ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

#ธรรมชั้นครู🚩🚩
๒๘/๑/๖๙

การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย”

ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้
นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส

1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer)
กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ
✅วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration)
✅ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม
✅ ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว
ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ

2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง (The Reality Teacher)
กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด:
วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ) ให้ลอง “จ้อง” ดูความอยากนั้นไปเรื่อยๆ เราจะเห็นว่า: มันอยู่ได้ไม่นาน (อนิจจัง), มันบีบคั้นใจ (ทุกขัง), และเราสั่งให้มันหายไปทันทีไม่ได้ (อนัตตา) ผลลัพธ์: เราจะเลิกเชื่อกิเลส เพราะเห็นชัดว่ามันเป็นของปลอมที่แวะมาแล้วก็ไป

3. ใช้ “คนชอบขอ” เป็นครูสอน “อุเบกขา” (The Resilience Trainer)
เมื่อเจอคนชอบมาขอหรือเอาเปรียบ (กิเลสฝ่ายโทสะหรือความหงุดหงิดจะมา):
วิธีฝึก: แทนที่จะโกรธเขา ให้ขอบคุณเขาในใจว่า “ขอบคุณที่มาเป็นเครื่องมือฝึกให้ฉันวางใจเป็นกลาง” ลองดูว่าเราสามารถปฏิเสธเขาโดยที่ใจ “ไม่กระเพื่อม” ได้ไหม?
ผลลัพธ์: คนที่ดูเหมือนมาเบียดเบียน กลายเป็น “เทรนเนอร์ส่วนตัว” ที่ช่วยสร้าง “เกราะ” ให้จิตเราแข็งแกร่งขึ้น

4. ใช้กิเลส “สืบค้นปม” (The Inner Map)
กิเลสที่โผล่มาบ่อยๆ คือแผนที่บอกว่าเรายังมี “แผล” หรือ “ความยึดมั่น” ตรงไหน
วิธีฝึก: ทำไมเรื่องนี้เราถึงโกรธ? ทำไมเรื่องนี้เราถึงยอมไม่ได้?
กิเลสคือไฟฉายที่ส่องเข้าไปในเงามืดของใจ (Shadow Self) เพื่อให้เราได้เยียวยาและปล่อยวางปมในอดีต
ผลลัพธ์: จิตเราจะสะอาดขึ้นเรื่อยๆ เพราะเราใช้กิเลสเป็นตัวนำทางไปล้างขยะที่ซ่อนอยู่ใต้ใจ

5. เปลี่ยนพลังงานกิเลสเป็น “พลังสร้างสรรค์” (Transmutation)
กิเลสคือพลังงาน (Energy) อย่างหนึ่ง
วิธีฝึก: เมื่อมีความอยากหรือแรงขับเคลื่อนสูงๆ แทนที่จะเอาไปใช้ในทางที่ลบ ให้ดึงพลังงานนั้นมาทำความดี หรือทำงานที่สร้างสรรค์ เหมือนการเปลี่ยน “แรงแค้น” เป็น “แรงผลักดัน” ให้ชีวิตประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่เสียความผ่องใสในใจ
ผลลัพธ์: เราเป็นเจ้านายที่กุมบังเหียนพลังงานกิเลสเพื่อใช้ประโยชน์ แทนที่จะถูกมันขี่คอ

⚠️⚠️#ข้อควรระวัง:
การใช้กิเลสฝึกจิตเหมือนการ “ขี่เสือ” ต้องมีสติคอยกำกับตลอดเวลา อย่าเผลอไปร่วมเล่นกับกิเลสจนกลายเป็นผู้แพ้ ให้ระลึกเสมอว่าเราคือ “ผู้สังเกตการณ์เสือ” ไม่ใช่ตัวเสือเอง หากฝึกแบบนี้ได้ กิเลสจะไม่ได้มีไว้ให้ทุกข์ แต่มีไว้ให้ “ฉลาดขึ้น” ในทุกวันที่เจอ

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • วิชามหาจักรพรรดิคือ“รหัสพลังงานชั้นสูง”

    ธรรมชั้นครู 🚩🚩🚩 ๒๕/๔/๖๙ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยวิชามหาจักรพรรดิคือ “รหัสพลังงานชั้นสูง“ที่มีความละเอียดและแรงอัดมหาศาล ✅จึงไม่ได้มีไว้สำหรับทุกคน แต่จะ “เลือกคน” ผ่านการคัดกรองมวลสารดังนี้✅เลือกผู้ที่มี “สัจจะ” เป็นฐาน วิชานี้เปรียบเหมือนดาบสองคม ⚠️หากผู้รับไร้สัจจะ พลังงานจะตีกลับจนชีวิตพังทลาย จักรวาลจะเลือกเฉพาะคนที่ “คำไหนคำนั้น” และซื่อสัตย์ต่อครูบาอาจารย์อย่างที่สุดเท่านั้น เพื่อรองรับรหัสความสำเร็จนี้ ✅✅เลือกผู้ที่ “ใจกว้างดั่งมหาสมุทร“: รหัสจักรพรรดิคือการส่งต่อและเกื้อกูล หากจิตยังคับแคบ ขี้เหนียว หรือคิดแต่จะเอาเข้าตัว มวลสารจักรพรรดิจะไม่สามารถสถิตอยู่ได้ เพราะคลื่นความถี่ไม่สมพงษ์กัน ✅✅เลือกผู้ที่ “นิ่งสยบมาร” ได้จริง: วิชานี้มาพร้อมบททดสอบที่หนักหน่วง มารจะดาหน้าเข้ามาลองใจในรูปแบบต่างๆ คนที่จะได้รับวิชานี้ต้องมี “#ดวงแก้วที่นิ่ง” ไม่หวั่นไหวต่อคำนินทาหรืออุปสรรค จึงจะคู่ควรกับการเป็นผู้ครอบครองบารมีจักรพรรดิ ✅✅เลือกผู้ที่มี “รหัสกตัญญู” เข้มข้น: ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ครูบาอาจารย์ และเทวดา คือท่อส่งพลังงานหลัก หากท่อนี้ตันด้วยอัตตา พลังจักรพรรดิจะไหลมาไม่ถึง จิตที่อ่อนน้อมและกตัญญูเท่านั้นที่จะได้รับการ “เปิดรหัส” ✅✅วิชาจักรพรรดิไม่ได้เลือกที่ความเก่งหรือความรวย แต่เลือกที่ “คุณภาพของมวลสารในดวงจิต“🚩🚩🚩🚩ใครที่เป็นทองคำแท้ วิชานี้จะวิ่งเข้าหาและพลิกชีวิตให้รุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui…

  • สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”

    สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”คือการที่กำลังสำรองทางพลังงาน ในดวงจิตของเราลดต่ำลงจนไม่สามารถต้านทานเคราะห์กรรม หรือดึงดูดโชคลาภได้ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีแก้ไขดังนี้ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้บารมีขาด (รอยรั่วพลังงาน) ผิดสัจจะบ่อยครั้ง: สัจจะคือเขื่อนกั้นบารมี เมื่อเราพูดแล้วไม่ทำ หรือผิดคำสัญญากับเทวดาและตนเองบ่อยๆ “เขื่อน” จะพังทลาย ทำให้บารมีที่สะสมมาไหลออกหมด การนินทาและเพ่งโทษ: นี่คือ “สนิมจิต” ที่กัดกร่อนบารมีเร็วที่สุด การว่าร้ายผู้อื่นจะสร้างพลังงานลบที่รุนแรง ทำให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” และดวงตกอย่างรวดเร็ว อกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณ: การละเลยหรือล่วงเกินพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทำให้ “ท่อพลังงาน” ขาดสะบั้น #เราจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่ไม่มีเทวดาหนุนหลัง 2. สัญญาณเตือนเมื่อบารมีขาดทำอะไรก็ติดขัด: หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือเกือบจะสำเร็จแล้วก็มีเหตุให้พังลงในนาทีสุดท้าย ใจหนัก ใจร้อน: รู้สึกหงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ และมักเจอแต่คนไม่จริงใจเข้ามาหาสุขภาพเสื่อมโทรม: ร่างกายอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ #เพราะธาตุในกายไม่มีพลังงานบุญคอยหล่อเลี้ยง 3. วิธีแก้สภาวะบารมีขาด (เติมบารมีเร่งด่วน)หยุดสร้างรอยรั่วทันที: ตั้งสัจจะว่าจะ “ไม่นินทาและไม่เพ่งโทษใคร” อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ภาชนะใจเริ่มนิ่งและกักเก็บพลังงานได้อีกครั้งทำพิธีขอขมาเพื่อ “ต่อสัญญา”: จัดน้ำสะอาด ดอกไม้หน้าพานอธิษฐานจิต…

  • ัเตี๋ยวหมูน้ำตกประตูธรรม๕หนเหนือ

    ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกประตูธรรม๕หนเหนือ#ได้มาถึงยังประตูธรรมแล้วจำนวนรอบที่ 1 = 500 ชิ้นเตรียมจัดส่งไปยัง #ผู้ลี้ภัย อ.แม่สอด จ.ตากรายงามผู้ร่วมสร้างมีท่านใดครูจะแจ้งผ่านทาง Live สดค่ะครูขอขอบคุณสำหรับเมตตาจิตที่ดีและความตั้งใจของทุกๆท่านที่ร่วมกันสร้างและแบ่งปันในครั้งนี้ค่ะ (คำว่าไม่มีอย่าได้เกิดแก่ท่าน) ให้ได้ร่วมสร้างสงเคราะห์แบบนี้ ร่วมกันให้นานๆขอขอบคุณค่ะ

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลวของคุณคือครู

    #แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลว#ของคุณคือครู ไม่ว่าสถานการณ์ใดจะเกิดขึ้นความเมตตาของครูทางจิตวิญญาณจะไม่ทอดทิ้งคุณ ถ้าคุณใส่ความมั่นใจในครูบาอาจารย์ ท่านจะชี้นําคุณจนกว่าจะตรัสรู้ คุณควรติดตามครูอย่างไร?สําคัญกว่าเครื่องสังฆทานคือการรับใช้ครูบาอาจารย์ด้วยกาย วาจา และใจและเหนือสิ่งอื่นใดตอบแทนความเมตตาของครูบาอาจารย์ด้วยการนําคําสอนมาปฏิบัติด้วยความพยายามอย่างยิ่ง คุณจะเริ่มต้นบนเส้นทางอย่างไร?ก่อนอื่นได้รับคําแนะนําจากครูของคุณจากนั้นให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความหมายของพวกเขา และในที่สุดรวมมันเข้ากับความเป็นอยู่ของคุณ