ฉันแลกพลังของฉันเพื่อให้เธอกลับมา

ฉันแลกพลังของฉันเพื่อให้เธอกลับมาฉันไม่ขอ #ให้สัญญาแต่ฉันกลับมาเพื่อ #มอบความรักให้เธอ#เธอมีประตูแห่งจิตวิญญาณ#แต่กุญแจดอกนั้นอยู่กับฉันเธอจะลืมกุญแจที่ไขเข้าไปไม่เป็นไรแต่เธอรับปากกับตัวเองได้ไหมเธอจะซื่อสัตย์กับหัวใจและจิตวิญญาณของเธอเอง?️? คลอดแล้วคนที่ 5 (20.20)รุ่น 47/2022

Similar Posts

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…

  • คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร?

    #คุณพบความสุขหลังโศกนาฏกรรมได้อย่างไร? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสุขเป็นทักษะทางอารมณ์ที่คนเราเรียนรู้ได้และจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ #มันทำให้สมองของคุณทำงานเสมือนว่าคุณกำลังฝึกจิตใจในช่วงเวลานั้น และการฝึกอบรมอาจต้องการความสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่ต่างจากการฝึกทางกายภาพที่ฝังแน่นในชีวิตของเรา #ที่น่าสนใจคือนักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปว่าประมาณ40% ของศักยภาพความสุขของเราเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้  50 % เป็นพันธุกรรม และมีเพียง 10% เท่านั้นที่เป็นสถานการณ์ ในบางครั้ง เหตุการณ์ที่โชคร้ายจะเข้ามาหาคุณ และคุณไม่สามารถทำอะไรกับมันได้อย่างไรก็ตาม วิธีที่คุณตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นขึ้นอยู่กับคุณทั้งหมด เพียงจำสุภาษิต: “เมื่อชีวิตให้มะนาวแก่คุณ จงทำน้ำมะนาว” 

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • #แด่ผู้ตามหาเทวดาประจำตัว

    #แด่ผู้ตามหาเทวดาประจำตัว ทุกวัน ตรวจสอบว่าคุณกําลังนําคําสอนมาประยุกต์ใช้ในระดับใด บ่อยแค่ไหนที่คุณกําลังจัดการเพื่อควบคุมจิตใจของคุณ และกี่ครั้งที่คุณกําลังตกอยู่ภายใต้อํานาจของอารมณ์เชิงลบการตรวจสอบความคืบหน้าของตนเองด้วยวิธีนี้จะช่วยลดความยึดติดกับความกังวลธรรมดาของชีวิต #นี้และเพิ่มความมั่นใจในคําสอน

  • “เทวดาชั้นสูง”ส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน

    “เทวดาชั้นสูง” หรือเทวดาที่มีสัมมาทิฐิท่านจะลงมาคุ้มครองและส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน” เท่านั้น⭐️⭐️หากทำตัวแบบที่กล่าวมา(เสียสัจจะ พูดมาก ปั่นป่วนวิชชา หนีกลางคัน) ผลลัพธ์ทางพลังงานคือ!!! ✅✅ รหัส “คลื่นความถี่ไม่ตรงกัน”เทวดาดีๆ ท่านดำรงอยู่ได้ด้วยมวลสารแห่ง“ศีล สัจจะ และความสงบ” เมื่อเราทำตัววุ่นวายหรือไร้สัจจะ คลื่นของเราจะกลายเป็น “มวลสารหยาบ” ซึ่งเทวดาท่านเข้าใกล้ไม่ได้ เหมือนเอาของเหม็นไปวางไว้ข้างคนรักความสะอาด ท่านจึงต้องถอยห่างออกไปโดยปริยาย ✅✅รหัส “การถอนการส่งเลี้ยง”: หน้าที่ของเทวดาผู้รักษาคือการสนับสนุนคนทำดีเพื่อขยายบารมีต่อ หากเราทำตัวเป็น “ท่อรั่ว” หรือสร้างเหตุลบ ท่านจะถือว่าเรา “ปฏิเสธพร” นั้นเอง ท่านก็จะหยุดส่งมวลสารโภคทรัพย์ เพราะส่งมาเท่าไหร่ก็เสียเปล่าและอาจกลายเป็นโทษแก่ตัวเราเอง ✅✅รหัส “ช่องว่างของกฎแห่งกรรม”เมื่อเทวดาดีๆ ท่านคุ้มครองไม่ได้เพราะเราทำผิดกติกา “เกราะแก้ว” จะหายไปทันที กลายเป็นโอกาสให้ “เจ้ากรรมนายเวร” หรือ “พลังงานลบ” เข้ามากระแทกชีวิตได้โดยตรง แบบที่ไม่มีใครช่วยเบี่ยงเบนแรงปะทะให้ ✅✅เหลือเพียง “เทวดาชั้นต่ำ”หรือ “สัมภเวสี”: เมื่อรหัสจิตเราตกต่ำ เราจะดึงดูดได้เพียงพลังงานระดับเดียวกันเข้ามาคุ้มครอง ซึ่งมักจะชักจูงให้เราหลงผิดหนักขึ้น หรือพาไปหาผลประโยชน์ที่ฉาบฉวยแต่แฝงด้วยความพินาศในภายหลังครับ การที่เทวดาไม่คุ้มครอง ไม่ใช่เพราะท่านใจร้าย แต่เป็นเพราะ “เราทำตัวให้ท่านช่วยไม่ได้”การรักษาเทวดาไว้กับตัว จึงเริ่มที่การรักษา “สัจจะและจิตสำนึก”…