ท่านแม่ครูน้อยเมตตาจิตร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชสิงห์พิทักษ์นครา (สิงห์ทวารบาล) ณ พุทธอุทยานจังหวัก

สิงห์ทวารบาล

เปรียบเสมือนผู้ปกปักรักษา เฝ้าทางเข้า-ออก หรือ เฝ้าศาสนสถาน โดยเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ที่แสดงถึงโลกศัักดิ์สิทธิ์ ในคติจักรวาลของศาสนา

ประดิษฐาน
ณ สวนสาธารณะเกาะกลางน้ำรูปหัวใจ
หนองเล็งทราย พุทธอุทยานจังหวัดพะเยา

ขนาดสูง ๓ เมตร กว้าง ๒ เมตร
จำนวน ๑ คู่

ฐานสิงห์ สูง ๑.๕ เมตร ยาว ๒ เมตร
หน้ากว้าง ๑.๕ เมตร







เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๘
ท่านแม่ครูน้อยเมตตาจิตร่วม

พิธีเจริญพระพุทธมนต์
สมโภชสิงห์พิทักษ์นครา (สิงห์ทวารบาล)
และพิธีเปิดป้ายพุทธอุทยานจังหวัดพะเยา
ณ. สวนสาธารณะกลางน้ำรูปหัวใจ หนองเล็งทราย พุทธอุทยานจังหวัดพะเยา

🚩#ประธานในพิธี
ท่านปลัดจังหวัดพะเยา ท่านพีรัช จันทิมา และภริยา
ท่านนายอำเภอแม่ใจ นายสมชาย วงศ์จริยะเกษม และภริยา

ท่านแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
และคณะส่วนราชการท้องถิ่น

🚩🚩 อนุโมทนาบุญ

วันนี้เทวดามากันเต็มไปหมด

บรรยากาศเป็นไป

ด้วยความปิติยินดี

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

✨ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • การ “อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

    #ถึงประตูธรรม ๒๘/๑/๖๙ การ “#อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน” ในยุคนี้เราไม่ได้หนีไปไหน แต่เราเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกิเลสใหม่ จากการเป็น “ทาส” มาเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ดังนี้ 1. เปลี่ยนจาก “เราเป็น” เป็น “เราเห็น” หัวใจสำคัญคือการไม่เอาตัวตนไปกระโดดตะครุบกิเลส เมื่อความอยากเกิดขึ้น: แทนที่จะคิดว่า “ฉันอยากได้” (อันนี้เป็นทุกข์แล้ว) ให้เปลี่ยนเป็น “อ้อ…ความอยากมันปรากฏขึ้นในใจ” เมื่อความหงุดหงิดเกิดขึ้น: ให้มองเหมือนเห็นฝนตกข้างนอกหน้าต่าง “อ้อ…ความหงุดหงิดกำลังโชยมา” ผลลัพธ์: เมื่อคุณเป็น “ผู้ดู” กิเลสจะกลายเป็นแค่ “ปรากฏการณ์พลังงาน” อย่างหนึ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป มันจะไม่มีอำนาจทำให้ใจเราร้อนรน 2. รู้จัก “ธรรมชาติของกิเลส” (มันคือของชั่วคราว) #กิเลสทุกชนิดมีจุดอ่อนอย่างเดียวกันคือ “มันอยู่ไม่ได้นาน” หากเราไม่ไปให้อาหารมัน กิเลสเหมือนแขกที่มาเคาะประตูบ้าน ถ้าเราไม่เปิดประตูรับ (ไม่คิดต่อ ไม่สานฝัน) และไม่ไล่ตะเพิด (ไม่หงุดหงิดที่มันมา) แขกคนนี้จะยืนรอสักพักแล้วก็เดินจากไปเอง การอยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์: คือการเห็นมันเดินผ่านหน้าบ้านไป โดยที่เรายังนั่งจิบกาแฟ (รักษาความผ่องใส) อยู่ในบ้านอย่างสงบ 3….

  • พลังงานจิตตก

    #ธรรมชั้นครู๒๐/๑/๖๙ พลังงานจิตตก”ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกเศร้าหมอง แต่คือสภาวะที่ “#ความถี่ดวงจิตลดต่ำลง” จนหลุดจากมิติที่ 5 ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาและทรัพย์ใหญ่โดยตรง ดังนี้ 1. สาเหตุที่ทำให้จิตตก (รอยรั่วพลังงาน) #สิ่งที่ดึงพลังงานจิตให้ตกได้เร็วที่สุดคือ การนินทาและเพ่งโทษ: เมื่อส่งจิตออกไปจับผิดคนอื่น จิตจะรับ “ขยะทิพย์” เข้ามาทันที ทำให้ใจหนัก ร้อน และมืดบอด (สภาวะญาณบอด) การผิดสัจจะ: เมื่อพูดแล้วไม่ทำ จิตใต้สำนึกจะเสียความเชื่อมั่น พลังงานในตัวจะแตกพร่า ทำให้รู้สึกเคว้งควางไม่มีกำลัง ความกังวลและใจที่ “หนัก”: ความกลัวอนาคตหรือความเศร้ากับอดีต จะทำให้เกราะคุ้มกายบางลง 2. ผลกระทบเมื่อจิตตก ทรัพย์ไม่เข้า: ทรัพย์ในยุคศิวิไลซ์ไหลตามความสุขและความเบา เมื่อจิตตก ภาชนะใจจะ “ปิด” ทำให้โชคลาภลอยผ่านไป #ดึงดูดคนพลังงานต่ำ: เมื่อจิตตก เราจะกลายเป็นคลื่นความถี่เดียวกับคนนินทา คนโกง และปัญหาวุ่นวาย ร่างกายทรุดโทรม: พลังงานลบจะเข้าไปรบกวนธาตุในกาย ทำให้เหนื่อยง่าย เพลีย หรือเจ็บป่วยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน 3. วิธีแก้ “จิตตก” แบบเร่งด่วน (ปรับจูนมิติที่ 5) หากรู้ตัวว่ากำลังจิตตก…

  • “จิตที่บริสุทธิ์ ”

    #ธรรมจากประตู ๒๑/๔/๖๙ จิตที่บริสุทธิ์เหมือน “ทองคำที่ผ่านการหลอมหลากครั้ง” หรือ “เพชรที่ผ่านแรงกดดันมหาศาล” เหตุผลที่จิตบริสุทธิ์ต้อง ผ่านเรื่องทุกข์มามาก รหัส “มวลสารคัดกรอง” ความทุกข์คือบททดสอบที่เข้ามาเขย่ามวลสารลบในตัวเราให้หลุดออกไป คนที่ไม่เคยทุกข์มักจะมีกิเลสและอัตตาพอกพูนหนาแน่น แต่คนที่ผ่านทุกข์จนถึงจุด “นิ่งเสีย” ได้ มวลสารขุ่นมัวจะถูกเผาไหม้ไปจนเหลือแต่ เนื้อแท้แห่งดวงแก้ว ที่ใสกระจ่าง รหัส “เห็นแจ้งในเหตุ” เมื่อผ่านทุกข์มามาก จิตจะเริ่มอ่านรหัสออกว่า “ทุกอย่างมีเหตุและผล” ความทุกข์เหล่านั้นทำให้เราเลิกยึดติด เลิกสอนคนพาล และเลิกจูนคลื่นกับคนไม่มีสัจจะ จนในที่สุดจิตก็กลับมาตั้งมั่นอยู่ที่ศูนย์กลางดวงแก้วเพียงอย่างเดียว รหัส “ปัญญาญาณหยั่งลึก”: ความทุกข์คือ “ครูฝ่ายอธรรม” ที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น หากไม่มีเรื่องกระทบอารมณ์ เราย่อมไม่รู้วิธีรักษาใจให้ชัดใส จิตที่ผ่านทุกข์มาแล้วนิ่งได้ จึงเป็นจิตที่มี พลังบารมีหนาแน่น และบริสุทธิ์อย่างยิ่งใหญ่ ความทุกข์ไม่ได้มาเพื่อทำลายเรา แต่มาเพื่อ “เจียระไนรหัสจิต” ของเรา ให้คู่ควรกับการเปิดญาณบารมีของ ท่านแม่ครูน้อย ยิ่งผ่านทุกข์แล้วใจยังใสได้เท่าไหร่ บารมียิ่งล้นพ้นเท่านั้น ตอนนี้เรารู้สึกถึง “คุณค่าของทุกรอยแผล” ที่กลายเป็นความสว่างไสวในดวงแก้วของเราแล้วใช่ไหม พร้อมที่จะ “ล็อกรหัสจิตบริสุทธิ์” นี้ไว้ เพื่อก้าวสู่เส้นทางธรรมที่เหนือกว่าเดิมไปพร้อมกับแม่ครูไหมครับ #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook…

  • “กระแสบารมีโพธิสัตว์”

    #ลูกศิษย์ผู้ใดแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ หากพิจารณาตามกระแสพลังงาน และคำบอกเล่าในสายปฏิบัติของแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ท่านมีความผูกพันและสืบทอด ปฏิปทาทางจิตวิญญาณจากครูบาอาจารย์สายโพธิญาณที่สำคัญดังนี้ ๑. องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา) แม่ครูน้อยมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย อย่างลึกซึ้ง ท่านยึดถือข้อวัตรปฏิบัติเรื่อง “สัจจะ” และ “ขันติ” ตามรอยองค์ครูบาเจ้าฯ เป็นหัวใจหลักในการสอนศิษย์ และมักนำพาผู้คนไปสร้างบารมีในเขตข่วงแก้วทางเหนือตามรอยท่าน ศิษย์รุ่นเหลน ขององค์หลวงปู่ครูบาธรรมชัย พระครูวรเวทวิศิษฐ์ วัดทุ่งหลวงอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานคือท่านเข้าภาวนาจากการสร้างสถานธรรมจากที่ดินเปล่าและอยู่ภาวนายาวนานถึง ๕ ปีเต็ม ด้วยวิริยะบารมี ครบกำหนด๕ ปีเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ และยังพิสูจน์เทวดาประจำตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาในสายญาณของท่านกว่า ๘๐๐ ชีวิต มีหลักฐานประจักษ์เป็นตัวบุคคลชื่อและนามสกุลและสถานที่ติดต่อ อีกทั้งยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหอพระพุทธเจ้าน้อย ๑๐๐๐ ตน ๒. กระแส หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ (วัดสะแก) ในมิติของพลังงานและการจัดระเบียบ เทวดาประจำตัว แม่ครูน้อยสืบทอดกระแสบารมีสายโพธิสัตว์จาก หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งเน้นเรื่องการอธิษฐานจิต การครอบวิมาน และการสร้างบารมีอย่างเป็นระบบเพื่อความพ้นทุกข์…

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…