คนที่มีความสุข

?️?#คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย?️? พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ?️? ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่า ไปติดสังคมในวัด ไปหาเพื่อนคุยในวัด ซึ่งกลายเป็นกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง?️? ปฏิบัติผิดวิธี หมายความว่า เป็นกลุ่มที่โชคร้าย เพราะคิดดี และต้องการทำดี แต่ไปเจออาจารย์ไม่ดี เจออรหันต์ปลอม เจอสิบแปดมงกุฏ จึงทำให้การปฏิบัติผิดทิศผิดทางไปหมด คล้ายๆกับองคุลีมาลที่ถูกอาจารย์หลอก ในข้อนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการคบหากัลยาณมิตร หาความรู้ที่ถูกต้อง ต้องหัดใช้หลักกาลามสูตร เช่นนี้ก็จะแก้ไขได้?️? คนจมทุกข์ หมายความว่า เป็นคนที่ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง วันๆ เอาแต่ทุกข์ซ้ำไปซ้ำมา เหมือนพายเรือวนอยู่ในอ่าง จนเป็นคนเสพติดความเศร้า ความเหงาโดยไม่รู้ตัว นานวันเข้าก็เริ่มเป็นความเคยชินของชีวิต คนเหล่านี้จะชอบฟังธรรมะที่ปลอบประโลม ชอบให้คนอื่นปลอบ แต่ไม่ชอบช่วยตนเอง นิยมการใช้ธรรมะชั้นต้นเพื่อบำบัดทุกข์ แต่ในขั้นตอนของการปฏิบัติภาวนาจะไม่ชอบ ไม่มีกำลังใจพอที่จะเปลี่ยนตนเองได้เลย?️? ถ้าไม่หายสงสัยจะไม่ทำ หมายความว่า เป็นคนที่ต้องเห็นถึงจะยอมทำ ต้องรู้ให้ได้ว่านรกมีจริง สวรรค์มีจริง ชาตินี้ชาติหน้ามีจริง ถ้าไม่เห็นด้วยตาตนเองจะไม่ยอมทำอะไรเลย ซึ่งถ้าคิดเช่นนี้ก็คงไม่ได้ทำอะไรจริงๆ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พิสูจน์ไม่ได้ #พิสูจน์ได้แน่นอนแต่ต้องใช้เวลา ต้องพัฒนาจิตไปได้ระดับหนึ่งจึงสามารถรู้เห็นสิ่งเหล่านี้ได้ เป็นไปไม่ได้ที่จะขอเห็นก่อนโดยไม่ลงมือปฏิบัติ มัวแต่โต้แย้งในสิ่งที่ตนเองสงสัย ทำให้สูญเสียเวลาชีวิตไปเปล่าๆ

Similar Posts

  • หนึ่งชีวิตของการเกิดมาที่สุดคือการได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

    หนึ่งชีวิตของการเกิดมาที่สุดคือการได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบแบบทุกๆมิติ#ทั้งโลกภายนอกและโลกภายในการฝึกสติ 10 ขั้น และปัญญาเป็นสิ่งที่สูงที่สุดของการบรรลุหลุดพ้นของดวงวิญญาณปัญญาตอบคู่ขนานทุกสิ่งให้เป็นหนึ่ง จงพูดคำว่าโชคดีที่สุด

  • พระโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่ในใจ

    #พระโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่ในใจไม่ค่อยยอมค้นหา แค่พอเดือดร้อนก็ค่อยเรียกพระโพธิสัตว์ภายนอกมาขัดตาทัพไปวันๆใจพระโพธิสัตว์ในตัวที่ประกอบด้วย ปัญญา กรุณา ปณิธานและความงดงามแห่งการใช้ชีวิตไม่รู้หายไปตั้งแต่เมื่อไร#ไม่เคยเห็นจะมีใครตามหา #จะต้องเรียนวิชาพระโพธิสัตว์พื้นฐานซ้ำๆไปถึงเมื่อไร ไม่อยากขยับวิริยะฐานะกันบ้างเหรอเพียรกันแทบตาย ผ่านพบชาติมากันไม่จบไม่สิ้น #สุดท้ายก็พบแต่ความล้มเหลว หันมาใส่ใจพระโพธิสัตว์ในตัวกันบ้างนะเมื่อใส่ใจ ” ใจพระโพธิสัตว์ ” ในตัว ทุกๆที่ที่ได้ยืนอยู่ ก็ประดุจพุทธเกษตรนั่นเอง

  • เรารู้สึกถูกกักขังกับร่างกาย

    เรารู้สึกถูกกักขังกับร่างกาย ทารกและความคิดของเรา แม่ครูสอนลูกศิษย์#วิธีการถอดสติออกจากร่างกายทั้งสามและกลายเป็น หนึ่งเข้าสู่จิตวิญญาณ โดยการฝึกสมาธิโยคะของ แม่ครูน้อยสูงที่สุด ร่างกายธาตุลดการสั่นสะเทือนของอะตอมและกลายเป็น ปราณหรือพลังชีวิต โดยการทําสมาธิลึกขึ้น#จากนั้นด้วยปัญญา จิตสํานึกในความคิดจะกลายเป็นขยายตัวเข้าไปในสติคอสมิก ที่ไม่สามารถพบได้ในหนังสือ และสามารถเปิดเผยได้เฉพาะผู้ที่ชํานาญการปราณเท่านั้น ” ดังนั้น ผู้แสวงบุญที่รักบนเส้นทาง อ่านและแยกแยะคําเหล่านี้จากนั้นฝึกโยคะและแสดงออกในชีวิตของคุณ……..

  • “ล้างสัญญาเก่า” บันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู

    #ธรรมชั้นครู๑๘/๑/๖๙ การบันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู คือการ “ล้างสัญญาเก่า” ที่เคยผิดพลาด และ “สถาปนาสัจจะใหม่” เพื่อให้กระแสบารมีไหลผ่านท่อพลังงานได้อีกครั้ง ให้เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว วางหน้าพานอธิษฐาน (หรือหิ้งพระ)นั่งหลังตรง ยิ้มที่มุมปากเพื่อให้จิต เบา สบาย แล้วกล่าวตามดังนี้#บทบันทึกจิตใหม่เชื่อมต่อสายใยครู (มิติที่ 5) (ตั้งนะโม 3 จบ) “ข้าพเจ้า (บอกชื่อ-นามสกุล) ขอน้อมนิ่งดวงจิตสู่สภาวะที่ว่างและบริสุทธิ์ ขอนอบน้อมต่อบารมีรวมของครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ในสายธรรม และเทวดาประจำตัวของข้าพเจ้า หนึ่ง… ข้าพเจ้าขอยอมรับผิดอย่างไม่มีเงื่อนไข หากที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยมี จิตปรามาส เคย นินทา เพ่งโทษ หรือมีใจที่ดื้อรั้น ไม่รู้จักครู ไม่เห็นความเมตตาในคำดุสอน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมขอขมาและขอให้เทวดาช่วยถอนสัญญากรรมลบๆ เหล่านี้ทิ้งไปจากดวงจิตของข้าพเจ้า ณ บัดนี้ สอง… ข้าพเจ้าขอเชื่อมต่อสายใยบารมีใหม่ด้วย ‘สัจจะบารมี’ ข้าพเจ้าจะตั้งมั่นในวาจาสิทธิ์ พูดคำไหนทำคำนั้น และจะใช้สัจจะนี้เป็นเครื่องมือในการขัดเกลาตนเอง เพื่อให้ภาชนะใจของข้าพเจ้าใสสะอาดพอที่จะรองรับเมตตาธรรมจากครู สาม… ข้าพเจ้าขอนำความ ‘กตัญญู’ มาเป็นท่อส่งพลังงาน ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ช่วยส่องทางสว่างและอุดรอยรั่วทางบุญให้ข้าพเจ้า ขอให้กระแสบารมีจากครูไหลผ่านดวงจิตของข้าพเจ้า เพื่อไปสร้างคุณงามความดีและดึงดูดทรัพย์ใหญ่ในยุคศิวิไลซ์…

  • ฟังบ้าง โทษของปัญญา

    ฟังบ้าง#โทษของปัญญา บางครั้งนักเรียนก็พูดกับข้าพเจ้าว่า“#ทำไมคนเช่นนี้และคนเช่นนั้นจึงฝึกฝนความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณดีขึ้นกว่ากระผมล่ะ ทําไมล่ะ?ทำไมเขาจึงทำได้? ” ข้าพเจ้าตอบว่า: ” #เขารู้วิธีรับฟัง ”ทุกคนจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ด้วยการฟังด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้งกับคําปรึกษาง่าย ๆ ที่ได้รับในจรรยาบรรณของทุกศาสนา มันเป็นแกนกลางของความอัปยศความสงสัย ในหัวใจของผู้ฝึกฝน ส่วนใหญ่การฟังของพวกเขาอย่างระมัดระวังเพื่อยุติภูมิปัญญาอัปยศ ที่อวิชชาของยุค #ปัญญาสามารถเกิดขึ้นได้สองทางถ้าฝึกฝนและเข้าใจอย่างชำนาญ การไม่ฟังสิ่งใดทำให้ผลของการศึกษาไม่บรรลุ