“ประภาการี” ภูมินี้จะเข้าใจแจ่มแจ้งถึงความไม่เที่ยง

“#ประภาการี”

แปลว่า…..สว่าง แสงไฟนี้ใช้ดับทวิภาวะ(ธรรมคู่)
ภูมินี้จะเปล่งปลั่งมีราศีพระโพธิสัตว์
ภูมินี้จะเข้าใจแจ่มแจ้งถึงความไม่เที่ยง
เห็นสรรพสิ่งผันแปร
ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวไว้ได้เลย

#ขันติบารมี
จึงเป็นจุดสำคัญของผู้ฝึกที่เดินมาระดับนี้
ท่าน จะไม่ต่อต้าน ไม่ทะเลาะวิวาท ไม่เอาคืน
อดทนอดกลั้นต่อความไม่เที่ยงของทุกสรรพสิ่ง
รวมทั้งความผันแปรในชีวิตตนเองด้วย

#ปัญญาระดับนี้
ต้องเข้าถึงมองเห็นอนัตตาจริงๆ
เพราะการบำเพ็ญบารมีนั้น…
#การบำเพ็ญขันติบารมียากยิ่งกว่าบารมีใด

?? #จึงต้องอาศัยปัญญา
และมองทุกรูปนามด้วยจิตเมตตากรุณาอันไพศาลจริงๆ
จนท่านสามารถเข้าใจและยอมรับความทุกข์ได้
และไม่ถูกรบกวนจากความเจ็บปวด
ทั้งทางร่างกายและจิตใจ

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

Similar Posts

  • ความภาคภูมิใจ  รางวัลที่ 8 ของห้องเรียน

    ความภาคภูมิใจ #รางวัลที่ 8ของห้องเรียน พิธีประดับเกียรติสดุดีบุคคลตัวอย่างที่น่ายกย่องแห่งสังคมไทย รางวัล #วชิรนุสรณ์ปูชนียะบุคคลตัวอย่างแห่งชาติประจำปี 2565 #ยกย่องและเชิดชูเกียรติแก่บุคคลซึ่งเป็นผู้มีความดีความรู้ความสามารถและประสบการณ์สมควรเป็นบุคคลตัวอย่างที่น่ายกย่องแห่งสังคมไทย #ด้านบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่นแม่ครูน้อย #แม่ครูได้ให้คำนิยามว่าคุณคือสิ่งมีชีวิตหลายมิติที่สามารถย้ายจากมิติของจิตสำนึกหนึ่งไปสู่อีกมิติหนึ่งได้อย่างง่ายดายคุณสามารถอยู่ในหลายมิติได้พร้อมกันคุณไม่จำเป็นต้องมีพอร์ทัลภายนอกเพื่อนำคุณไปสู่เฟสถัดไปหรือโลกใหม่คุณคือพอร์ทัล ทุกอย่างอยู่ในตัวคุณ ณ.ปัจจุบัน

  • การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก

    #ธรรมชั้นครู ๑๓/๒/๖๙ การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก (Subconscious Cleansing) ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม 5 หนเหนือ #ไม่ใช่การทำให้ลืมเรื่องราวแต่คือการ “ถอนพิษทางอารมณ์” ที่เกาะกินใจ เพื่อให้ดวงจิตกลับมาเบาสบายใน มิติที่ 5 นี่คือเทคนิคการ “ล้างไฟล์ขยะ” ในใจที่ทำได้เอง 1. เทคนิค “คืนพลังงาน” (The Energy Return) ข้อมูลลบมักเกิดจากการที่เราไปแบกอารมณ์คนอื่น หรือฝากความเจ็บปวดไว้กับใคร วิธีปฏิบัติ: นั่งนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ระลึกถึงปมนั้นแล้วกล่าวว่า “พลังงานใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา และพลังงานใดที่เป็นของข้าพเจ้าที่ฝากไว้กับคนอื่น ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ ณ บัดนี้” 2. ใช้กระแส “อโหสิกรรม” เป็นตัวละลาย (The Solvent) ข้อมูลลบคือคราบสนิม อโหสิกรรม คือน้ำยาทำความสะอาดที่วิเศษที่สุด วิธีปฏิบัติ: ไม่ว่าใครจะทำผิดต่อเรา หรือเราทำผิดต่อใคร ให้ยอมรับและ “อนุญาต” ให้มันจบลง บอกใจตัวเองว่า “ฉันขอโทษ…

  • “มาร” หรือ”พลังงานลบ” ที่คอยขัดขวางความเจริญ

    #ธรรมจากประตู ๑๑/๑/๖๙ #วิชชาที่ท่านแม่ครูน้อยทดลองมาแล้ว “มาร” หรือพลังงานลบที่ คอยขัดขวางความเจริญ ไม่ได้กลัวอาวุธหรือของขลังแต่กลัว สภาวะจิตที่มีความเข้มแข็งและบริสุทธิ์ #กลัวคนที่มี “สัจจะ”: มารกลัวคนพูดจริงทำจริงที่สุด เพราะสัจจะเป็นพลังงานที่เด็ดขาดและ #มีอำนาจในการสั่งการมิติพลังงาน เมื่อเรามีสัจจะ มารจะหาช่องว่างเข้าแทรกแซงหรือบิดเบือนดวงชะตาของเราไม่ได้เลย กลัว “#พลังความกตัญญู”: ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงที่สว่างมาก #มารเป็นพลังงานความถี่ต่ำ (ความโกรธ ความเนรคุณ) เมื่อเจอแสงสว่างจากความกตัญญู มารจะสลายตัวไปเองเพราะทนกระแสความดีไม่ได้ กลัวสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย”: #มารจะทำงานได้ดีเมื่อเราโกรธ เศร้า หรือกังวล แต่ถ้าเรารักษาใจให้ เบา สบาย และเป็นกลาง ได้ตลอดเวลา มารจะไม่มี “เหยื่อล่อ” ให้เราหลุดจากเส้นทางบุญ สภาวะนี้คือเกราะป้องกันมารที่ทรงพลังที่สุด กลัว “#การไม่เพ่งโทษ”: มารชอบให้คนนินทาและจับผิดกัน เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ หากเราฝึกจิตจนไม่เพ่งโทษใคร แต่มุ่งดูใจตนเอง มารจะไม่มีช่องทางให้เราสร้างกรรมใหม่ ชีวิตเราจึงเข้าสู่สภาวะ พลังงานไหล ได้ถาวร กลัว “การขอขมา”: ทุกครั้งที่เราทำพิธีขอขมาด้วยความจริงใจ…

  • การเรียกบารมีเก่า

    #การเรียกบารมีเก่า ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่มากจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอธิบายเพื่อให้เข้าใจได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่านสามารถดึงของเก่าเหล่านี้กลับมาได้ โดยการปฏิบัติในชาติปัจจุบันอย่างตั้งใจและตั้งมั่น แต่กิเลสยั่วยุในยุคสมัยนี้มีมากมายหลายรูปแบบซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้หลายๆ คนล้มเลิกความตั้งใจในการปฏิบัติเสียกลางคัน #การเรียกบารมีเก่ากลับมาเหมือนกับว่าท่านมีตัวช่วยให้ได้ของเก่ากลับมาเร็วและง่ายขึ้นเปรียบเทียบเหมือนกับการย้ายของใช้เดิมของท่านเข้าบ้านใหม่ถ้าทำเองคนเดียวจะหนักเหนื่อยและนาน แต่ถ้าหากมีคนช่วยขนย้ายเข้ามาให้ล่ะ ?#บางท่านสนใจมากอยากได้ช่วยเรียกให้หน่อย ถ้าท่านคิดว่าอยู่เฉยๆ โดยไม่มีการฐานปฏิบัติธรรมเลย เรียกมาแล้วจะมีฤทธิ์ มีอภิญญา เก่งขึ้นมาทันทีในชั่วข้ามคืน ท่านกำลังเข้าใจผิดอย่างมากหาก#ท่านได้ของเก่าคืนมาแล้วไม่เร่งสร้างบารมีต่อ ถึงแม้ของเก่านี้จะไม่สูญสลายหายไปไหน แต่ก็ไม่ทราบว่าจะช่วยเรียกมาให้ทำไมเอาไว้เมื่อท่านพร้อมจริงๆตั้งใจอยากจะหลุดจากวัฏสงสารนี้แล้ว #การช่วยเรียกบารมีเก่ากลับมาให้นี้ ก็เพื่อให้ท่านได้นำทุนเดิมที่มีอยู่ ไปช่วยเสริมการปฏิบัติ #ร่วมกับการใช้ปัญญาของท่าน เพื่อให้ถึงซึ่งการหลุดพ้น เข้าสู่มรรคผลได้ในที่สุด ช่วยผู้ที่ต้องการจะหลุด จากวงเวียนว้ญญาณเดิมๆ จริงๆ #ไม่ได้สนับสนุนให้หลงในอภิญญาคุณวิเศษต่างๆ ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีอยู่จริง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้หลุดพ้นฯ ได้ ขอให้ท่านพิจารณาไตร่ตรองว่าต้องการเรียกบารมีเก่ามาเพื่ออะไรกันแน่ หาคำตอบให้ตัวท่านเอง #ตอบคำถามในใจของท่านให้ได้เสียก่อน#MAEKHUNOY#เทวดาประจำตัวCAMP45/2021

  • เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ

    #เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ ทำไมพระพุทธองค์จึงทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาต่อไปทั้งๆ ที่พระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ตอนนี้พบว่าคำตอบนั้นธรรมดาพอที่จะเห็น#ความสุขนั้นไม่เที่ยงเหมือนสิ่งอื่นใดเพื่อให้ความสุขได้รับการขยายและต่ออายุ คุณต้องเรียนรู้วิธีเลี้ยงความสุขของคุณ ไม่มีอะไรสามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากอาหาร รวมทั้งความสุข #ความสุขของคุณสามารถตายได้ หากคุณไม่รู้จักวิธีบำรุงเลี้ยงมัน หากคุณตัดดอกไม้แต่ไม่ใส่น้ำ ดอกไม้จะเหี่ยวภายในสองสามชั่วโมง #แม้ว่าความสุขจะแสดงออกมาแล้วแต่เราก็ต้องหล่อเลี้ยงมันต่อไป บางครั้งสิ่งนี้เรียกว่าการปรับสภาพ และมันสำคัญมาก เราสามารถกำหนดร่างกายและจิตใจของเราให้มีความสุขได้ด้วยการปฏิบัติ 5 ประการ คือการปล่อยวาง การเชื้อเชิญเมล็ดบวก สติ สมาธิ และญาณทิพย์ 1. #ปล่อยวางวิธีแรกในการสร้างความสุขและความสุขคือการละทิ้ง มีความสุขที่เกิดจากการปล่อยวาง พวกเราหลายคนผูกพันกับหลายสิ่งหลายอย่าง เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการอยู่รอด ความมั่นคง และความสุขของเรา แต่หลายสิ่งหลายอย่าง—หรือพูดให้ตรงกว่าคือ ความเชื่อของเราเกี่ยวกับความจำเป็นอย่างยิ่ง—เป็นอุปสรรคต่อความยินดีและความสุขของเราจริงๆ 2. #เชิญเมล็ดพันธุ์เชิงบวกเราแต่ละคนมี “เมล็ดพืช” หลายชนิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตสำนึกของเรา สิ่งที่เรารดน้ำนั้นเป็นสิ่งที่งอกขึ้นมาในการรับรู้ของเราและแสดงออกสู่ภายนอก 3. #ความสุขที่เกิดจากสติสติไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสัมผัสกับความทุกข์เท่านั้นเพื่อให้เราสามารถโอบรับและเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่ยังได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของชีวิตรวมถึงร่างกายของเราเองด้วย หายใจเข้าก็เป็นสุข หายใจออกก็เป็นสุขได้เช่นกัน คุณมาเพลิดเพลินไปกับการหายใจของคุณอย่างแท้จริง 4. #ความเข้มข้นสมาธิเกิดจากการมีสติสัมปชัญญะ สมาธิมีพลังทะลุทะลวง เผาผลาญความทุกข์ยากที่ทำให้คุณทนทุกข์ และปล่อยให้ปีติและความสุขเข้ามาการอยู่กับปัจจุบันขณะนั้นต้องใช้สมาธิ ความกังวลและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตมีอยู่เสมอพร้อมที่จะพาเราไป เราสามารถเห็นพวกเขา รับทราบ และใช้สมาธิของเราเพื่อกลับไปสู่ปัจจุบันขณะ 5. Insight ด้วยสติ เรารับรู้ถึงความตึงเครียดในร่างกายดูความคิด จิตใจ และการเคลื่อนไหวดูอะไรบวก อะไรลบ ที่เกิดขึ้นกับคุณ เจาะเข้าไปถึงแกนกลางของดวงวิญญาณพบเจอเทวดาประจำตัวของคุณเข้าไปสู่ในกระบวนการของญาณทิพย์ตรวจสอบระบบคงค้างที่คุณยังไม่มีโอกาสได้เข้าถึงกระบวนการลำดับที่ห้านี้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการเปลี่ยนแปลงพลวัต

  • หลักของอารยธรรมสมัยใหม่

    #ความทุกข์ยากหลักของอารยธรรมสมัยใหม่คือการที่เราไม่รู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์ทรมานในตัวเรา และเราพยายามปกปิดมันด้วยการบริโภคทุกประเภท ผู้ค้าปลีกขายอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยเราปกปิดความทุกข์ที่อยู่ภายใน เว้นแต่และจนกว่าเราจะสามารถเผชิญกับความทุกข์ของเรา เราไม่สามารถอยู่และพร้อมสำหรับชีวิต และความสุขจะหลบหลีกเราต่อไป#มีคนจำนวนมากที่มีความทุกข์มหาศาลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร สำหรับหลายๆ คน มันเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วทำไมโรงเรียนไม่สอนให้เยาวชนรู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์? ถ้านักเรียนไม่มีความสุข เขาไม่มีสมาธิและเรียนรู้ไม่ได้ ความทุกข์ของเราแต่ละคนส่งผลต่อผู้อื่น ยิ่งเราเรียนรู้ศิลปะแห่งความทุกข์ได้ดีเท่าไร ความทุกข์ในโลกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น#สติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความทุกข์ของเราโดยไม่ถูกครอบงำ สติคือความสามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นี่และตอนนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรายกแขนทั้งสองขึ้น เราตระหนักดีว่าเรากำลังยกแขนขึ้น จิตใจของเราอยู่ที่การยกแขนขึ้น และเราไม่ได้คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะการยกแขนของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ#มีสติ ความหมายคือ มีสติ เป็นพลังงานที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน ยกแขนขึ้นและรู้ว่าเรากำลังยกแขนขึ้น นั่นคือสติ การมีสติในการกระทำของเรา เมื่อเราหายใจเข้าและรู้ว่าเราหายใจเข้า นั่นคือสติ เมื่อเราก้าวและรู้ว่าขั้นตอนต่างๆ กำลังเกิดขึ้น เราก็นึกถึงขั้นตอนต่างๆ สติคือการมีสติในบางสิ่งเสมอ เป็นพลังงานที่ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่นี่ในร่างกายของเรา ในความรู้สึกของเรา ในการรับรู้ของเรา และรอบตัวเรา