เป็นเรื่องง่ายที่เราจะตกอยู่ในระดับความเครียดด้วยพลังงานเก่า

เป็นเรื่องง่ายที่เราจะตกอยู่ในระดับความเครียดด้วยพลังงานเก่าที่ติดอยู่ในอดีตและพลังงานใหม่ที่เข้ามา แต่เราต้องรักษาสมดุลและทำตามเป้าหมาย อย่าลืมเข้าสู่โหมดการดูแลตนเองขั้นสูงและหยุดพักจาก…..คนที่ไม่มีใจที่จริง(ไร้สัจจะ)เลือกว่าใครที่คุณจะคบและสิ่งที่คุณจะฟังหรืออ่าน ระวังสิ่งที่คุณปล่อยเข้าสู่จิตสำนึกของคุณ ให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นไปในเชิงบวกและเป็นแสงสว่าง #วาระมืดเป็นอดีตและไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไปคนที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันหันกลับมาบอกเขาไป…..บ๊ายๆ บ่าย ลาก่อน?️? ทุกคนจะต้องอัปเกรดใน Ascension ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง?ใช้เวลาในช่วงเวลาปัจจุบันของคุณชื่นชมสิ่งที่คุณมี จำไว้ว่าความตั้งใจและความกตัญญูเป็นเครื่องมือสำแดงที่แท้จริงที่จะนำมาซึ่งความปรารถนาอันแท้จริงของหัวใจคุณ?อีกครั้ง คำตอบเหล่านี้อยู่ในตัวคุณแล้ว เป้าหมายที่นี่ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดของโลกในหนึ่งวัน แต่เพื่อเชื่อมต่อและรักตัวเอง สิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้นก่อนและสำคัญที่สุด?คุณจะไม่สามารถได้ยินสัญชาตญาณของหัวใจและจิตวิญญาณของคุณหากคุณมีข้อสงสัยหรือความไม่มั่นคงใดๆ ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นและพร้อมให้คุณผ่านสถานการณ์ สถานการณ์ เหตุการณ์ ผู้คน และความสัมพันธ์? ทุกความท้าทายในชีวิตพร้อมให้คุณเรียนรู้และเติบโต ไม่มีอะไรเป็นโทษ ประสบการณ์คือทุกสิ่ง ยิ่งคุณวนเวียนผ่านความทุกข์ยากซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น?นี่เป็นเหตุผล คุณจะแข็งแกร่งขึ้นและฉลาดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นความจริงสำหรับคุณที่สถานการณ์ที่ดูเหมือนเลวร้ายที่สุดได้ทำให้คุณกลายเป็นนักรบวิญญาณ (ชาย/หญิง) ที่คุณเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

Similar Posts

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา

    #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา#เช่นพี่น้องครูเคยมีคำถามกับตัวเองว่าการที่เราจะได้รู้ซึ้งถึงความรักอันแรงกล้าและจดจ่อของความเป็นความรักเช่นพ่อแม่เราจะสามารถทำได้กับผู้อื่นหรือไม่มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือที่เราจะรักผู้อื่นด้วยความรักแบบเดียวกันนี้ได้เราสามารถขยายวงกลมแห่งความห่วงใยไปสู่ผู้อื่นอีกมากมายไม่ใช่แต่เพียงคนในครอบครัวของเราได้จริงๆหรือ??? รักได้จริงหรือ???#เพราะความสันโดษของครูจึงสามารถมองความรักทั้งหมดไปสู่เพื่อนมนุษย์ได้ ดังเช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเรามีความรักปรารถนาดีที่มีต่อความเป็นมนุษย์และมันเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ซึ่งบางทีเราอาจไม่สามารถรักใครบางคนที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราได้#สำหรับครูครูมีความเห็นว่าเราอาจขยายความรักนี้ออกไปจนพ้นขอบเขตอันเป็นแบบฉบับที่เรามีจำกัดต่อตัวเราเองเราอาจมีความรักและความสัมพันธ์ให้เฉพาะคนในครอบครัวของเรามากเกินไปแต่รู้หรือไม่ว่าความรักนี้สามารถมอบให้กับผู้อื่นได้ห่วงใยผู้อื่นได้ ดังเช่น คนหนึ่งในครอบครัวของเราและมันเกิดขึ้นได้จริงในดวงใจของเราดวงเดียวกันนี้เอง

  • รากฐานของความสุขคือความกตัญญู

    “รากฐานของความสุขคือความกตัญญู#ไม่ใช่ความสุขที่ทำให้เรารู้สึกขอบคุณ เป็นความกตัญญูที่ทำให้เรามีความสุข”

  • ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า

    #ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า #กรรมปกครองดวงดาวและโชคชะตาของคนเรา #แต่กรรมนั้นควบคุมด้วยอํานาจจิตของคนเรา อะไรที่เป็นอยู่ไม่จําเป็นต้องเป็นเจตจํานงอิสระของมนุษย์และความมุ่งมั่นของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนหลักสูตรของเหตุการณ์ในชีวิตของเขาหรืออย่างน้อยก็ช่วยลดแง่มุมที่ไม่พึงประสงค์ #คนที่ร่างกายและจิตใจแข็งแรงมากไม่อาจจะมีอิทธิพลทางโหราศาสตร์ที่ไม่พึงประสงค์อาจไม่มีปฏิกิริยาที่สังเกตได้ภายนอกเลยแม้ในขณะที่การสั่นสะเทือนที่ชั่วร้ายอาจแผ่มาจากการกําหนดค่าเชิงลบของ เขาเป็นดวงดาว #แต่ถ้าร่างกายและจิตใจอ่อนแอลงจากการกินผิด คิดผิด นิสัยไม่ดี และจิตสำนึกไม่ดี #รังสีดาวฤกษ์มีพลังในการกระตุ้นผลอันตรายที่แฝงจากกรรมในอดีต  วันนี้ครูงดเข้าสอนออนไลน์นะค่ะ30-1-2022 

  • การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก

    #ธรรมชั้นครู ๑๓/๒/๖๙ การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก (Subconscious Cleansing) ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม 5 หนเหนือ #ไม่ใช่การทำให้ลืมเรื่องราวแต่คือการ “ถอนพิษทางอารมณ์” ที่เกาะกินใจ เพื่อให้ดวงจิตกลับมาเบาสบายใน มิติที่ 5 นี่คือเทคนิคการ “ล้างไฟล์ขยะ” ในใจที่ทำได้เอง 1. เทคนิค “คืนพลังงาน” (The Energy Return) ข้อมูลลบมักเกิดจากการที่เราไปแบกอารมณ์คนอื่น หรือฝากความเจ็บปวดไว้กับใคร วิธีปฏิบัติ: นั่งนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ระลึกถึงปมนั้นแล้วกล่าวว่า “พลังงานใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา และพลังงานใดที่เป็นของข้าพเจ้าที่ฝากไว้กับคนอื่น ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ ณ บัดนี้” 2. ใช้กระแส “อโหสิกรรม” เป็นตัวละลาย (The Solvent) ข้อมูลลบคือคราบสนิม อโหสิกรรม คือน้ำยาทำความสะอาดที่วิเศษที่สุด วิธีปฏิบัติ: ไม่ว่าใครจะทำผิดต่อเรา หรือเราทำผิดต่อใคร ให้ยอมรับและ “อนุญาต” ให้มันจบลง บอกใจตัวเองว่า “ฉันขอโทษ…

  • ” วิมลา”ภูมินี้ศีลบารมีเป็นใหญ่

    ” วิมลา” หมายถึงความบริสุทธ์ปราศจากราคีภูมินี้ศีลบารมีเป็นใหญ่แต่การรักษาศีลนี้ก็แนบเนื่องด้วยปัญญาเช่นกัน ??#คือมองว่าทุกชีวิตต่างเวียนว่ายและเป็นทุกข์ความกรุณานำพาให้ไม่อยากเบียดเบียนใครจึงไม่ได้รักษาศีลเพื่อให้ตนดีงามบริสุทธ์แต่รักษาเพราะตระหนักถึงการอิงอาศัยกัน ??#ทุกการกระทำควรประกอบด้วยปัญญาและกรุณาใจบริสุทธ์เพียงเพื่อให้ผู้อื่นพ้นทุกข์เท่านั้นจะไม่นำสิ่งใดเข้าตน แม้ความดีสละทั้งตนเอง สละทั้งธรรม!!!ภูมินี้ ลองสำรวจตนก่อนนะค่ะถ้าใครผ่านแล้ว ก็เข้าท่าแล้วล่ะเราจะได้วัดตนเองต่อไปในภูมิที่สูงขึ้น ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์