สิ่งที่ผู้รู้พระเวทเรียกว่าความไม่เสื่อมสลาย

สิ่งที่ผู้รู้พระเวทเรียกว่าความไม่เสื่อมสลายที่ผู้เลิกละผู้พ้นแล้วจากปัญหาและความคิดมั่นหันมาฝึกฝนเราจะบอกเจ้าอย่างคร่าวๆถึงวิธีที่จะไปถึงสิ่งนั้น

?? ผู้ปิดทวารทั้งเก้าในกาย
กักจิตไว้ที่จักระหัวใจ
ตั้งพลังชีวิตปราณไว้ในสมองใหญ่
ตั้งจิตมั่นในโยคะ แน่วแน่อยู่ในในพระวัจนะศักดิ์สิทธิ์ แห่งพรหม ระลึกถึงแต่เรา
(บรมวิญญาณ) เมื่อเขาละร่างนี้ ย่อมไปถึงเป้าหมายอันเลิศล้ำนั้น

ผู้มีจิตแน่วแน่ ระลึกถึงเราต่อเนื่องทุกวัน จิตของท่านไม่หันเหไปจากเรา(คือบรมวิญญาณ) ท่านจะเข้าถึงเราได้โดยง่าย

ผู้ภักดีจิตใจหนักแน่น เมื่อ???บรรลุถึงเรา (บรมวิญญาณ) ย่อมเข้าถึงความสำเร็จเลิศล้ำ จะไม่กลับ มาเกิดใหม่ได้แดนทุกข์ไร้ความจีรัง

ผู้ที่ยังไม่พ้นจากโลก จะกลับจากแดนพรหม การรวมเป็นหนึ่งกับพระเจ้าในสมาธิ มาเกิดใหม่ (บนโลกนี้) แต่เมื่อเข้าถึงเราบรมวิญญาณอันประเสริฐท่านจะไม่เกิดใหม่อีกเลย

Similar Posts

  • คนมีอำนาจเหนือกรรม

    #คนมีอำนาจเหนือกรรม อาจควบคุมกรรมของตนได้แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าจะต้อง#ควบคุมจิตเจตนาของตนได้ด้วย โดยตั้งมั่นแน่วแน่อยู่ในธรรม เช่นเมตตา สติ ปัญญา #สัจจาธิษฐาน เป็นต้น อันเป็นส่วนจิตและศีลอันหมายถึงตั้งเจตนา เว้นการที่ควรเว้น ทำการที่ควรทำในขอบเขตอันควร คนส่วนมากยังมีความเชื่อว่า#มีผู้ดลบันดาลให้เกิดสิ่งต่างๆ ขึ้นแต่ทางพระพุทธศาสนาได้ แสดงว่าคนมีกรรมเป็นของตน จะมีสุขหรือทุกข์เพราะกรรม ผู้คนเลยหันมากลัวกรรม #กรรมจึงคล้ายเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเข้าใจในทางร้ายอยู่เสมอ กรรมจึงกลายเป็นอดีตที่น่ากลัว พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้คนกลัวกรรม ไม่ได้สอนให้ตกเป็นทาสของกรรมหรืออยู่ใต้อำนาจของกรรม #แต่สอนให้รู้จักกรรม ให้มีอำนาจเหนือกรรม #ให้ควบคุมกรรมของตนในปัจจุบัน

  • กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

    กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบแต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้นจิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะโลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง

  • อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา

    อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้คนถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามีวิชาเหล่านี้ไหมก็คงตอบไปว่า #ก็พอจะมีกับเค้าบ้าง  แต่สำหรับข้าพเจ้ามองว่าชีวิตมันมีอะไรสูงกว่าอักขระมนตราในตัวเราอีก ถ้าคุณพบว่าทุกวันคุณกําลังกลายเป็นทั้งขี้งอน ขี้เกียจ หรือนินทา #คุณรู้ว่าคุณกําลังถอยหลัง #บททดสอบที่ดีที่สุดคือการวิเคราะห์ตัวเองและหาคําตอบว่าวันนี้คุณมีความสุขมากกว่าเมื่อวานหรือไม่ #ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสุขมากขึ้น แสดงว่าคุณกําลังก้าวหน้า และความรู้สึกของความสุขนี้ต้องดําเนินต่อไป#ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย#เทวดาประจำตัว

  • เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ

    #เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ ทำไมพระพุทธองค์จึงทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาต่อไปทั้งๆ ที่พระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ตอนนี้พบว่าคำตอบนั้นธรรมดาพอที่จะเห็น#ความสุขนั้นไม่เที่ยงเหมือนสิ่งอื่นใดเพื่อให้ความสุขได้รับการขยายและต่ออายุ คุณต้องเรียนรู้วิธีเลี้ยงความสุขของคุณ ไม่มีอะไรสามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากอาหาร รวมทั้งความสุข #ความสุขของคุณสามารถตายได้ หากคุณไม่รู้จักวิธีบำรุงเลี้ยงมัน หากคุณตัดดอกไม้แต่ไม่ใส่น้ำ ดอกไม้จะเหี่ยวภายในสองสามชั่วโมง #แม้ว่าความสุขจะแสดงออกมาแล้วแต่เราก็ต้องหล่อเลี้ยงมันต่อไป บางครั้งสิ่งนี้เรียกว่าการปรับสภาพ และมันสำคัญมาก เราสามารถกำหนดร่างกายและจิตใจของเราให้มีความสุขได้ด้วยการปฏิบัติ 5 ประการ คือการปล่อยวาง การเชื้อเชิญเมล็ดบวก สติ สมาธิ และญาณทิพย์ 1. #ปล่อยวางวิธีแรกในการสร้างความสุขและความสุขคือการละทิ้ง มีความสุขที่เกิดจากการปล่อยวาง พวกเราหลายคนผูกพันกับหลายสิ่งหลายอย่าง เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการอยู่รอด ความมั่นคง และความสุขของเรา แต่หลายสิ่งหลายอย่าง—หรือพูดให้ตรงกว่าคือ ความเชื่อของเราเกี่ยวกับความจำเป็นอย่างยิ่ง—เป็นอุปสรรคต่อความยินดีและความสุขของเราจริงๆ 2. #เชิญเมล็ดพันธุ์เชิงบวกเราแต่ละคนมี “เมล็ดพืช” หลายชนิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตสำนึกของเรา สิ่งที่เรารดน้ำนั้นเป็นสิ่งที่งอกขึ้นมาในการรับรู้ของเราและแสดงออกสู่ภายนอก 3. #ความสุขที่เกิดจากสติสติไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสัมผัสกับความทุกข์เท่านั้นเพื่อให้เราสามารถโอบรับและเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่ยังได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของชีวิตรวมถึงร่างกายของเราเองด้วย หายใจเข้าก็เป็นสุข หายใจออกก็เป็นสุขได้เช่นกัน คุณมาเพลิดเพลินไปกับการหายใจของคุณอย่างแท้จริง 4. #ความเข้มข้นสมาธิเกิดจากการมีสติสัมปชัญญะ สมาธิมีพลังทะลุทะลวง เผาผลาญความทุกข์ยากที่ทำให้คุณทนทุกข์ และปล่อยให้ปีติและความสุขเข้ามาการอยู่กับปัจจุบันขณะนั้นต้องใช้สมาธิ ความกังวลและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตมีอยู่เสมอพร้อมที่จะพาเราไป เราสามารถเห็นพวกเขา รับทราบ และใช้สมาธิของเราเพื่อกลับไปสู่ปัจจุบันขณะ 5. Insight ด้วยสติ เรารับรู้ถึงความตึงเครียดในร่างกายดูความคิด จิตใจ และการเคลื่อนไหวดูอะไรบวก อะไรลบ ที่เกิดขึ้นกับคุณ เจาะเข้าไปถึงแกนกลางของดวงวิญญาณพบเจอเทวดาประจำตัวของคุณเข้าไปสู่ในกระบวนการของญาณทิพย์ตรวจสอบระบบคงค้างที่คุณยังไม่มีโอกาสได้เข้าถึงกระบวนการลำดับที่ห้านี้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการเปลี่ยนแปลงพลวัต

  • การคัดกรองคนเข้ามาในชีวิต คัดกรองด้วยระดับพลังงาน

    #การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา 1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ) ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่าการตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ 2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด 3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว) ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด…

  • เส้นทางแห่งความสมบูรณ์

    เส้นทางแห่งความสมบูรณ์: คําอธิบายที่สวยงามมากเกี่ยวกับความหมายที่แท้จริงจิตดั้งเดิม อนายามะ#ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้#แต่กิริยาของจิตสามารถแก้ไขได้ไม่ใช่การนั่งสมาธิกดทับอารมณ์อาการของมัน แต่ต้องสามารถนำสิ่งที่ปรากฏโผล่ขึ้นมา#ยอมรับความจริงความจริงทำให้คนเห็นและบรรลุเร็วได้มากกว่าการนั่งสมาธิแบบไร้เป้าหมาย