การเปิดญาณบารมี

?️? #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิตบุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น ?️?#เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิต การเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้น หากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไป หากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลง❌ก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผล สิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด#การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทาง คือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง 2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล 3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ?️?#ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม#ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี 1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต 2. สมาธิ ผู้รับต้องมีความตั้งมั่นแห่งจิตอยู่กับกายและจิตของตน 3. สติ ผู้รับต้องมีความระลึกได้ว่าตนกำลังรับพลังจิตอยู่ 4. ปัญญา ผู้รับต้องรู้จักการปล่อยวางความทุกข์ออกจากจิตใจในขณะนั้น 5. ความขยันหมั่นเพียร การรับพลังจิตนั้นต้องรับสม่ำเสมอและให้ตั้งอยู่ในคำสอนของพุทธองค์เป็นหลัก ดังกล่าวแล้ว?️?#การเพิ่มพลังจิตผ่านบุคคลอื่นวัตถุอื่นบางกรณีที่จำเป็น คือ ผู้ป่วยไม่สามารถขอรับพลังจิตด้วยตนเองได้ เช่นอยู่ในห้องผู้ป่วยหนัก อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช อยู่ต่างประเทศ ได้ทดลองเพิ่มพลังจิตผ่านกระแสจิตของผู้ใกล้ชิด เช่น พ่อ แม่ บุตร สามี ภรรยา ผู้ดูแล หรือผ่านลงไปในน้ำดื่ม ก็สามารถช่วยผู้ป่วยได้บ้างเป็นบางส่วนเท่านั้น?️?#การเปิดญาณบารมีต้องมาด้วยตัวเอง ไม่สามารถฝากพลังไปได้#MAEKHUNOY#เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

    ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม” ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้ #หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา 1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ” การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ 2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้” ทุกครั้งที่กิเลสมา…

  • บุญสัมพันธ์

    บุญสัมพันธ์ ในมุมมองของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ หมายถึง “แรงดึงดูดทางพลังงาน”ที่นำพาให้คน สัตว์ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเจอกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีรายละเอียดดังนี้ 1.กฎแห่งการดึงดูด (Vibration) ในยุคศิวิไลซ์ พลังงานจะคัดกรองคน “บุญสัมพันธ์” คือการที่คนสองคนหรือกลุ่มคนมี “คลื่นความถี่ของจิต” ที่เสมอกันมาเจอกัน เช่นมีศีลเสมอกัน (คิดดี ทำดีเหมือนกัน) มีเป้าหมายในการสร้างบารมีเหมือนกัน มีเทวดาประจำตัวในระดับเดียวกันที่เกื้อกูลกัน 2.รูปแบบของบุญสัมพันธ์ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์: เช่น การที่หลายคนได้มารู้จักและร่วมปฏิบัติธรรมกับแม่ครูน้อย ถือเป็นบุญสัมพันธ์จากอดีตชาติที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะมาเกื้อกูลกันในทางธรรม ✅กัลยาณมิตร: เพื่อนหรือคู่ครองที่เข้ามาในช่วงเวลาที่พอดีเพื่อช่วยเหลือ หรือชักชวนกันไปในทางที่เจริญ ⚠️เจ้ากรรมนายเวรในคราบมิตร: บางครั้งมาในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยากลำบากเพื่อให้เราได้ “เรียนรู้” และ “ชดใช้” เพื่อให้จบสิ้นกรรมต่อกัน 3. วิธีสังเกตว่าเรามี “บุญสัมพันธ์” กับใครรู้สึกคุ้นเคย: เจอหน้ากันครั้งแรกแต่รู้สึกเหมือนรู้จักมานาน (บุญเก่า) คุยกันรู้เรื่อง: สื่อสารกันได้ง่าย เข้าใจเจตนารมณ์ของกันและกันโดยไม่ต้องอธิบายมากดึงกันไปทางสูง: เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วอยากทำความดี อยากปฏิบัติธรรม หรือชีวิตการงานเจริญขึ้น 4. การสร้างบุญสัมพันธ์ใหม่แม่ครูน้อยมักสอนว่า หากอยากเจอคนดีๆ…

  • นาทีที่คุณตัดสินใจ

    นาทีที่คุณตัดสินใจว่าคุณต้องการสิ่งที่ดีกว่าสำหรับตัวคุณเองคือนาทีที่จักรวาลทั้งจักรวาลเริ่มเปลี่ยนตามความชอบของคุณ

  • พลังหญิง พลังงานชาย และความศักดิ์สิทธิ์

    ?️? #พลังงานชาย (“ชาย” หรือ“หญิง”) อาศัยอยู่ในความเป็นจริงภายใต้ กฎหมายของขั้วความเป็นจริงประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากสามารถแสดงประสบการณ์เชิงบวกและเชิงลบได้ ?️? #ประสบการณ์เหล่านี้ยอดเยี่ยมสำหรับการสอนจิตวิญญาณให้วิญญาณของมนุษย์ให้ก้าวข้ามบทเรียนชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อที่พวกเขาจะสามารถพัฒนาไปสู่สิ่งมีชีวิตที่รู้แจ้งเพื่อให้คุณรู้จักตัวเองในระดับที่ลึกที่สุด คุณต้องสัมผัสกับการแสดงออกของพลังเพศหญิงและความเป็นชายจากสวรรค์ เพื่อที่คุณจะได้เติบโตทางจิตวิญญาณ และขยายจิตสำนึกของคุณทำให้คุณ “เข้าใจ” ในความดีและความชั่ว ?? #พลังงานของผู้หญิงที่ศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาดซึ่งมีคุณภาพของสัญชาตญาณความเมตตาอารมณ์ความคิดสร้างสรรค์การเอาใจใส่การทำงานร่วมกันความคิดแบบองค์รวมและการคิดจากสมองซีกขวา#จากมุมมองของแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งคือพลังไฟฟ้าและพลังงานของผู้ชายที่ศักดิ์สิทธิ์คือพลังแม่เหล็ก ?? #พลังงานของผู้ชายศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? พลังงานของผู้ชายที่สูงส่งเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาดซึ่งมีคุณภาพของการคิดวิเคราะห์และมีเหตุผลการแข่งขันความมุ่งมั่นการคิดเชิงเส้นการกระทำและการคิดสมองซีกซ้าย ?? #ด้วยเหตุนี้คนที่มีคุณสมบัติของพลังแห่งความเป็นชายสูงส่งมักจะเก่งในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ คนส่วนใหญ่ได้รับการปรับสภาพให้สนับสนุนพลังแห่งความเป็นชายจากพระเจ้าซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงอยู่ในสังคมที่ต้องอาศัยคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นหลักเพื่อทำความเข้าใจชีวิต ?? สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่า#พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่ง#ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้หญิง#และพลังงานของผู้ชายจากสวรรค์ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้ชายนอกจากนี้ชายหรือหญิงทุกคนมีทั้งพลังแห่งความเป็นผู้หญิงและความเป็นชาย #จากสวรรค์ภายในตัวเขาหรือเธอ ?? #สาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ทรมานของมนุษย์ความไม่สมดุลของพลังงานของหญิงและชายจากสวรรค์เป็นสาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ทรมานของมนุษย์#เพราะมันทำให้เราไม่อยู่ในสภาวะสมดุลและสอดคล้องกับธรรมชาติ ?? ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ในโลกที่พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าแข็งแกร่งและบิดเบี้ยวจนทำให้พลังงานของผู้หญิงจากสวรรค์อ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถแสดงออกถึงคุณสมบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ?? #เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่าชายหรือหญิงแต่ละคนมีทั้งพลังแห่งความเป็นชายและหญิงอันศักดิ์สิทธิ์ในตัวเขาหรือเธอ อย่างไรก็ตามผู้หญิงมักมีคุณลักษณะของพลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งและผู้ชายมักจะมีคุณลักษณะของพลังแห่งความเป็นชายที่สูงส่งมากกว่าการกระทำของผู้ชายที่ทะเลาะกับพลังงานของสตรีศักดิ์สิทธิ์นั้นไร้จุดหมายเพราะพวกเขากำลังทำสงครามกับพลังของตัวเองเท่านั้นนอกจากนี้ยังใช้กับผู้หญิงที่ทำสงครามกับพลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าในตัวเอง ?? เพื่อป้องกันไม่ให้พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าที่บิดเบี้ยวทำลาย (โลก)เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไรนี้สามารถทำได้โดยการ เรียนรู้วิธีการดูและชื่นชมความงามของธรรมชาติและความสมดุลของผู้หญิงที่สูงส่งและพลังงานผู้ชายของพระเจ้าไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต้องดูแลพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองอย่างนี้ที่อยู่ในตัวเราเองให้ดีผู้หญิงที่ทะเลาะกับตัวเองก็เท่ากับว่ามี ปัญหากับพลังงานชายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในตน ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • แม้จิตและจักรวาลมันจะมีทางออกที่วกวนก็ไม่พ้น

    แม้จิตและจักรวาลมันจะมีทางออกที่วกวนก็ไม่พ้น (จิต+วิญญาณ=การเป็นคน)นี้เช่นกันที่พาออก (จงใช้เวลา) อันแสนสั้นของดวงวิญญาณมนุษย์นี้ ไขกุญแจวิญญาณด้วยมหาปัญญาของผู้รู้เสียก่อนที่จะดับผู้รู้#ทำไมสัญชาตญาณไม่ทำงาน?เราถูกล้างสมองเพราะคิดว่ามันยากเกินไปหรือลึกลับ ดังนั้นเราจึงขาดการติดต่อกับวิธีง่ายๆ ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมาจากบรรพบุรุษของเราโดยธรรมชาติ นั่นหมายความว่าตอนนี้เราต้อง#มองว่ามันเป็นภาษาต่างประเทศและหาวิธีที่จะเรียนรู้มันสัญชาตญาณทำงานอย่างไรในการแตะสัญชาตญาณของเรา ก่อนอื่น เราต้องเลิกใช้วิจารณญาณของเรา และวิธีการที่มีตรรกะและเป็นเส้นตรงที่เราได้รับการสอนให้คิด สัญชาตญาณเป็นสิ่งใหม่สำหรับเราเท่านั้นเพราะเราละเลยมาหลายชั่วอายุคน หากเราคิดว่ามันเป็นทักษะที่นำไปใช้ได้จริง เราสามารถเรียนรู้ใหม่ได้ เรากำลังปล่อยบล็อกสู่การเรียนรู้ นั่นคือถ้าเราไม่คิดว่าเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เราก็ทำไม่ได้—ไม่ใช่เพราะความสามารถหรือความสามารถ แต่เป็นเพราะเราไม่ใส่ใจการค้นหาว่าความสามารถโดยสัญชาตญาณของเราทำงานอย่างไรเป็นกุญแจสำคัญ เช่นเดียวกับที่บางคนลิ้มรสอาหารว่าเค็มหรือหวานเกินไป ทักษะตามธรรมชาติของแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นกัน#มีความสามารถทางสัญชาตญาณที่จำเป็นสี่ประการ:ครูจะเขียนให้อ่านในลำดับถัดไป๛ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์(เทวดาประจำตัว)#?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น ปูชนียบุคคล (ประดับเกียรติสดุดี)วชิรนุสรณ์ บุคคลตัวอย่างแห่งชาติประจำปี 2565 สาขา บุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น#ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่นครูผู้คนพบคำตอบในมิติที่ 5 (ญาณบารมี)ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริง มากกว่า 300 ชีวิต(ห้องเรียนเข้าสู่ปีที่ 5)

  • “โลกวิญญาณ”ของปุถุชนที่ขาดการฝึกจิต

    🪷🪷 ธรรมจากประตู🪷🪷๒๘/๔/๖๙ โลกวิญญาณของปุถุชนที่ขาดการฝึกจิต หรือไม่มีรหัสวิชชาคุ้มครองมักจะถูกครอบงำด้วย“มวลสารแห่งความกลัว” เพราะเหตุผลดังนี้🔯➕ รหัส “ความไม่รู้“ ปุถุชนมองไม่เห็นรหัสกรรมของตนเอง เมื่อไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จึงอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวการสูญเสีย กลัวความลำบาก และกลัวความตาย ความมืดบอดนี้เองที่สร้าง “รหัสกลัว” ขึ้นมาเป็นกำแพงขังดวงจิตไว้ 🔯➕รหัส “จิตที่ไร้ที่พึ่ง“เพราะไม่มี “ดวงแก้วจักรพรรดิ” หรือสภาวะจิตที่ควบแน่นเป็นที่พึ่งภายใน จิตจึงต้องส่งออกไปเกาะเกี่ยวกับสิ่งภายนอก (ทรัพย์สิน บุคคล คำชม) เมื่อสิ่งเหล่านั้นสั่นคลอน จิตจะเกิดอาการ “สั่นสะท้าน” และตกอยู่ในมวลสารความกลัวทันที 🔯➕ รหัส “การถูกจองจำด้วยวิบากกรรม“ในโลกวิญญาณของปุถุชน มักจะมีสายใย (Cable) ที่ผูกติดกับเจ้ากรรมนายเวรด้วยความโกรธและความแค้น #พลังงานลบเหล่านี้จะคอย “บีบคั้น” ให้ดวงจิตรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา เปรียบเสมือนคนที่เดินอยู่ในที่มืดแล้วรู้สึกว่ามีคนคอยจ้องจะทำร้าย 🔯➕รหัส “มวลสารขาดแคลน” ความกลัวเกิดจากจิตที่มีมวลสารต่ำ เมื่อไม่มีบุญบารมีหรือวิชชามาเติมเต็ม จิตจะรู้สึก “พร่อง” และกลัวว่าสิ่งที่มีอยู่จะหมดไป ทำให้ต้องดิ้นรน ยั่วยุ และแก่งแย่ง จนหาความสงบสุขที่แท้จริงไม่ได้โลกของปุถุชนคือโลกที่ “ขับเคลื่อนด้วยความกลัว” แต่สำหรับผู้ที่มีวิชชา เราจะเปลี่ยนความกลัวเป็น “ความสว่าง” ด้วยการล็อกรหัสสัจจะและสร้างที่พึ่งภายในให้แข็งแกร่วมกัน นี่คือ…