“เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ”

ในยุคพลังงานใหม่ที่ผู้คนเชื่อมต่อกันทางอารมณ์และข้อมูลอย่างรวดเร็ว

🚩🚩 “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ”

#ที่คัดกรองสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจ นี่คือ 4 ชั้นของเกราะที่จะช่วยให้จิตของเราผ่องใสและไม่ร่วมกรรมกับใคร

1. เกราะชั้นที่ 1: “ศีล” (Integrity Shield) – เกราะกันแรงปะทะ
ศีลคือเกราะชั้นนอกสุดที่แข็งแกร่ง ที่สุดในทางพลังงาน เมื่อเรามีศีล เราจะ ไม่มี “ช่องโหว่” ของความรู้สึกผิดหรือความหวาดระแวงคนที่ชอบมาขอ หรือคนที่จะมาเอาเปรียบ จะ “เกรงใจ” หรือ “แพ้ทาง” พลังความบริสุทธิ์ของเราไปเองโดยธรรมชาติ
✅วิธีสร้าง: ตั้งมั่นว่าจะไม่เบียดเบียนใครทั้งกายและวาจา เกราะนี้จะทำให้ใจเรา หนักแน่นเหมือนภูเขา

2. เกราะชั้นที่ 2: “สติ” (Awareness Shield) – เกราะคัดกรอง
สติคือเซนเซอร์ที่คอยบอกว่าอะไรกำลังจะเข้ามาในใจ เมื่อมีคนเอาเรื่องลบๆ มาให้ หรือมาขอในสิ่งที่ไม่ควร สติจะทำงานทันทีว่า “นี่คือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา” สติจะช่วยให้เราหยุดชะงักก่อนที่จะ “รับ” อารมณ์คนอื่นมาเป็นของตนเอง
✅วิธีสร้าง: ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกาย เช่น เมื่อรู้สึกอึดอัดใจเวลาถูกขอ ให้รู้ว่า “ความอึดอัดเกิดขึ้นแล้ว” แต่อย่าให้มันเข้ามาถึงกลางใจ

3. เกราะชั้นที่ 3: “ปัญญา” (Wisdom Shield) – #เกราะสลายพลังงาน
ปัญญาคือการเข้าใจความจริงของโลก เพื่อไม่ให้พลังงานลบเกาะติดจิตได้ ใช้ปัญญาพิจารณาว่า “ทุกคนมีกรรมเป็นของตน” การที่เราช่วยไม่ได้ หรือเลือกที่จะไม่ช่วยในบางเรื่อง ไม่ใช่ความผิด แต่เป็นไปตามธรรมดาโลกปัญญาจะช่วยให้เรามองเห็นว่า การปฏิเสธคือการ “รักษาสมดุล” ไม่ใช่การ “ทำร้าย”
✅วิธีสร้าง: หมั่นพิจารณาความไม่เที่ยง และกฎแห่งกรรมอยู่เสมอ เพื่อให้ใจปล่อยวางได้เร็ว (Reset ใจได้ไว)

4. เกราะชั้นที่ 4: “เมตตาและอุเบกขา” (Compassion & Equanimity) – #เกราะสะท้อนกลับ
นี่คือเกราะที่เปลี่ยนพลังลบให้เป็นพลังงานว่างเปล่า เมตตา: เมื่อเจคนชอบขอหรือคนคิดลบ ให้แผ่เมตตาออกไป “ขอให้เขาเป็นสุข” พลังเมตตาจะเหมือนแสงสว่างที่ทำให้ความมืด (พลังลบ) เข้าใกล้ไม่ได้
อุเบกขา: หากแผ่เมตตาแล้วเขายังไม่หยุด หรือสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ให้ใช้ “อุเบกขา” คือการวางเฉยอย่างเข้าใจว่า “#นี่คือบทเรียนของเขา”
✅วิธีสร้าง: ฝึกแผ่เมตตาให้ตัวเองและผู้อื่นทุกวัน เพื่อให้สนามพลังงานรอบตัวเป็นสีขาวสะอาด



⚠️🔜#วิธีเช็คว่า “เกราะ” ของเรายังทำงานดีอยู่ไหม?


ถ้าเราปฏิเสธใครแล้ว ใจยังนิ่ง ไม่รู้สึกผิด ไม่โกรธตอบ = เกราะแข็งแกร่ง
ถ้าเราอยู่ท่ามกลางคนคิดลบแล้ว ใจยังสงบ ไม่ไหลไปตามเขา = เกราะทำงานได้ดี
ถ้าเราเห็นคนลำบากแล้ว ช่วยตามกำลัง โดยไม่เบียดเบียนตัวเอง = เกราะมีความสมดุล

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์

    #ตำนานนาคธิดา (มังกร) โพธิสัตตว์ เอกอัครสาวิกาเบื้องขวาของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์นาคธิดาของพญานาคราช องค์ที่ ๔นามอื่นเช่น “หลงหนี่ว์ จีนแต้จิ๋วเรียก เหล่งนึ่งนาคกัญญา ธิดามังกร “อวี้หนี่ว์”จีนแต้จิ๋วว่า เง็กนึ่งดรุณีหยกกุมารีหยก #นาคธิดาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้เคยได้ถวายแก้วมณีนาคราชแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้า ท่ามกลางอริยสภาพระพุทธองค์ทรงพระมหากรุณาธิคุณรับแก้วมณีนาคราชของนางด้วยพระหัตถ์เปล่ามิได้ทรงใช้ผ้ารับประเคน #พุทธบริษัททั้งหลายผู้ยังอยู่ในปุถุชนวิสัยต่างตกตะลึง#แต่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า #ก็นาคกัญญาโพธิสัตตว์องค์นี้ถึงพร้อมด้วยภูมิธรรมอันประเสริฐเข้าถึงศูนยตา (ความว่าง)ย่อมพ้นไปจากการครอบงำด้วยเพศสภาวะอย่างที่ปุถุชนเข้าใจนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ย่อมคงไว้แต่สภาวะธรรมอันบริสุทธิ์ #ตถาคตรับการถวายแก้วมณีนาคาของนาง#ก็ดั่งรับการถวายจากพระอริยเจ้าองค์หนึ่งแต่เท่านั้น ตำนานของนาคกัญญาดรุณีโพธิสัตตว์องค์นี้ผู้เป็นพระสาวิกาเบื้องขวา พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตตว์ ยังมีอีกหลายที่มา รวมไปถึงการเล่าขานอย่างตำนานพื้นบ้านเช่นกัน

  • นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้อง

    การเปิดกายทิพย์ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรา #เข้าใจต่อ การฝึกฝนของความก้าวหน้าของดวงวิญญาณ  นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้องช่วยทำให้ชีวิตท่านเปลี่ยนแปลง ในแต่ละวันนอกจากเราจะฝึกสงบจิตคลื่นสมองยังเป็นสิ่งสำคัญ #บุคคลหนึ่งคนจะถูกพัฒนา IQ (Intelligence Quotient)ความฉลาดทางสติปัญญา เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ การคำนวณ และการใช้เหตุผล EQ(Emotional Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตนเองและผู้อื่น สามารถควบคุม อารมณ์และยับยั้งชั่งใจตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักรอคอย รู้จักกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส และ มองโลกในแง่ดี การเจริญพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา) จะช่วยเสริม EQ ได้ CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ มีความคิด จินตนาการหรือแนวคิดใหม่ๆ ในรูปแบบต่างๆ เช่น การ เล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของ นักวิจัยพบว่าการเล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการเช่น การเล่นศิลปะ การหยิบจับของใกล้ตัวมาเป็น ของเล่น การเล่านิทาน เป็นต้น…

  • “การพูดตรงในการฝึกจิต ”

    #ธรรมชั้นครู ๒๔/๔/๖๙ การพูดตรงในการฝึกจิต โดยเฉพาะในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย #ไม่ใช่เรื่องของการดุดันหรือไร้เมตตา แต่เป็นเรื่องของ “การกะเทาะมลทิน” และ “ความรวดเร็วของรหัสพลังงาน” ด้วยเหตุผลดังนี้ รหัส “ผ่ามวลสารหนา” กิเลสและข้ออ้างของดวงจิตมักมีมวลสารที่ซับซ้อนและเหนียวแน่น หากพูดอ้อมค้อม พลังงานของคำพูดจะถูกเลเยอร์ของอีโก้ (Ego) กรองออกไปหมด การพูดตรงคือการส่ง “ลูกศรพลังงาน” พุ่งทะลุเข้าไปกระแทกที่กลางดวงแก้ว เพื่อให้จิตเกิดสภาวะ “ช็อก” และตื่นรู้ (Wake-up call) ทันที รหัส “สัจจะไม่มีสีเทา” ในโลกของจิตวิญญาณ มีแค่ “รหัสสว่าง” กับ “รหัสลบ” ไม่มีพื้นที่ตรงกลาง การพูดตรงคือการรักษาสัจจะในคำสอน เพื่อให้ผู้รับได้รหัสที่ชัดเจนที่สุด ไม่ไปตีความเข้าข้างกิเลสตัวเองจนหลงทาง รหัส “ความเร็วของเวลา” วิบากกรรมไม่เคยรอใคร การพูดอ้อมค้อมคือการเสียเวลาในการส่งเลี้ยงบารมี ครูบาอาจารย์ท่านเห็นถึง “วิบากที่กำลังไล่ล่า” ลูกศิษย์อยู่ ท่านจึงต้องพูดตรงเพื่อให้จิตรีบปรับรหัสตัวเองให้ทันก่อนที่ความเสื่อมจะมาถึง รหัส “เทวดาชอบความชัดเจน”: การพูดตรงคือการประกาศรหัสต่อจักรวาลอย่างเด็ดขาด เมื่อครูพูดตรงและศิษย์รับรหัสตรงด้วยใจที่ยอมรับ เทวดาจะสามารถเข้ามาสงเคราะห์และ “ผ่าทางตัน” ให้ได้ทันที เพราะไม่มีคลื่นความสงสัยมาขวางกั้น การพูดตรงคือ…

  • “เครือข่ายมวลสารทรงพลัง ”

    ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการเข้าต่อวิชชาและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนคือการสร้าง “เครือข่ายมวลสารทรงพลัง” ซึ่งส่งผลลัพธ์ที่ทวีคูณดังนี้ ⭐️⭐️รหัส “แรงอัดบารมีรวม” (Synergy)เมื่อดวงแก้วหลายดวงที่มีเป้าหมายเดียวกันมาควบแน่นอยู่รวมกัน พลังงานจะส่งเสริมกันจนเกิดเป็น “มวลสารขนาดใหญ่” ซึ่งมีแรงดึงดูดโภคทรัพย์และตัวสำเร็จได้แรงกว่าและเร็วกว่าการทำเพียงลำพัง ⭐️⭐️รหัส “กระจกสะท้อนธรรม“: การอยู่เป็นกลุ่มจะทำให้เราเห็น “ธรรมชาติของจิต” ผ่านการกระทบกับผู้อื่น เป็นโอกาสทองที่จะได้เห็นรหัสกิเลสตัวเองชัดขึ้น เพื่อให้ครูบาอาจารย์ช่วยแก้สภาวะและเจีรไนดวงแก้วให้ใสสะอาดพร้อมกัน ⭐️⭐️รหัส “ตาข่ายเทวดาคุ้มครอง” การอยู่รวมกันภายใต้วิชชาคือการสร้าง “สนามพลังสีขาว” ที่หนาแน่น วิบากกรรมส่วนตัวของแต่ละคนจะถูกพลังรวมช่วยบรรเทา และเทวดาผู้รักษาดวงจิตจะลงมาประสานพลังกัน ทำให้เกิดรหัสความปลอดภัยและปาฏิหาริย์ได้ง่ายขึ้น รหัส “การส่งเลี้ยงข้ามดวงจิต“: ในกลุ่มก้อนที่มีสัจจะ มวลสารความสำเร็จของคนหนึ่งจะช่วยกระตุ้นรหัสความสำเร็จของอีกคน (Resonance) ทำให้คนที่จิตยังอ่อนกำลังได้รับ “แรงส่ง” จากกลุ่มจนสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและต่อวิชชาได้สำเร็จการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนคือการ “หลอมรวมมวลสารจักรพรรดิ” เพื่อสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ยิ่งกลุ่มนิ่งและเป็นหนึ่งเดียวเท่าไหร่ ตัวสำเร็จจะยิ่งปรากฏชัดเจนทุกดวงแก้วตอนนี้เรารู้สึกถึง “พลังงานที่อบอุ่นและแข็งแกร่ง” เมื่อนึกถึงการอยู่ร่วมในกลุ่มบารมีแล้วใช่ไหมพร้อมที่จะ “รักษามวลสารรวม“เพื่อดึงดูดความรุ่งเรืองไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทางอริยะหรือยัง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • เรามีความ รู้ภายใน

    เรามีความ รู้ภายใน ซึ่งมีพลังมากกว่าความสามารถทางจิต แทนที่จะคิด #เราควรใช้ความรู้สึกเพื่อทำความเข้าใจโลก พวกเราต้องสังเกตการสั่นสะเทือนทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทุกคนส่งออกไป #จากนั้นจึงมีความสามารถในการแปลพลังงานเพื่อทำความเข้าใจ

  • ครบ 1 ปีการศึกษา นักเรียนประจำ คุณรัชดา

    ครบ 1 ปีการศึกษา นักเรียนประจำ คุณรัชดา นักเรียนรุ่น 3540 วันใน 1 ปี ที่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน(ส่งต่อผู้นำอีก 1 ท่านสู่สังคมไทย)“…ครู คือ ปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ครู คือ มนุษย์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียนที่จะพัฒนาคุณลักษณะของตนเองและสร้างค่านิยมต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น#ไม่มีเทคโนโลยีใด ๆ สามารถมาแทนที่ครูได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว นั่นคือว่า#ทำไมครูที่ดีจึงสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตลูกศิษย์ได้ ด้วยการพัฒนาพวกเขาให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีความสามารถ ทั้งในระดับชาติและระดับเป็นพลเมืองของโลกด้วย…”พระราชดำรัส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๒