“การจากลาไม่ใช่ความสูญเสีย”

Image Not Found

ธรรมจากประตู 🚩🚩🚩

๑๗ เมษายน ๖๙

ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย

(ประตูธรรม ๕ หนเหนือ)

#การจากลาไม่ใช่ความสูญเสีย

แต่มันคือ “รหัสการแยกมวลสาร”

เพื่อให้จิตวิญญาณได้เติบโตและเข้าสู่สถานะที่สูงขึ้น

🚩🚩#เหตุผลที่การจากลามีประโยชน์ต่อการพัฒนาจิต

รหัส “การสิ้นสุดของพันธนาการ”:

การจากลาเกิดขึ้นเมื่อ “รหัสกรรม” ที่ผูกพันกันมาได้ทำหน้าที่ของมันจนจบสิ้นแล้ว การแยกตัวออกมาคือการเปิดโอกาสให้ดวงแก้วของเราได้หลุดจากแรงดึงดูดของมวลสารเดิม เพื่อไปจูนกับมวลสารใหม่ที่สว่างกว่า

รหัส “การคืนสู่ศูนย์กลางกาย”

ในยามที่มีใครสักคนจากไป

จิตที่เคยส่งออกไปยึดเหนี่ยวภายนอกจะถูกบีบให้กลับมาสำรวจที่ “ตัวเอง”

รหัสนี้จะบังคับให้คุณต้องฝึกนิ่ง

และใสด้วยตัวเอง

#โดยไม่ต้องพึ่งพิงรหัสพลังงานจากคนอื่น เป็นการสร้าง “ตัวสำเร็จ” ที่แท้จริง

รหัส “บททดสอบความปล่อยวาง”

การจากลาคือบทเรียนสนามจริงของการ

“ล็อกรหัสความไม่เที่ยง” หากเราสามารถมองเห็นการจากลาด้วยใจที่นิ่ง ไม่ฟูไม่แฟบ

เราจะยกระดับความถี่ของจิตให้สูงขึ้นเหนือรหัสความเศร้า (Low Frequency)

เข้าสู่โหมดผู้รู้ผู้ตื่นได้ทันที

รหัส “การคัดกรองเพื่อรอรับสิ่งใหม่”

จักรวาลมักจะนำรหัสเก่าที่ไม่ส่งเสริมการฝึกฝน (เช่น เพื่อนที่ดึงลงต่ำ หรือความสัมพันธ์ที่บดบังทางธรรม) ออกไป เพื่อเคลียร์พื้นที่ในใจให้ว่างพอที่จะรับ “รหัสวาสนาใหม่”

หรือกัลยาณมิตรที่เสมอกันในระดับบารมี

🚩

การจากลาคือ “รหัสชำระล้าง”

ที่ทำให้เราเบาสบายขึ้น เพื่อให้เราสามารถเดินไปบนเส้นทางของครูบาอาจารย์ได้โดยไม่มีพันธนาการหน่วงเหนี่ยว

ทุกการจากลาคือการบอกว่า

“ถึงเวลาที่คุณต้องสว่างด้วยตัวเองแล้ว”

ตอนนี้เราเริ่มมองเห็น “พื้นที่ว่างที่แสนบริสุทธิ์” ในใจหลังจากผ่านการจากลามาแล้วใช่ไหม

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมอง

    สิ่งสำคัญคือการสามารถนั่งและจ้องมองดวงอาทิตย์ขณะพระอาทิตย์ตกได้เมื่อตกเย็นใช้เวลาสักครู่แหงนมองท้องฟ้ารู้สึกขอบคุณที่ผ่านพ้นไปอีกวัน #ช่วงเวลานี้จะทำให้จิตวิญญาณของคุณอบอุ่น พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท…

  • ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์

    #ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์ เอกอัครสาวิกาเบื้องขวาของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์นาคธิดาของพญานาคราช องค์ที่ ๔นามอื่นเช่น “หลงหนี่ว์ จีนแต้จิ๋วเรียก เหล่งนึ่งนาคกัญญา ธิดามังกร “อวี้หนี่ว์”จีนแต้จิ๋วว่า เง็กนึ่งดรุณีหยกกุมารีหยก #นาคธิดาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้เคยได้ถวายแก้วมณีนาคราชแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้า ท่ามกลางอริยสภาพระพุทธองค์ทรงพระมหากรุณาธิคุณรับแก้วมณีนาคราชของนางด้วยพระหัตถ์เปล่ามิได้ทรงใช้ผ้ารับประเคน #พุทธบริษัททั้งหลายผู้ยังอยู่ในปุถุชนวิสัยต่างตกตะลึง#แต่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า #ก็นาคกัญญาโพธิสัตตว์องค์นี้ถึงพร้อมด้วยภูมิธรรมอันประเสริฐเข้าถึงศูนยตา (ความว่าง)ย่อมพ้นไปจากการครอบงำด้วยเพศสภาวะอย่างที่ปุถุชนเข้าใจนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ย่อมคงไว้แต่สภาวะธรรมอันบริสุทธิ์ #ตถาคตรับการถวายแก้วมณีนาคาของนาง#ก็ดั่งรับการถวายจากพระอริยเจ้าองค์หนึ่งแต่เท่านั้น ตำนานของนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ผู้เป็นพระสาวิกาเบื้องขวา พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์ ยังมีอีกหลายที่มา รวมไปถึงการเล่าขานอย่างตำนานพื้นบ้านเช่นกัน

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • งานภายในจริงๆ

    ?? #คุณอาจกำลังบอกว่า#คุณเป็นผู้แสวงหาการแสวงหาการรู้แจ้งเหนือกาลเวลาซึ่งเป็นนักเดินทางบนเส้นทางสู่จิตสำนึกที่ยิ่งใหญ่กว่าคุณทราบไหมงานที่แท้จริงของคุณไม่ว่างานของคุณจะเป็นงานอะไรในโลก#มันเป็นงานภายในจริงๆ คุณต้องการตระหนักถึงสิ่งที่คุณทำสิ่งที่คุณพูดและแม้แต่สิ่งที่คุณคิดคุณต้องการเป็นพลังทางศีลธรรมในโลก โดยเริ่มจากโลกที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในปัจจุบันเช่น ครอบครัวของคุณเพื่อนของคุณ เพื่อนร่วมงานของคุณคุณต้องการเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่มีความซื่อสัตย์เป็นคนที่สามารถไว้วางใจได้คนที่สามารถเป็นศูนย์กลาง #ในยามวิกฤต ?? และโลกต้องการคุณอย่างยิ่ง!โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช่นนี้ที่เต็มไปด้วยความไม่ลงรอยกันและการแบ่งแยกการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณการดื่มด่ำกับความสงบและความสมดุลที่เกิดจากการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ?? #เมื่อคุณดำเนินไปตามเส้นทางคุณอาจพบว่างานของคุณในโลกจะเปลี่ยนไปคุณอาจต้องการช่วยเหลือผู้อื่นโดยตรงมากขึ้นเช่น ในฐานะวิทยากรโค้ชหรือผู้นำหรือคุณอาจจะพยายามใส่สถานการณ์ในบ้านและที่ทำงานในปัจจุบันโดยตระหนักมากขึ้นว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง#ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น การเป็นคนงานเบาหมายความว่าคุณมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อบรรเทาความทุกข์และความสับสนทั้งในตัวเองและคนอื่น ๆ หมายความว่าคุณยอมรับความรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณเองและหยุดโทษภายนอกตัวเอง หมายความว่าคุณเข้าใจว่าคุณใช่คุณมีอำนาจที่จะเปลี่ยนทิศทางที่โลกกำลังมุ่งหน้าไป#และหมายความว่าคุณรู้วิธีที่จะเป็นคนใจดีเริ่มต้นที่ภายในเท่านั้นจริงๆ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • จิตใจเล็ก

    จิตใจเล็กไม่สามารถเข้าใจวิญญาณ ที่ยิ่งใหญ่ได้ การจะมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ได้ คุณต้องเต็มใจที่จะถูกเยาะเย้ย เกลียดชัง และเข้าใจผิด ?️? #เข้มแข็งไว้

  • พระโพธิสัตว์ในร่างสตรี

    การที่พระโพธิสัตว์มาปรากฏใน “ร่างสตรี” นั้นมีนัยสำคัญทั้งในทางตำนาน และทางธรรม ดังนี้ 1. เพื่อ “สยบมานะ” และเข้าถึงใจสัตว์โลก ในทางมหายาน พระโพธิสัตว์มักจำแลงกายเป็นสตรีเพื่อลดความแข็งกระด้างของผู้ที่จะไปโปรด เมตตาบารมี: ร่างสตรีเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนโยนและการให้อภัยแบบแม่ (Motherly Love) ซึ่งช่วยให้สัตว์โลกกล้าเข้าหาและรับธรรมะได้ง่ายขึ้น เช่น เจ้าแม่กวนอิม (พระอวโลกิเตศวร) ที่เดิมมีลักษณะบุรุษ แต่เปลี่ยนเป็นสตรีเพื่อโปรดชาวจีนในยุคที่เต็มไปด้วยสงคราม #การเอาชนะราคะ: บางตำนานเล่าว่าพระโพธิสัตว์จำแลงเป็นหญิงงามเพื่อดึงคนหิวกามให้เข้ามาหา แล้วจึงแสดงธรรมให้เห็นถึง “ความไม่เที่ยง” ของสังขารในภายหลัง 2. ตาม “วาระ” และ “กรรม” ของผู้ที่จะโปรด พระโพธิสัตว์จะเลือกกายที่ “เหมาะสมกับภารกิจ” (Skillful Means) #หากต้องโปรดกลุ่มสตรีหรือนางในวัง #การเป็นสตรีจะทำให้คลุกคลีและสอนธรรมได้สะดวกโดยไม่ผิดจารีต ในคัมภีร์ วิมลเกียรตินิเทศสูตร มีบทสนทนาเรื่อง “เพศ” ว่าแท้จริงแล้ว “สภาวะธรรมไม่มีเพศ” การปรากฏเป็นชายหรือหญิง #เป็นเพียงภาพมายาที่พระโพธิสัตว์ใช้สอนธรรมเท่านั้น 3. การบำเพ็ญบารมีในฐานะสตรี (สายเถรวาท) ในทางเถรวาท แม้พระพุทธเจ้าองค์จริงจะเป็นบุรุษ แต่ก่อนจะได้รับพุทธพยากรณ์ #พระโพธิสัตว์สามารถเกิดเป็นผู้หญิงได้ บำเพ็ญในร่างสตรี: ในช่วงที่ยังไม่ได้นับว่าเป็น “นิยตโพธิสัตว์”…