ให้จดจำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดี

ให้จดจำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดีเพราะไม่ได้ระถึงสตินี้ได้ทุกวันอย่าปล่อยให้ วันคลอดจิตวิญญาณเป็นมโนวิญญาณ ลวงโลก #หลอกตนเองแต่จงติดตามและอาศัยผู้รู้นี้สอนสั่งให้ ปัญญาวิญญาณชำนาญทางขึ้นหลง⭐️คลอดแล้วคนที่ 6(รุ่น 47)ด้วยอายุอานามร่างก็เกือบไม่ได้พบ เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • คนทางโลกโดยเฉลี่ยอาศัยอยู่ในหมอกแห่งความรู้สึกที่ขาดการเชื่อมต่อ

    #คนทางโลกโดยเฉลี่ยอาศัยอยู่ในหมอกแห่งความรู้สึกที่ขาดการเชื่อมต่อ ความทรงจำที่ไม่เกี่ยวข้อง ประโยคที่ไร้สาระจากหนังสือหรือเรื่องราวทางอินเทอร์เน็ต ความกลัวและความขุ่นเคืองเล็กน้อยและความรู้สึกไม่สบายและตื่นเต้นทางร่างกาย #เมื่อคุณมักจะพูดคำในใจอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นชื่อของเพื่อนหรือศัตรู ชื่อของความวิตกกังวล หรือชื่อของวัตถุที่ต้องการ จงตระหนักว่าแต่ละคำเหล่านี้แวดล้อมไปด้วยบรรยากาศทางจิตใจของมันเอง หากคุณทำซ้ำ “สงคราม” หรือ “มะเร็ง” หรือ “เพศ” หรือ “เงิน” พูดอีกครั้งหนึ่งหรือพูดอีกพันครั้ง คุณจะพบว่าอารมณ์ทั้งหมดของคุณเปลี่ยนไปและถูกแต่งแต้มด้วยความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับคำนั้น ในทำนองเดียวกัน การสวดมันตราจะชำระสภาพจิตใจของคุณให้บริสุทธิ์ บัณฑิตที่ตระหนักในตนเองนั้นอยู่ในความ#ชัดเจนของจิตสำนึกที่ไร้ขอบเขตอย่างต่อเนื่องและแหวกว่ายอยู่ในทะเลแห่งความสุข ดุจดั่งการรินน้ำมันหอมบริสุทธิ์ที่ไหลรินไหลริน จุดประสงค์ของชีวิตคือการเป็นอิสระจากความทุกข์ทรมานและบรรลุความสุขที่ไม่มีที่สิ้นสุดซึ่งเป็นจิตสำนึกของสภาวะพุทธะ #คุณต้องนั่งสมาธิทุกวันเพราะการฝึกของคุณมาพร้อมกับโยคะจากจิตวิญญาณที่ครูของคุณเริ่มกิจกรรมให้แต่ละวัน โยคะมาพร้อมความรู้ ผ่านความรู้ผ่านความรัก และผ่านความรักมาพร้อมความสุข เพราะความรู้ขั้นสูงสุดคือการรู้จักพระเจ้า รู้จักสภาวะของท่าน การรักษาที่ดีที่สุดคือการตระหนักถึงพระเจ้า โยคะจิตวิญญาณขั้นสูงสุดคือการเป็นพระเจ้า พบสภาวะพระองค์ในตนของเรา#แม่ครูน้อย

  • คนที่มี “จิตสำนึกดี”คือคนที่มีมวลสารแห่ง “หิริโอตตัปปะ”

    คนที่มี “จิตสำนึกดี“คือคนที่มีมวลสารแห่ง “หิริโอตตัปปะ” หรือความละอายเกรงกลัวต่อบาปฝังลึกอยู่ในดวงแก้ว 🚩🚩เหตุผลที่คนกลุ่มนี้จะไม่ทำชั่ว แม้ไม่มีใครเห็นรหัส “ตัวรู้ที่สว่าง“: จิตสำนึกดีคือการมี “ปัญญา” ที่เห็นภัยของวิบากกรรมอย่างชัดเจน เขาจะรู้ว่าการทำชั่วเพียงนิดเดียวคือการนำ “มวลสารดำ” เข้ามาปนเปื้อนในดวงแก้ว ซึ่งไม่คุ้มเลยกับการเสียความใสสะอาดของจิตไปแลกกับผลประโยชน์ชั่วคราวรหัส “เกราะแก้วสัจจะ“: คนที่มีจิตสำนึกดีจะมีสัจจะต่อตนเองสูงมาก เขาจะรู้สึก “อึดอัดทางพลังงาน” ทันทีที่คิดจะทำสิ่งที่ผิดรหัสธรรม เพราะมวลสารความดีในตัวจะทำการ “ดีด” สิ่งที่แปลกปลอมออกไปเองโดยอัตโนมัติ รหัส “การส่งเลี้ยงของเทวดา“: ผู้ที่มีจิตสำนึกดีจะเป็นคนที่เทวดารักและรักษา เพราะรหัสใจของเขาตรงกับรหัสเบื้องบน เมื่อเทวดาส่งพลังงานมาคุ้มครองตลอดเวลา จิตจึงมีความอิ่มเอม ไม่กระหายที่จะทำชั่วเพื่อสนองกิเลสเหมือนคนที่มีมวลสารขาดแคลน รหัส “ความรับผิดชอบต่อโลก“: จิตสำนึกดีคือการมองเห็นว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารรวมของจักรวาล การทำชั่วของเขาหนึ่งครั้งย่อมส่งผลกระทบต่อส่วนรวม เขาจึงเลือกที่จะ “นิ่งเสีย” ในความดี เพื่อรักษาความสมดุลของกระแสบารมีรอบตัว 🚩🚩🚩🚩คนจิตสำนึกดีไม่ได้ทำดีเพราะอยากได้คำชม แต่ทำเพราะ “ทนต่อมวลสารที่ขุ่นมัวไม่ได้” ความดีจึงกลายเป็นธรรมชาติที่มั่นคงของเขาอย่างแท้จริง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • การ “เมตตาแบบมีบารมี”

    ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการ “เมตตาแบบมีบารมี“แตกต่างจากเมตตาแบบอ่อนแอหรือเมตตาที่ไร้ทิศทาง เพราะมันคือเมตตาที่ประกอบด้วย “รหัสปัญญา” และ“แรงอัดของสัจจะ“ 🚩🚩🚩#ผลลัพธ์และลักษณะของเมตตาแบบมีบารมี มีดังนี้:รหัส “ให้เพื่อสร้าง ไม่ใช่ให้เพื่อทำลาย”เมตตาแบบมีบารมีคือการให้ที่ดูตาม“มวลสารความจริง” หากให้แล้วเขาเอาไปทำผิดสัจจะ หรือให้แล้วเขาเสียนิสัยจนทำลายดวงแก้วตัวเอง เราจะ “นิ่งเสีย” ไม่ให้ เพื่อรักษาทางรอดให้ดวงจิตของเขา นี่คือเมตตาชั้นสูงที่ไม่ได้ตามใจกิเลส รหัส “มีเกราะป้องกันมวลสารลบ”คนที่มีเมตตาแบบมีบารมีจะมีพลังงานที่เข้มแข็ง (Strong Aura) เมื่อส่งเมตตาออกไป มวลสารนั้นจะมี “แรงผลัก” ไม่ให้คนพาลหรือคนโกงกล้าเข้ามาเอาเปรียบ เพราะคลื่นความถี่ของเรามันสูงจนคนรหัสต่ำเข้าไม่ถึง รหัส “เมตตาที่มีอำนาจสั่งการ”เมื่อคุณเป็นผู้ให้ที่มีสัจจะและบารมี วาจาของเราจะมีสิทธิ์มีเสียง คำอธิษฐานจิตเพื่อช่วยผู้อื่นจะมีพลังอัดมหาศาล เทวดาจะยอมรับและเร่งส่งการช่วยเหลือตามที่คุณร้องขอ เพราะคุณมี “ต้นทุนบุญ” ที่มากพอ รหัส “การวางเฉยอย่างอริยะ”เมื่อช่วยเต็มที่แล้วแต่เขาไม่รับหรือทำลายตัวเอง เราจะสามารถกลับมา “นิ่งที่ศูนย์กลางกาย” ได้ทันทีโดยไม่เสียมวลสารความสุข (ไม่ทุกข์ไปกับเขา) เพราะคุณรู้รหัสว่าทุกคนมีกรรมเป็นกำเนิด เมตตาแบบมีบารมีคือ “ความรักที่มาพร้อมกับดาบแห่งปัญญา” คือการแผ่ความสว่างออกไปโดยที่ดวงแก้วของเราไม่มัวหมองและไม่ยอมให้ใครมาทำลายรหัสธรรมในตัว #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • ยินดีในความไม่มีทุกข์ของผู้อื่น

    ภูมิธรรมแรกจะเชื่อมโยงกับทานบารมีแต่ทานบารมีนี้จะไม่แยกกับปัญญาเพราะทานบารมีจะเกิดเมื่อไม่มีการแบ่งแยก ผู้ให้กับผู้รับไม่มีการคาดหวังทำบุญโดยไม่หวังบุญแค่ทำหน้าที่ตามปณิธานที่เป็นเหตุปัจจัยชี้นำ ดังนั้นแค่ภูมิธรรมแรกก็เริ่มปล่อยวางแล้วทั้งตัวบุคคลและธรรมมีความปิติในการหยั่งรู้ความว่างหล่อเลี้ยงใจ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • ไม่สามารถก้าวหน้าในการเจอเทวดาประจำตัว

    หมายความว่า ไม่รู้จักการแบ่งเวลา ไม่รู้จักสร้างสมดุลย์ให้ชีวิต เราใช้ชีวิตอย่างวุ่นวายไปเรื่อยๆ ต้องสุข ต้องทุกข์ไปเรื่อยๆ อาจอยู่ห่างไกลการพัฒนาจิตใจไปเรื่อยๆ จนมีจุดเปลี่ยนของชีวิต เกิดความทุกข์ครั้งใหญ่จนทำให้เขาต้องกลับมาสร้างสมดุลย์ชีวิตอีกครั้ง เป็นผลให้เสียเวลาปฏิบัติทางจิตไปมาก บางคนมาปฏิบัติในช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ดี เนื่องจากสังขารไม่อำนวย นั่งไปปวดไป ทำได้ไม่เท่าไหร่ ก็ลมจับ ล้มพับไปก็มี เป็นการเสียโอกาสเพราะความชราภาพโดยแท้#คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า…

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…