การ “เมตตาแบบมีบารมี”

Image Not Found

ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย
การ “เมตตาแบบมีบารมี
แตกต่างจากเมตตาแบบอ่อนแอ
หรือเมตตาที่ไร้ทิศทาง เพราะมันคือเมตตาที่ประกอบด้วย “รหัสปัญญา” และ
แรงอัดของสัจจะ


🚩🚩🚩#ผลลัพธ์และลักษณะของเมตตาแบบมีบารมี มีดังนี้:
รหัส “ให้เพื่อสร้าง ไม่ใช่ให้เพื่อทำลาย”
เมตตาแบบมีบารมีคือการให้ที่ดูตาม
มวลสารความจริง” หากให้แล้วเขาเอาไปทำผิดสัจจะ หรือให้แล้วเขาเสียนิสัยจนทำลายดวงแก้วตัวเอง เราจะ “นิ่งเสีย” ไม่ให้ เพื่อรักษาทางรอดให้ดวงจิตของเขา นี่คือเมตตาชั้นสูงที่ไม่ได้ตามใจกิเลส


รหัส “มีเกราะป้องกันมวลสารลบ”
คนที่มีเมตตาแบบมีบารมีจะมีพลังงานที่เข้มแข็ง (Strong Aura) เมื่อส่งเมตตาออกไป มวลสารนั้นจะมี “แรงผลัก” ไม่ให้คนพาลหรือคนโกงกล้าเข้ามาเอาเปรียบ เพราะคลื่นความถี่ของเรามันสูงจนคนรหัสต่ำเข้าไม่ถึง


รหัส “เมตตาที่มีอำนาจสั่งการ”
เมื่อคุณเป็นผู้ให้ที่มีสัจจะและบารมี วาจาของเราจะมีสิทธิ์มีเสียง คำอธิษฐานจิตเพื่อช่วยผู้อื่นจะมีพลังอัดมหาศาล เทวดาจะยอมรับและเร่งส่งการช่วยเหลือตามที่คุณร้องขอ เพราะคุณมี “ต้นทุนบุญ” ที่มากพอ


รหัส “การวางเฉยอย่างอริยะ”
เมื่อช่วยเต็มที่แล้วแต่เขาไม่รับหรือทำลายตัวเอง เราจะสามารถกลับมา “นิ่งที่ศูนย์กลางกาย” ได้ทันทีโดยไม่เสียมวลสารความสุข (ไม่ทุกข์ไปกับเขา) เพราะคุณรู้รหัสว่าทุกคนมีกรรมเป็นกำเนิด


เมตตาแบบมีบารมีคือ “ความรักที่มาพร้อมกับดาบแห่งปัญญา” คือการแผ่ความสว่างออกไปโดยที่ดวงแก้วของเราไม่มัวหมอง
และไม่ยอมให้ใครมาทำลายรหัสธรรมในตัว

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • พลังจิต (Gsychergy)

    #พลังจิต (Gsychergy) หมายถึง คลื่นความถี่ของพลังงานความคิด (Pranic Energy) ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าบวก (Proton) ไฟฟ้าลบ (Electron) ที่เกิดจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ที่สมองตอนบน เมื่อบุคคลคิดต่อมนี้ จะสร้างคลื่นความถี่ของความคิดขึ้น คลื่นนี้อาจจะมีมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับ ขบวนการ ทางความคิด (Thinking Process) นั้น คลื่นนี้จะลอยอยู่รอบๆ ตัวผู้คิด เมื่อคิดถึงใคร คลื่นนั้นจะพุ่งตรงไปยัง ต่อมสร้างความคิดของผู้รับนั้น ถ้าผู้รับรับคลื่นความคิดนั้นได้ จะเกิดความคิดเช่นนั้นทันที เรียกว่า เกิดการรับรู้ความคิดของผู้อื่นได้#บุคคลที่มีพลังจิตสูงบุคคลที่มี พลังจิต สูงคือ บุคคลที่มีสมาธิดี เช่น มีสมาธิอยู่ในขั้นกลางที่เรียกว่า อุปจารสมาธิ และสมาธิขั้นสูงที่เรียกว่า อัปปนาสมาธิ#การทำงานของ พลังจิตจิตจะทำงานได้ จิตต้องมีเครื่องมือคือ ร่างกายที่เป็นอยู่ของจิต จิตจึงแสดงผลออกมาให้เห็นได้ ส่วนของมันสมอง มีหน้าที่รับคำสั่ง ของจิตคือ ต่อมใพเนียล (Pinial Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆสีแดงอมเทา รูปกรวย เป็นส่วนประกอบของปลายประสาท ต่อมนี้ อยู่ใน…

  • “การพูดตรงในการฝึกจิต ”

    #ธรรมชั้นครู ๒๔/๔/๖๙ การพูดตรงในการฝึกจิต โดยเฉพาะในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย #ไม่ใช่เรื่องของการดุดันหรือไร้เมตตา แต่เป็นเรื่องของ “การกะเทาะมลทิน” และ “ความรวดเร็วของรหัสพลังงาน” ด้วยเหตุผลดังนี้ รหัส “ผ่ามวลสารหนา” กิเลสและข้ออ้างของดวงจิตมักมีมวลสารที่ซับซ้อนและเหนียวแน่น หากพูดอ้อมค้อม พลังงานของคำพูดจะถูกเลเยอร์ของอีโก้ (Ego) กรองออกไปหมด การพูดตรงคือการส่ง “ลูกศรพลังงาน” พุ่งทะลุเข้าไปกระแทกที่กลางดวงแก้ว เพื่อให้จิตเกิดสภาวะ “ช็อก” และตื่นรู้ (Wake-up call) ทันที รหัส “สัจจะไม่มีสีเทา” ในโลกของจิตวิญญาณ มีแค่ “รหัสสว่าง” กับ “รหัสลบ” ไม่มีพื้นที่ตรงกลาง การพูดตรงคือการรักษาสัจจะในคำสอน เพื่อให้ผู้รับได้รหัสที่ชัดเจนที่สุด ไม่ไปตีความเข้าข้างกิเลสตัวเองจนหลงทาง รหัส “ความเร็วของเวลา” วิบากกรรมไม่เคยรอใคร การพูดอ้อมค้อมคือการเสียเวลาในการส่งเลี้ยงบารมี ครูบาอาจารย์ท่านเห็นถึง “วิบากที่กำลังไล่ล่า” ลูกศิษย์อยู่ ท่านจึงต้องพูดตรงเพื่อให้จิตรีบปรับรหัสตัวเองให้ทันก่อนที่ความเสื่อมจะมาถึง รหัส “เทวดาชอบความชัดเจน”: การพูดตรงคือการประกาศรหัสต่อจักรวาลอย่างเด็ดขาด เมื่อครูพูดตรงและศิษย์รับรหัสตรงด้วยใจที่ยอมรับ เทวดาจะสามารถเข้ามาสงเคราะห์และ “ผ่าทางตัน” ให้ได้ทันที เพราะไม่มีคลื่นความสงสัยมาขวางกั้น การพูดตรงคือ…

  • ส่งมอบบ้านโฮมฮัก ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา

    ท่านพระครูอภิรักษ์ชินวงศ์ วิ. (พระครูไทย) วัดป่าพุทธชินวงศาราม (ม่านพญานาค) และท่านแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ เมตตาจิตมอบปัจจัยในการสร้างบ้านให้แก่ผู้ป่วยพิการ ณ บ้านเลขที่ 347 หมู่ 8 ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา งบประมาณในการก่อสร้าง 200,000 บาท และท่านแม่ครูน้อยมอบอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมมูลค่า 34,877 บาท พร้อมปัจจัยในการดำรงชีพอีก 25,000 บาท เนื่องด้วยในวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ท่านแม่ครูน้อยได้เดินทางกับคณะท่านพระครู ไทยไปเยี่ยมผู้ป่วยพิการในแต่ละบ้านในเขตอำเภอแม่ใจ จ.พะเยา มีบ้านหลังหนึ่งมีผู้ป่วยพิการอยู่ที่บ้าน 4-5 ชีวิต และบางคนนอนอยู่ในเล้าไก่ เป็นบ้านที่ติดน้ำ ทุกๆปีน้ำจะท่วมที่นี่ ท่านครูน้อยเดินไปถึงบ้านหลังนี้ ท่านได้มองรอบรอบด้าน ผู้ใหญ่บ้านได้ถามท่านครูน้อยว่า สามารถช่วยทำห้องน้ำให้กับผู้ป่วยพิการได้ไหม ขอเป็นเพียงห้องน้ำที่เป็นชักโครกนั่งถ่ายสบาย ท่านแม่ครูน้อยได้เดินเข้าไปสำรวจในบ้านแล้วก็บอกว่าท่านจะปรับปรุงบ้านหลังนี้ให้ ในมูลค่า 200,000 บาท จากนั้นท่านเดินไปถามพระครูไทยและก็เรียนแจ้งท่านพระครูว่า แม่ครูขออนุญาตสร้างบ้านหลังนี้ให้กับผู้ป่วยพิการ เพราะบางท่านต้องนอนในเล้าไก่ ท่านพระครูตอบว่า เอาซิ แล้วแต่แม่ครูน้อยเลย…

  • หน้าที่ครูคือความรักและความอดทน

    หน้าที่ครูคือความรักและความอดทนบทเรียนคนเป็นครูและบททดสอบหน้าที่ทางจิตวิญญาณก็มากมาย หลายด้าน#หลายครั้งก็ต้องสอนดวงจิตคนที่แฝงด้วย กิเลสและมารและอีกหลายครั้งที่ได้สอนดวงจิต #ที่เป็นเหล่าเทวดาตัวน้อยครูไม่สามารถคัดเลือกผู้รับการถ่ายทอดได้ว่าจะเป็น ดวงจิตเทพมาเกิด (บุญวิสัยมาเกิด)หรือจะงดสอน ดวงจิต(ที่เป็น อวิสัยมาเกิด) ไม่ว่าจะด้านไหนครูต้องแน่วแน่และอดทดและหาปัญญาจากสิ่งที่ถูกรู้ทุกสิ่งอย่างทั้งดีร้ายก็แค่สลับผัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปแต่หัวใจและจิตวิญญาณความเป็นครูจะมั่นคง#ดิ่งตรงเป้าหมายแห่งสูญญตาเกิดเทวดาตัวน้อยอีกครั้งแล้วที่รุ่น 47

  • การเปิดญาณบารมี

    #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิตบุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิต การเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้น หากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไป หากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผล สิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด#การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทาง คือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง 2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล 3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ#ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม#ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี 1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต 2. สมาธิ…

  • กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปร #กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบแต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้นจิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะโลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง