จิตปรามาส

#ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩
๑๗/๑/๖๙

#จิตปรามาส”

คือยาพิษทางพลังงานที่ร้ายแรงที่สุดเพราะเป็นการทำลาย “สายใยบารมี”
#ระหว่างดวงจิตของเรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และครูบาอาจารย์โดยตรง
⚠️#มีลักษณะและผลกระทบที่ควรระวังดังนี้

1. ลักษณะของจิตปรามาส
การดูแคลนในใจ: แม้ปากจะไม่พูด แต่ในใจมีความรู้สึกสงสัย ไม่ศรัทธา หรือมองว่าครูบาอาจารย์/สิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ก็งั้นๆ” หรือ “ทำไมไม่ช่วยเรา” #การนำธรรมะมาเปรียบเทียบใช้ปัญญาทางโลกไปตัดสินปัญญาทางธรรม หรือตำหนิแนวทางการสอนของครูบาอาจารย์ว่าไม่ถูกใจตน การล่วงเกินด้วยวาจาและกิริยา การนินทาว่าร้ายครูบาอาจารย์ หรือการแสดงกิริยาไม่เคารพต่อหน้า และลับหลัง ซึ่งถือเป็นการสร้าง “ขยะทิพย์” ที่หนาแน่นมาก

2. ผลกระทบที่รุนแรงในปี (ยุคคัดพลังงาน)
สภาวะ “ท่อพลังงานขาด” จิตปรามาสเปรียบเสมือนมีดที่ตัดสายใยบารมี ทำให้เราไม่สามารถรับกระแสเมตตาหรือการหนุนนำจากเทวดาได้อีก ส่งผลให้ชีวิตเข้าสู่ช่วง “ดวงตก” อย่างรวดเร็ว
สภาวะ “ญาณบอด” สนิท #เราจะเริ่มถอนตัวและตัดขาดจากครูบาอาจารย์ ด้วยเสียงในหัวและวิธีการของอัตตาหลายอย่างหรือมีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก เมื่อไม่ได้รับความชื่นชมยินดี ทำความดีเพราะหวังผล พอไม่ได้ผลก็เลิกทำดี
เราจะเริ่มตัดสินใจผิดพลาด มองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว และมักจะถูกมารจูงจิตไปสู่ทางเสื่อม เพราะไม่มีเกราะป้องกันจากครูบาอาจารย์
เงินหนี/บารมีรั่ว
⚠️พลังงานของการปรามาสคือ “ความร้อน” ที่เผาผลาญบุญเก่าให้หมดไป ทำมาหากินจะติดขัด เงินทองที่ควรจะได้จะหลุดลอยไปหาผู้อื่นแทน

3. วิธีแก้ไขและขอขมา (ก่อนที่สายใยจะขาดสะบั้น)
หากรู้ตัวว่าเคยมีจิตปรามาส ต้องรีบสะสางพลังงานทันทีในปี 2026 นี้
ยอมรับอย่างไม่มีเงื่อนไข: อย่าหาข้ออ้างให้ตนเอง ให้ยอมรับต่อหน้า พานอธิษฐานจิต ว่าข้าพเจ้ามีจิตที่ต่ำต้อยและได้ล่วงเกินครูบาอาจารย์/สิ่งศักดิ์สิทธิ์
ทำพิธีขอขมา (ถอนสัญญากรรม) เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว และดอกไม้สีขาว อธิษฐานว่า “ข้าพเจ้าขอขมาต่อสิ่งที่ได้ล่วงเกินด้วยกาย วาจา ใจ ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ขอโปรดอโหสิกรรมและเชื่อมต่อสายใย บารมีให้ข้าพเจ้าอีกครั้ง”
ตั้งสัจจะ “ปิดวาจาลบ”: ตั้งสัจจะว่าจะไม่นินทา ไม่วิพากษ์วิจารณ์ และไม่เพ่งโทษใครเป็นเวลา 7-15 วัน เพื่อล้างพลังงานปรามาสออกจากจิต
ฝึกความกตัญญูย้อนกลับ นึกถึงคุณงามความดีที่ครูบาอาจารย์หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เคยช่วยเรามา เพื่อใช้พลังความรักความกตัญญูมาสมานรอยร้าวทางพลังงาน

4. การประคองจิตให้ “เบา สบาย”
เมื่อขอขมาแล้ว ให้รักษาใจให้กลับมา เบา สบาย อย่าจมอยู่กับความผิด เพราะความเศร้าโศกจะกลายเป็น “พลังงานยัน” อีกรูปแบบหนึ่ง ให้เริ่มต้นใหม่ด้วย สัจจะและความกตัญญู อย่างสูงสุด และกลับเข้าสู่สายธรรมของตัวเอง

🚩🚩🚩 จิตปรามาสคือ “รอยรั่วทางบุญ”

ที่ลึกที่สุด หากเราอุดรอยนี้ได้ ชีวิตจะพลิกกลับมาสว่างไสวและได้รับการหนุนนำจากเทวดาชั้นสูงอีกครั้ง

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • การ “อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

    #ถึงประตูธรรม ๒๘/๑/๖๙ การ “#อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน” ในยุคนี้เราไม่ได้หนีไปไหน แต่เราเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกิเลสใหม่ จากการเป็น “ทาส” มาเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ดังนี้ 1. เปลี่ยนจาก “เราเป็น” เป็น “เราเห็น” หัวใจสำคัญคือการไม่เอาตัวตนไปกระโดดตะครุบกิเลส เมื่อความอยากเกิดขึ้น: แทนที่จะคิดว่า “ฉันอยากได้” (อันนี้เป็นทุกข์แล้ว) ให้เปลี่ยนเป็น “อ้อ…ความอยากมันปรากฏขึ้นในใจ” เมื่อความหงุดหงิดเกิดขึ้น: ให้มองเหมือนเห็นฝนตกข้างนอกหน้าต่าง “อ้อ…ความหงุดหงิดกำลังโชยมา” ผลลัพธ์: เมื่อคุณเป็น “ผู้ดู” กิเลสจะกลายเป็นแค่ “ปรากฏการณ์พลังงาน” อย่างหนึ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป มันจะไม่มีอำนาจทำให้ใจเราร้อนรน 2. รู้จัก “ธรรมชาติของกิเลส” (มันคือของชั่วคราว) #กิเลสทุกชนิดมีจุดอ่อนอย่างเดียวกันคือ “มันอยู่ไม่ได้นาน” หากเราไม่ไปให้อาหารมัน กิเลสเหมือนแขกที่มาเคาะประตูบ้าน ถ้าเราไม่เปิดประตูรับ (ไม่คิดต่อ ไม่สานฝัน) และไม่ไล่ตะเพิด (ไม่หงุดหงิดที่มันมา) แขกคนนี้จะยืนรอสักพักแล้วก็เดินจากไปเอง การอยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์: คือการเห็นมันเดินผ่านหน้าบ้านไป โดยที่เรายังนั่งจิบกาแฟ (รักษาความผ่องใส) อยู่ในบ้านอย่างสงบ 3….

  • เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ

    #เหตุที่พระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิ ทำไมพระพุทธองค์จึงทรงบำเพ็ญเพียรภาวนาต่อไปทั้งๆ ที่พระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ตอนนี้พบว่าคำตอบนั้นธรรมดาพอที่จะเห็น#ความสุขนั้นไม่เที่ยงเหมือนสิ่งอื่นใดเพื่อให้ความสุขได้รับการขยายและต่ออายุ คุณต้องเรียนรู้วิธีเลี้ยงความสุขของคุณ ไม่มีอะไรสามารถดำรงอยู่ได้โดยปราศจากอาหาร รวมทั้งความสุข #ความสุขของคุณสามารถตายได้ หากคุณไม่รู้จักวิธีบำรุงเลี้ยงมัน หากคุณตัดดอกไม้แต่ไม่ใส่น้ำ ดอกไม้จะเหี่ยวภายในสองสามชั่วโมง #แม้ว่าความสุขจะแสดงออกมาแล้วแต่เราก็ต้องหล่อเลี้ยงมันต่อไป บางครั้งสิ่งนี้เรียกว่าการปรับสภาพ และมันสำคัญมาก เราสามารถกำหนดร่างกายและจิตใจของเราให้มีความสุขได้ด้วยการปฏิบัติ 5 ประการ คือการปล่อยวาง การเชื้อเชิญเมล็ดบวก สติ สมาธิ และญาณทิพย์ 1. #ปล่อยวางวิธีแรกในการสร้างความสุขและความสุขคือการละทิ้ง มีความสุขที่เกิดจากการปล่อยวาง พวกเราหลายคนผูกพันกับหลายสิ่งหลายอย่าง เราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการอยู่รอด ความมั่นคง และความสุขของเรา แต่หลายสิ่งหลายอย่าง—หรือพูดให้ตรงกว่าคือ ความเชื่อของเราเกี่ยวกับความจำเป็นอย่างยิ่ง—เป็นอุปสรรคต่อความยินดีและความสุขของเราจริงๆ 2. #เชิญเมล็ดพันธุ์เชิงบวกเราแต่ละคนมี “เมล็ดพืช” หลายชนิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตสำนึกของเรา สิ่งที่เรารดน้ำนั้นเป็นสิ่งที่งอกขึ้นมาในการรับรู้ของเราและแสดงออกสู่ภายนอก 3. #ความสุขที่เกิดจากสติสติไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสัมผัสกับความทุกข์เท่านั้นเพื่อให้เราสามารถโอบรับและเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่ยังได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของชีวิตรวมถึงร่างกายของเราเองด้วย หายใจเข้าก็เป็นสุข หายใจออกก็เป็นสุขได้เช่นกัน คุณมาเพลิดเพลินไปกับการหายใจของคุณอย่างแท้จริง 4. #ความเข้มข้นสมาธิเกิดจากการมีสติสัมปชัญญะ สมาธิมีพลังทะลุทะลวง เผาผลาญความทุกข์ยากที่ทำให้คุณทนทุกข์ และปล่อยให้ปีติและความสุขเข้ามาการอยู่กับปัจจุบันขณะนั้นต้องใช้สมาธิ ความกังวลและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตมีอยู่เสมอพร้อมที่จะพาเราไป เราสามารถเห็นพวกเขา รับทราบ และใช้สมาธิของเราเพื่อกลับไปสู่ปัจจุบันขณะ 5. Insight ด้วยสติ เรารับรู้ถึงความตึงเครียดในร่างกายดูความคิด จิตใจ และการเคลื่อนไหวดูอะไรบวก อะไรลบ ที่เกิดขึ้นกับคุณ เจาะเข้าไปถึงแกนกลางของดวงวิญญาณพบเจอเทวดาประจำตัวของคุณเข้าไปสู่ในกระบวนการของญาณทิพย์ตรวจสอบระบบคงค้างที่คุณยังไม่มีโอกาสได้เข้าถึงกระบวนการลำดับที่ห้านี้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการเปลี่ยนแปลงพลวัต

  • ราคาแห่งการตื่น

    “#ราคาแห่งการตื่น“ของดวงวิญญาณที่รู้ตัวเพื่อจะพัฒนาไปสู่ #จิตวิญญาณ * คุณจะรู้สึกเจ็บปวด* คุณจะสงสัยตัวเองเป็นพันครั้ง* พวกเขาจะบอกคุณว่าคุณกำลังจะบ้า* คุณจะสูญเสียเพื่อน*บางครั้งครอบครัวของคุณก็ไม่เข้าใจคุณ* ผู้คนจะเกลียดคุณโดยไม่มีเหตุผล* คุณจะพัฒนานิสัยแปลก ๆ* คุณจะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดของคุณ(กลัวอัตตา) และความไม่รู้* คุณจะไม่สนใจว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับคุณ* คุณจะรู้สึกไม่เหมาะกับโลกนี้* คุณจะเลือก* และคุณจะค่อยๆถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง #แต่ทุกอย่างจะคุ้มค่า…ไม่มีใครส่องสว่างตัวเองด้วยการจินตนาการถึงร่างของแสง แต่ด้วยการตระหนักถึงความมืดรอบตัวเราและที่สถิตอยู่ในตัวเรา” #การปลุกจิตวิญญาณที่แท้จริงไม่ใช่การกอดรัด แต่เป็นถังน้ำเย็น สิ่งที่จะให้บริการคุณที่ลูบไล้อัตตาของคุณด้วยเสียงกระซิบจินตนาการหรือความโหยหา เมื่อคุณต้องการเพียงแค่การเขย่าแรงๆ #เพื่อให้คุณได้สมมติอย่างแท้จริงว่าชีวิตคืออะไร การตื่นขึ้นทางวิญญาณที่แท้จริงคือกระบวนการแห่งการทำลายล้าง เป็นการพังทลายสิ่งลวงตาของทุกสิ่งที่คุณไม่ใช่ 

  • วันนี้ครูเดินทาง#มายังกองอำนวยการร่วม#กิ่งกาชาดอำเภอแม่สอด#หมู่บ้านมหาวัน

    วันนี้ครูเดินทาง#มายังกองอำนวยการร่วม#กิ่งกาชาดอำเภอแม่สอด#หมู่บ้านมหาวัน เพื่อนำ ม่าม่าหม้อไฟจำนวน 550 ชิ้นน้ำดื่ม 550 ขวด และขนมมาส่งมอบให้กับผู้ลี้ภัย (รอบที่1) เจ้าหน้าที่ศูนย์ได้แจ้งว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงและยังไม่ปลอดภัยจึงไม่อนุญาตให้เข้าไปและงดการบันทึกภาพ เจ้าหน้าที่ทหารจะนำสิ่งของดังกล่าวไปส่งมอบให้กับผู้ลี้ภัยครูและทีมงานขอขอบคุณผู้ อนุเคราะห์ทุกท่านที่ร่วมปั่นแบ่งในกิจกรรมในครั้งนี้ ขณะนี้มาม่าหม้อไฟรอบที่ 2 จำนวนเพิ่มอีก 500 ชิ้นอยู่ในระหว่างการผลิตครูจะนำส่งทันทีเมื่อแล้วเสร็จน้ำดื่มประตูธรรม๕หนเหนือรอแล้วเสร็จเช่นกันภายใน 7-14 วันครูจะอัพเดททันทีที่เสร็จสิ้น สำหรับรายนามผู้ร่วมสร้างครูจะถ่ายทอดสดแจ้งรายละเอียดในลำดับถัดไปค่ะครูขอขอบคุณทุกท่านที่กรุณาในครั้งนี้ครูจะอัพเดทชุดวีดีโอให้รับชมนะค่ะ

  • ท่านแม่ครูน้อยเมตตาจิตวางศิลาฤกษ์ “ศาลาธรรมวิชัย (แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว)”

    ท่านแม่ครูน้อย ประตูธรรม๕หนเหนือ เมตตาจิต และคณะ นักศึกษาบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณตั้งจิตอันเป็นกุศล วางศิลาฤกษ์ ศาลาธรรมวิชัย ณ. สำนักสงฆ์ห้วยไร่สามัคคีธรรม ต.สบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ โอกาสนี้นายอำเภอภูซาง ท่าน สมชาย วงศ์จริยะเกษม และภริยา กรุณาร่วมเป็นประธาน ในพิธีดังกล่าวโดยมีท่านผู้ใหญ่บ้าน พ่อหลวงกัปตัน และคณะศรัทธา บ้านปง ร่วมพิธีอย่างหนาแน่น ตลอดบรรยากาศในพิธีกรรมอากาศครึ้ม ลมพัดสบายเหมือนมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาคอยแผ่พลังงานอยู่ตลอดเวลาเมื่อพิธีวางศิลาฤกษ์แล้วเสร็จ สายฝนได้โปรยปรายลงมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ เสียงคณะศรัทธาทั้งหลาย และคณะนักศึกษาบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ ปิติยินดีและกล่าวสาธุการโดยพร้อมเพรียงกัน บุญสำเร็จแล้วหนอ ในการต่อไปสำนักสงฆ์ห้วยไร่สามัคคีธรรม ได้ตราตั้งขึ้นเป็นวัด นามว่าวัดธรรมวิชัยหนเหนือ (แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว) เป็นสถานที่รุ่งเรืองเฟื่องฟู พระพุทธศาสนา และวัฒนธรรม อนุโมทนาบุญกับคุณมิ้น ที่จัดเตรียมสังฆทานถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ และพวงมาลัย ถวายสังฆทานแด่พระคุณเจ้า อนุโมทนาบุญแด่คุณฝน ผู้จัดเตรียมบายศรีชุดเครื่องอธิษฐาน ดอกไม้ พานรองทุกชนิด อนุโมทนาบุญกับนักศึกษาที่เป็นตัวแทน ร่วมวางศิลาฤกษ์ในครั้งนี้ และอนุโมทนาบุญกับเจ้าภาพผู้ร่วมกันสร้างศาลาธรรมวิชัย บุญสำเร็จแล้วหนอ อนุโมทนากับคณะ…

  • แม่ครูน้อยครูผู้มีจิตว่าง

    แม่ครูน้อยครูผู้มีจิตว่างท่านสามารถรู้ภาษาสัตว์ ภาษาของหลายๆมิติวันนี้ท่านสวดมัตตราลงอักขระชื่อของท่านบนกรอบพญานาค เพื่อความอุดมสมบูรณ์สำหรับผู้ เชื่อและศรัทธาแม่ครูน้อยครูผู้ถือสัจจะบารมีท่านอธิษฐานสิ่งใด #ล้วนสำเร็จไวดั่งเช่นจิตของท่านที่เร็วสำหรับผู้ที่สั่งกรอบภาพปั้นปู่ย่านครารอคิวการส่งนะค่ะ ในแต่ละวันหากไม่จำเป็นท่านแม่ครูจะไม่พูดเว้นเสียแต่สอนนักเรียนประจำและสอนออนไลน์ในแต่ละคืนโดยมากท่านจะงดเว้นการสื่อสารในสิ่งที่ไม่จำเป็น#แม่ครูน้อย#ประตูธรรม๕หนเหนือ#เทวดาประจำตัว