พลังงานจิตตก

#ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩
๒๐/๑/๖๙

🔯 พลังงานจิตตก”
ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกเศร้าหมอง แต่คือสภาวะที่ “#ความถี่ดวงจิตลดต่ำลง” จนหลุดจากมิติที่ 5 ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาและทรัพย์ใหญ่โดยตรง ดังนี้

1. สาเหตุที่ทำให้จิตตก (รอยรั่วพลังงาน)
#สิ่งที่ดึงพลังงานจิตให้ตกได้เร็วที่สุดคือ
การนินทาและเพ่งโทษ: เมื่อส่งจิตออกไปจับผิดคนอื่น จิตจะรับ “ขยะทิพย์” เข้ามาทันที ทำให้ใจหนัก ร้อน และมืดบอด (สภาวะญาณบอด)
การผิดสัจจะ: เมื่อพูดแล้วไม่ทำ จิตใต้สำนึกจะเสียความเชื่อมั่น พลังงานในตัวจะแตกพร่า ทำให้รู้สึกเคว้งควางไม่มีกำลัง ความกังวลและใจที่ “หนัก”: ความกลัวอนาคตหรือความเศร้ากับอดีต จะทำให้เกราะคุ้มกายบางลง

2. ผลกระทบเมื่อจิตตก
ทรัพย์ไม่เข้า: ทรัพย์ในยุคศิวิไลซ์ไหลตามความสุขและความเบา เมื่อจิตตก ภาชนะใจจะ “ปิด” ทำให้โชคลาภลอยผ่านไป
❌❌#ดึงดูดคนพลังงานต่ำ: เมื่อจิตตก เราจะกลายเป็นคลื่นความถี่เดียวกับคนนินทา คนโกง และปัญหาวุ่นวาย
❌❌ ร่างกายทรุดโทรม: พลังงานลบจะเข้าไปรบกวนธาตุในกาย ทำให้เหนื่อยง่าย เพลีย หรือเจ็บป่วยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน

3. วิธีแก้ “จิตตก” แบบเร่งด่วน (ปรับจูนมิติที่ 5)
หากรู้ตัวว่ากำลังจิตตก ให้รีบกู้พลังงานคืนด้วยเทคนิค 17 วินาที ดังนี้
หยุดความคิดลบทันที: บอกตัวเองว่า “หยุด!” แล้วหายใจเข้าลึกๆ
ยิ้มที่มุมปาก: แกล้งยิ้มก็ได้ ร่างกายจะหลั่งสารความสุขเพื่อปรับค่าความถี่ (Frequency) ทันที
สั่งจิต “เบา สบาย”: ท่องคำว่า “เบา สบาย” ซ้ำๆ จนใจเริ่มนิ่ง
ดื่มน้ำปรับธาตุ: ทานน้ำสะอาด 1 แก้ว อธิษฐานขอให้ความเย็นของน้ำชะล้างความร้อนรุ่มออกไป

4. #บทบันทึกจิตกู้พลังงานคืน
“ข้าพเจ้าขอดึงจิตของข้าพเจ้ากลับมาสู่ความสว่าง ข้าพเจ้าขอวางความทุกข์ ความกังวล และการเพ่งโทษทั้งปวง ข้าพเจ้าขอเลือกทาง เบา สบาย และขอให้บารมีครูบาอาจารย์ช่วยประจุพลังงานใหม่ให้ข้าพเจ้ามีใจที่เข้มแข็งนับแต่บัดนี้”

🚩🚩 ตั้งแต่ปี 2026 นี้ “ความสุขคือต้นทุนของความรวย” อย่าปล่อยให้จิตตกนานเกินไป เพราะทุกนาทีที่ใจเป็นทุกข์ คือนาทีที่บารมีและทรัพย์ใหญ่กำลังรั่วไหลออกไป

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิด

    พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิดแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ· กามรูปี พญานาคที่เสวยกามคุณ· อกามรูปี พญานาคที่ไม่เสวยกามคุณ #อายุของพญานาคราชจะมีอายุไม่เท่ากัน คือ ขึ้นอยู่กับบารมีของแต่ละองค์ผู้มีฤทธิ์บารมีสูงก็จะแบ่งจิตลงมาเกิดเป็นมนุษย์และสร้างสมบารมีด้วยการปฏิบัติธรรมและส่งผลย้อนกลับไปสู่ดวงจิตเดิมพญานาคจะมีดวงจิตทั้งหมด ๔๙ ดวงจิต การแบ่งจิตลงมานั้น จะแบ่งมาแค่ ๓๒ ดวงจิต อีก ๑๗ ดวงจิต จะคอยดูแลในการปฏิบัติของการเกิดดังนั้นเราจึงได้รับฟังว่าพญานาคบางองค์ท่านอยู่มานานหลายหมื่นแสนปี #ทำไมเราจึงไม่เห็นพญานาคเพราะพญานาคมีธาตุ ๓ ธาตุ คือ ธาตุไฟ๑ ธาตุลม๑ ธาตุน้ำ๑ จะไม่มีธาตุดิน เหมือนคนเราเราจึงไม่สามารถมองเห็นพญานาคนอกเสียจากว่าเราจะมี ๒ วิธี คือ  เคยเป็นพญานาคในชาติก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ คือปฏิบัติภาวนาจนถึงขึ้นอภิญญา ๖  เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ ๙ พญานาคราช ผู้ปกครองพิภพบาดาล …1.พญาอนัตนาราช2.พญามุจรินทร์นาคราช3.พญาภุชงค์นาคราช4.พญาศีรสุทโธนาคราช5.พญาศรีสัตตนาคราช6.พญาเพชรภัทรนาคราช หรือ พญาเกล็ดแก้วนาคราช7.พญานาคดำแสนสิริจันทรานาคราช8.พญายัสมัญนาคราช9.พญาครรตะศรีเทวานาคราช

  • ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดี

    #ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดีการคิดถึงความตายสามารถช่วยเราประเมินค่านิยมและกำหนดเป้าหมายในชีวิตใหม่ได้มันทำให้เราตระหนักถึงความเด็ดขาดค่อยๆ ขยายจิตสำนึกของเรา #เรามักจะเสียสละปัจจุบันของเราโดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเชื่อมโยงกับอนาคตกับจุดประสงค์ของเราอย่างไร และกับสิ่งที่สร้างความหมายในชีวิตเรา:ค่านิยมและเป้าหมายของเราคนที่เรารัก และชีวิตของเราร่วมกัน ผลทันทีของการคิดเกี่ยวกับความตายของเราคือการขยายมุมมองของเราและมุ่งความสนใจไปที่ช่วงเวลาปัจจุบัน #ผลที่ตามมา:เราหลีกเลี่ยงและปลดปล่อยตัวเองจากการปฏิเสธอย่างง่ายดายการนึกถึงความตายของเราทำให้เราตระหนักว่าทุกครั้งที่เราหายใจเข้าไปเราจะเข้าใกล้จุดจบของเรามากขึ้น ดังนั้นเราจึงจัดลำดับความสำคัญของเวลาใหม่และเพิ่มมูลค่าของมัน มีจุดในการสูญเสียมันกับคนที่ไม่มีความจำเป็นไม่มีท่อระบายน้ำพลังงานของเรา สามารถใช้เวลาเดียวกันนี้กับผู้คนที่ทำให้วันของเรามีค่าควรแก่การอยู่ ผู้ผลักดันให้เราพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และผู้ที่สละเวลาของเราไปกับการลงทุนเหล่านั้น เราทำในสิ่งที่ถูกต้องการคิดถึงความตายทำให้เราใกล้ชิดกับสิ่งที่เราต้องการมองย้อนกลับไปในชีวิตของเราในช่วงเวลาสุดท้าย การนึกถึงความตายของเราเองทำให้เราตระหนักว่าสิ่งเดียวที่จะอยู่รอดคือคุณค่าที่เราปลูกฝังและมรดกที่เรากำลังทิ้งไว้ ดังนั้น ความตายจึงทำให้เรากลับมาพิจารณาวิถีชีวิตของเราใหม่ ด้วยหลักศีลธรรม ค่านิยม และการทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญจริงๆ #เราฝังแรงจูงใจของเราไว้การคิดถึงความตายทำให้เราประเมินคุณค่าในตนเองอีกครั้ง เมื่อเราค้นพบสิ่งที่สำคัญจริงๆ ในชีวิต เราก็ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับค่านิยมที่แท้จริงของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงรวบรวมแหล่งที่มาของแรงจูงใจภายใน #และสามารถยกระดับจิตวิญญาณของเราได้อย่างง่ายดายเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า #เราทำในสิ่งที่เราต้องการจะทำการคิดถึงความตายเป็นรูปแบบการไตร่ตรองตนเองที่ทรงพลังเช่นกัน การใคร่ครวญเรื่องความเป็นมรรตัยช่วยให้เรา #เชื่อมต่อกับการเรียกที่แท้จริงของหัวใจ ดังนั้น การนึกถึงความตายสามารถล้างม่านควันที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม และเราสามารถกำหนดความหมายของการประสบความสำเร็จใหม่ได้ (เช่น การมีครอบครัวที่มีความสุขและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สำคัญกว่าการมีทรัพย์สินมากหรืออาชีพที่คอยดูแลเราตลอดเวลา จากคนที่เรารัก) #เนื่องจากแรงบันดาลใจของคุณจะ internalized และมาจากภายในตัวคุณคุณจะไม่พบความต้องการ (หรือความดัน) ของการมีที่จะอธิบายให้คนอื่น ๆ สิ่งที่คุณต้องการจะทำอย่างไรกับชีวิตของคุณ #เราได้รับหลักการใหม่: เราไม่ต้อนรับใครก็ตามและทุกสิ่งที่ลดคุณค่าดูหมิ่นและไม่คำนึงถึงเวลาของเรา เมื่อกระบวนการจัดลำดับความสำคัญเป็นไปตามหลักการแล้ว #การกำจัดคนที่เป็นพิษออกจากชีวิตเราจะง่ายขึ้น ดูน้อยลง

  • สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#บันทึกโดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล เมื่อใจสว่าง สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านกลาย #เป็นแรงดึงดูดสิ่งดีๆ ทันที นี่คือความหมายและวิธีรักษา ความสว่างของใจในยุคนี้ 1. ใจสว่าง คือใจที่ “#ไร้ขยะพลังงาน” ใจที่สว่างไม่ใช่ใจที่พยายามคิดบวก แต่คือใจที่ผ่านการ Detox จิต ล้างเอา Toxic คลื่น เช่น ความขี้น้อยใจ ความโกรธแค้น หรือการเพ่งโทษผู้อื่นออกไป เมื่อขยะใน บันทึกจิต หมดไป แสงสว่างจากดวงธรรมภายในจะปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ 2. อานิสงส์ของใจสว่างเงินวิ่งหา: เมื่อใจสว่าง คลื่นความถี่ของเราจะตรงกับ กระแสจิตพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกระแสแห่งความมั่งคั่งและเมตตาอารี ท่อพลังงาน บุญกับเงิน จะเปิดกว้าง ทำให้ชีวิตมีความคล่องตัวอย่างอัศจรรย์ #ญาณหยั่งรู้เปิด: สภาวะ ญาณบอด จะหายไป เราจะมีความคิดที่เฉียบแหลม เห็นช่องทางรอดและโอกาสในวิกฤต เพราะเทวดาประจำตัวสามารถสื่อสารสัญญาณเตือนหรือไอเดียดีๆ ให้เราได้ชัดเจน คลื่นดึงดูด: ใจที่สว่างจะเป็นแม่เหล็กดึงดูด กระแสบุญสัมพันธ์ นำพาคนดีๆ และเหตุการณ์ที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต 3….

  • 5 บทเรียนชีวิตขั้นพื้นฐาน ที่ทุกคนควรเรียนรู้ในชีวิตนี้

    ชีวิตก็เหมือนกับการล้มแล้วลุกใหม่ กระบวนการรับความรู้และบทเรียนการเรียนรู้ ในฐานะมนุษย์ เราไม่ได้ถูกสร้างมาให้สมบูรณ์แบบ พวกเราส่วนใหญ่จะทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เรามีความสามารถในการเรียนรู้จากความผิดพลาดซึ่งสอนให้เราเติบโตในฐานะบุคคล บางบทเรียนลึกซึ้งกว่าบทเรียนอื่น สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่าบทเรียนชีวิต ความรู้ประเภทนี้ถือเป็นแพ็คเกจล้ำค่าที่เราพยายามจะพกติดตัวไปตลอด แต่บางครั้ง บางคนมักจะลืมสิ่งนี้และพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการเตือน ความรู้ส่วนใหญ่ของบทเรียนชีวิตเป็นเพียงการช่วยและแจ้งตัวเอง บางทีคนอื่นอาจได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ในบางจุดผ่านทางคุณ แต่โดยพื้นฐานแล้วความรู้นี้มีไว้เพื่อช่วยเหลือคุณและมีเพียงคุณเท่านั้น การลืมสิ่งเหล่านั้นจะสร้างปัญหามากขึ้นเท่านั้นและอาจส่งผลด้านลบตามมาด้วย ดังนั้น แม้ว่าจะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่า เพื่อตัวคุณเอง อย่าลืมบทเรียนชีวิตทั้ง 5 ข้อนี้อีก ชีวิตคือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นไม่มีเหตุผลว่าทำไมคำพูดนี้จะถูกทำซ้ำจึงมักจะเป็นก็มีเป็นจำนวนมากของความจริงมัน คุณเป็นผู้กำกับชีวิตของคุณเอง นั่นคือส่วนที่คนมักจะลืม ไม่ใช่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา บางคนอยากจะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ มากกว่าสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ เช่น การกระทำของพวกเขาเอง การตั้งตัวเองเป็นเหยื่อและโทษโลกทั้งใบสำหรับตำแหน่งที่คุณอยู่ ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ง่ายแต่เมื่อเวลาผ่านไป มันจะลากคุณลงไปอีก ให้พยายามมุ่งเน้นไปที่แง่มุมต่างๆ ที่คุณสามารถควบคุมได้และจุดที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง สิ่งต่างๆ อาจไม่ได้รับการแก้ไขในหนึ่งหรือสองวัน แต่การเข้ามาควบคุมอีกครั้ง คุณสามารถสร้างผลลัพธ์ของคุณเองได้อย่างแท้จริง แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่านั้นก็ตาม อย่าปล่อยให้ชีวิตของคุณถูกคนอื่นดำเนินไป มันคือชีวิตของคุณ ความรับผิดชอบของคุณ คุณแสดงตัวเองว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตคุณ อย่ากลัวที่จะทำมันสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามแผนเสมอไปบางครั้งสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณและในบางครั้งก็ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคุณสังเกตเห็นว่าคุณกำลังมุ่งหน้าไปในทางที่ผิด อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนทิศทาง การดื้อรั้นและดำเนินต่อไปในทิศทางที่ผิดเดิมจะทำให้คุณอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางมากขึ้นเท่านั้นอุปมานี้สามารถใช้ได้กับทุกแง่มุมของชีวิตเรา ปลายทางสามารถมีความหมายที่แตกต่างกันสำหรับทุกคน ซึ่งอาจรวมถึงคนที่คุณมีส่วนร่วมหรือเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้สำหรับตัวคุณเองหากคุณตระหนักถึงบางสิ่งหรือบางคนที่กีดกันคุณไม่ให้เติบโตและรู้สึกมีความสุขอย่าคาดหวังว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนไป คุณจะต้องทำการเปลี่ยนแปลง บางคนจะยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น แต่นี่คือจุดที่คุณเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณ…

  • สภาวะ ที่ “จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง”

    ธรรมชั้นครู ๗/๑/๖๙ #บันทึกโดยแม่ครูน้อย สภาวะ ที่ “#จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง” หมายถึง การที่ดวงจิตถูกสะสมด้วยคลื่นความถี่ต่ำและข้อมูลลบ (Toxic คลื่น) มายาวนานจนกลายเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยขัดขวางความเจริญของชีวิต นี่คือลักษณะของสภาวะนี้และวิธี “ชุบพลังใหม่” ให้กลับมาเป็นปกติ1. สัญญาณที่บอกว่า “จิตไร้สำนึก” ของเราเริ่มเสีย#ทำผิดซ้ำซาก: แม้ใจจะรู้ว่าไม่ดี แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ทำเรื่องเดิมๆ เช่น ผิดสัจจะบ่อยครั้ง หรือเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณ ดึงดูดแต่เรื่องร้าย: จิตที่เสียจะส่งคลื่นความถี่ต่ำออกไปดึงดูดวิบากกรรมลบ ทำให้ เงินหนี เจอแต่อุปสรรค และคนโกงเข้ามาในชีวิตอาการ “#ญาณบอด” รุนแรง: ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ มักจะมองความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์เป็นการตำหนิจนเกิดอาการ #เกลียดครูเพราะครูรู้ทัน ร่างกายรับผลกระทบ: มีอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออึดอัดแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ #พลังยัน 2. #สาเหตุที่ทำให้จิตไร้สำนึกเสียการเพ่งโทษและนินทา: การเก็บเอาขยะพลังงานของผู้อื่นมาไว้ในจิตตนเองเป็นเวลานานการอกตัญญูและดูถูกครู: เป็นการทำลายโครงสร้างพลังงานที่สะอาดในดวงจิตอย่างรุนแรงการบันทึกอารมณ์ลบก่อนนอน: ทำให้จิตใต้สำนึกนำเรื่องร้ายไปขยายผลตลอดทั้งคืน 3. วิธีซ่อมแซมและ “ชุบพลังใหม่”แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า แม้จิตจะเสียเพียงใด ก็สามารถกู้คืนได้ในปี 2026 ด้วยกระบวนการนี้ขออโหสิกรรมถอนรากถอนโคน: ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่…