แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลวของคุณคือครู

#แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลว#ของคุณคือครู

ไม่ว่าสถานการณ์ใดจะเกิดขึ้น
ความเมตตาของครูทางจิตวิญญาณ
จะไม่ทอดทิ้งคุณ ถ้าคุณใส่ความมั่นใจ
ในครูบาอาจารย์ ท่านจะชี้นําคุณ
จนกว่าจะตรัสรู้

คุณควรติดตามครูอย่างไร?
สําคัญกว่าเครื่องสังฆทาน
คือการรับใช้ครูบาอาจารย์
ด้วยกาย วาจา และใจ
และเหนือสิ่งอื่นใด
ตอบแทนความเมตตาของ
ครูบาอาจารย์ด้วยการนําคํา
สอนมาปฏิบัติด้วยความพยายามอย่างยิ่ง

คุณจะเริ่มต้นบนเส้นทางอย่างไร?
ก่อนอื่นได้รับคําแนะนําจากครูของคุณ
จากนั้นให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความหมาย
ของพวกเขา

และในที่สุดรวมมันเข้ากับความเป็นอยู่ของคุณ

Similar Posts

  • อย่ากลัวความรู้สึก

    #อย่ากลัวความรู้สึก#เรากลัวความรู้สึกของตัวเองเราต่อสู้กับพวกเขา เพราะเราไม่เคยได้รับการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจพวกเขาและเรียนรู้บทเรียนอันมีค่าจากการทำเช่นนั้น #เป็นผลให้พวกเขากลับมาหาเราเรื่อยๆทำให้เราหมดพลังงานซึ่งเสียไปในการตัดสินใจต่อสู้และหนีเป็นความจริงที่ความรู้สึกจะไม่คงอยู่ แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจสอบ ความรู้สึกเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเสมอตราบเท่าที่คุณไตร่ตรองและเรียนรู้จากพวกเขา#คำนึงถึงความรู้สึกของคุณ#เมื่อคุณประสบกับพวกเขา ให้พวกเขาเข้ามาและครุ่นคิด เพื่อให้คุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังสื่อสารถึงคุณ#การปล่อยให้ความรู้สึกของคุณแสดงออกมาอย่างเต็มที่ในตัวคุณ เท่ากับคุณหล่อเลี้ยงลูกในตัวคุณส่งเสริมให้ลูกสามารถสื่อสารสิ่งที่รู้สึกผิดโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่คุณได้กระทำลงไป (และคุณรู้สึกผิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น) หรือคุณเคยเห็นคนอื่นทำ ( และคุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด และรู้สึก “ผิด”)#คุณไม่สามารถหาคำตอบได้เว้นแต่คุณจะยอมให้ความรู้สึกเหล่านั้นแสดงออกมา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อที่คุณจะได้ไตร่ตรอง

  • #แด่ผู้ตามหาเทวดาประจำตัว

    #แด่ผู้ตามหาเทวดาประจำตัว ทุกวัน ตรวจสอบว่าคุณกําลังนําคําสอนมาประยุกต์ใช้ในระดับใด บ่อยแค่ไหนที่คุณกําลังจัดการเพื่อควบคุมจิตใจของคุณ และกี่ครั้งที่คุณกําลังตกอยู่ภายใต้อํานาจของอารมณ์เชิงลบการตรวจสอบความคืบหน้าของตนเองด้วยวิธีนี้จะช่วยลดความยึดติดกับความกังวลธรรมดาของชีวิต #นี้และเพิ่มความมั่นใจในคําสอน

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • ผลกรรมดีจะทำให้เราเห็นทุกอย่าง

    ผลกรรมดีจะทำให้เราเห็นทุกอย่างแต่ต้องอาศัยเวลา #ให้มันออกดอกดอกผล #ช่วยเหลือสรรพสัตว์ต้องชำระสรรพสัตว์ในใจตัวเองบ้าง#เรียกหาพระโพธิสัตว์ต้องค้นหาพระโพธิสัตว์ในตัวเองบ้าง#เมื่อชำระข้างนอกเข้าข้างในเรียกวิถีโพธิสัตว์#เมื่อชำระข้างในออกข้างนอกเรียกวิธีบรรลุมรรคผลของพุทธเจ้าทั้งปวงในตรีกาล

  • การเปิดญาณบารมี

    #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิตบุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิต การเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้น หากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไป หากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผล สิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด#การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทาง คือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง 2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล 3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ#ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม#ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี 1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต 2. สมาธิ…

  • การคัดกรองคนเข้ามาในชีวิต คัดกรองด้วยระดับพลังงาน

    #การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา 1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ) ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่าการตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ 2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด 3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว) ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด…