสมมา “รั่วไหล” อย่างรวดเร็ว 3. วิธีละลายจิตหลงตน เพื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ ฝึก “ยอมรับและปรับปรุง” ทันทีที่มีคนเตือน หรือเกิดอุปสรรค ให้หยุดเถียงในใจ แล้วก้มหน้าสำรวจตนเองว่า…

  • หน้าที่ของจิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ หรือคำเรียก กายในกาย จิตในจิต มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน ตัวตนที่สูงกว่า พระเจ้า พระจิต เทวดาประจำตัว ญาณบารมี  และชื่ออื่นๆนี้มีหน้าที่สำคัญยิ่ง ในการช่วยให้วิญญาณมนุษย์ รู้ตัว รู้ในสิ่งที่ถูกรู้ และถูกทาง เพื่อจะช่วยปลดปล่อย วิบากหรือเคราะห์กรรมของดวงวิญญาณมนุษย์ ให้ทราบถึงสิ่งที่ตนได้กระทำมา และทำให้รู้ตัวว่า เพราะเหตุแห่งการกระทำสิ่งนี้ต่อดวงวิญญาณ จึงทำให้ปัจจุบัน พบเจออุปสรรค นานานัปการเพียงไร เพื่อทำให้จิตสำนึกของมนุษย์ได้รู้สึกตัว กลับมารักตัวเอง สำนึกคุณ และหาหานทางสู่การนำพาดวงวิญญาณของตน ให้หลุดพ้น  หากมนุษย์ดวงวิญญาณใด  หาจิตวิญญาณของตนไม่เจอ ในระหว่างได้รับโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ถือได้ว่า ยังไม่รู้ตัวว่าตนเป็นใคร เพื่อพัฒนาองค์รวมของมนุษย์ให้เป็นผู้สมดุลย์พลังงาน ทุกๆมิติ