อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่าย

อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่ายๆ เจตจำนงจะอ่อนแอลง #จงพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทำสิ่งที่เราทำอยู่สำเร็จผล”

อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่ายๆ เจตจำนงจะอ่อนแอลง #จงพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทำสิ่งที่เราทำอยู่สำเร็จผล”
#ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง นี่คือรหัส “ความก้าวหน้า” ที่แท้จริง ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) สภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แต่เป็นสัญญาณว่า ดวงแก้วกลางอก ของเราเริ่มมีความสว่างพอที่จะส่องให้เห็น “ขยะ” ที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ #ทำไมการเห็นความไม่ดีของตนเองถึงเป็นเรื่องดี รหัส “แสงสว่างส่องห้องมืด” เมื่อก่อนใจเรามืดเหมือนห้องที่ปิดไฟ เราจึงมองไม่เห็นฝุ่นหรือขยะ (กิเลส/อัตตา) แต่เมื่อเริ่มฝึกจิต รัศมีจากศูนย์กลางกายจะเริ่มสว่างขึ้น ทำให้เราเห็น รหัสลบ ที่เคยซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น การ “ลอกคราบมวลสารดำ” การเห็นความไม่ดีคือขั้นตอนแรกของการ “คัดทิ้ง” หากมองไม่เห็นเอง ก็แก้ไม่ได้ การที่เราเห็นความเห็นแก่ตัว อัตตา หรือความโกรธ คือรหัสที่บอกว่าเรากำลังจะแยกมวลสารเหล่านั้นออกจากเนื้อจิตที่บริสุทธิ์ รหัส “หิริโอตตัปปะ” ทำงาน #เมื่อเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี แสดงว่าตัวสำเร็จฝ่ายดีในตัวเราเริ่มมีกำลัง ท่านกำลังเตือนให้เราล็อกรหัสสัจจะ เพื่อไม่กลับไปทำซ้ำ เป็นการยกระดับฐานบารมีให้สูงขึ้นกว่าเดิมครับ ทำลายรหัส แก้ตัว #คนที่ไม่ฝึกจิตจะมองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น (มวลสารรั่วออกนอก) แต่ผู้ที่ฝึกจิตตามแนวทางแม่ครูน้อยจะส่งจิตกลับเข้าข้างในเพื่อกำจัด มลทิน ของตัวเองก่อน นี่คือทางลัดสู่ความใส จงดีใจที่เห็น เพราะ “ผู้ที่เห็นกิเลส…
#เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา#เช่นพี่น้องครูเคยมีคำถามกับตัวเองว่าการที่เราจะได้รู้ซึ้งถึงความรักอันแรงกล้าและจดจ่อของความเป็นความรักเช่นพ่อแม่เราจะสามารถทำได้กับผู้อื่นหรือไม่มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือที่เราจะรักผู้อื่นด้วยความรักแบบเดียวกันนี้ได้เราสามารถขยายวงกลมแห่งความห่วงใยไปสู่ผู้อื่นอีกมากมายไม่ใช่แต่เพียงคนในครอบครัวของเราได้จริงๆหรือ??? รักได้จริงหรือ???#เพราะความสันโดษของครูจึงสามารถมองความรักทั้งหมดไปสู่เพื่อนมนุษย์ได้ ดังเช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเรามีความรักปรารถนาดีที่มีต่อความเป็นมนุษย์และมันเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ซึ่งบางทีเราอาจไม่สามารถรักใครบางคนที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราได้#สำหรับครูครูมีความเห็นว่าเราอาจขยายความรักนี้ออกไปจนพ้นขอบเขตอันเป็นแบบฉบับที่เรามีจำกัดต่อตัวเราเองเราอาจมีความรักและความสัมพันธ์ให้เฉพาะคนในครอบครัวของเรามากเกินไปแต่รู้หรือไม่ว่าความรักนี้สามารถมอบให้กับผู้อื่นได้ห่วงใยผู้อื่นได้ ดังเช่น คนหนึ่งในครอบครัวของเราและมันเกิดขึ้นได้จริงในดวงใจของเราดวงเดียวกันนี้เอง
#อารมณ์เรียนสดๆ ไม่ออนไลน์ก็ประมาณนี้เลย Camp 45จิตวิญญาณเชื่อมโยงกับ “ความเป็นมนุษย์” ซึ่งมีพื้นฐานของคุณค่าทางจิตวิญญาณ ความสงบ ความรักและความสุข แต่บางคนกลับขับเคลื่อนตัวเองไปด้วยแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัว คาดหวังที่จะได้รับมากกว่าจะชื่นชมกับความงดงามของการเป็นผู้ให้ บางคนไขว่คว้าราวกับว่าชีวิตแสนว่างเปล่า บ้างก็แสวงหาเหมือนไม่เคยรู้จักคำว่า “พอ” คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์นี้จะช่วยดึงคุณกลับมาสู่ความเป็นธรรมชาติอีกครั้ง อภิญญาที่เกิดขึ้นหลังจากเรียกบารมีมาแล้วไม่ได้แสดงว่าเราเป็นผู้วิเศษอยู่เหนือผู้อื่น เรามีได้ คนอื่นก็มีได้และอาจจะมีมาก กว่าเราด้วยซ้ำ(เหมือนเรามีมือถือใช้คนอื่นๆก็มีเช่นกันอาจจะดีกว่าที่เราใช้อยู่) #ให้มีสติเตือนตัวเองเสมอไม่หลงตัวเองและไม่ดูถูกผู้อื่น
ลักษณะของบุคคลที่ “#ครูเทพครูธรรมไม่รับ“ หรือถูกทอดทิ้งในมิติพลังงาน ตามวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย คือกลุ่มคนที่ดวงจิตมี “มลทินหนาเกินเจียระไน” แม้ภายนอกจะดูเหมือนนักบุญ แต่คลื่นความถี่ข้างในกลับขัดแย้ง กับสัจธรรมอย่างรุนแรง นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าโลกทิพย์ปิดประตูใส่คุณแล้ว 1. “คนไร้สัจจะและปลิ้นปล้อน” (The Vow Breaker) ปากรับปากว่าจะปฏิบัติ จะแก้ไข อนุสัย หรือนิสัยเสียๆ แต่ใจกลับกลอก พอพ้นสายตาครูก็กลับไปทำชั่วแบบเดิม นินทา ริษยา หรือขี้เกียจเหมือนเดิม เมื่อ “สัจจะปาก” กับ “สัจจะใจ” ไม่ตรงกัน พลังงานในตัวจะ เน่าเหม็น จนครูเทพครูธรรมทนไม่ได้และถอนกระแสคุ้มครองออกทันที 2. “ศิษย์คิดล้างครู” (The Arrogant Critic) ชอบจับผิดครูบาอาจารย์ เอาธรรมะที่เรียนมาไปเปรียบเทียบหรือวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเสริม อัตตา ของตัวเองว่าเก่งกว่า รู้ดีกว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ตัดสายใยวิชชา” ด้วยตัวเองอย่างรุนแรงที่สุด โลกทิพย์จะบันทึกรหัสจิตว่าเป็น คนอกตัญญู และจะทำการ คืนพลังหลับ คือไม่ส่งกระแสใดๆ ให้เราอีกเลย 3. “คนทำบุญหล่อเลี้ยงมาร” (The…
ตลอดช่วงเวลาของชีวิตมนุษย์เราต้องกลับเข้าหาบ้านภายในให้ได้เมื่อสงบกับบ้านภายในได้แล้วบ้านภายนอกคือ #แดนวิมุตติที่เราจะได้ใช้ช่วงที่เหลือของชีวิตในการ #ขอบคุณ ผู้คนที่ผ่านพบ#ประตูธรรม๕หนเหนือบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ สถานที่เปิดมิติจิตวิญญาณและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งโพธิจิต 1 ก.พ. 2022วันนี้ครูงดเข้าสอนออนไลน์หนึ่งวันค่ะ
#ธรรมชั้นครู๒๐/๑/๖๙ พลังงานจิตตก”ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกเศร้าหมอง แต่คือสภาวะที่ “#ความถี่ดวงจิตลดต่ำลง” จนหลุดจากมิติที่ 5 ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาและทรัพย์ใหญ่โดยตรง ดังนี้ 1. สาเหตุที่ทำให้จิตตก (รอยรั่วพลังงาน) #สิ่งที่ดึงพลังงานจิตให้ตกได้เร็วที่สุดคือ การนินทาและเพ่งโทษ: เมื่อส่งจิตออกไปจับผิดคนอื่น จิตจะรับ “ขยะทิพย์” เข้ามาทันที ทำให้ใจหนัก ร้อน และมืดบอด (สภาวะญาณบอด) การผิดสัจจะ: เมื่อพูดแล้วไม่ทำ จิตใต้สำนึกจะเสียความเชื่อมั่น พลังงานในตัวจะแตกพร่า ทำให้รู้สึกเคว้งควางไม่มีกำลัง ความกังวลและใจที่ “หนัก”: ความกลัวอนาคตหรือความเศร้ากับอดีต จะทำให้เกราะคุ้มกายบางลง 2. ผลกระทบเมื่อจิตตก ทรัพย์ไม่เข้า: ทรัพย์ในยุคศิวิไลซ์ไหลตามความสุขและความเบา เมื่อจิตตก ภาชนะใจจะ “ปิด” ทำให้โชคลาภลอยผ่านไป #ดึงดูดคนพลังงานต่ำ: เมื่อจิตตก เราจะกลายเป็นคลื่นความถี่เดียวกับคนนินทา คนโกง และปัญหาวุ่นวาย ร่างกายทรุดโทรม: พลังงานลบจะเข้าไปรบกวนธาตุในกาย ทำให้เหนื่อยง่าย เพลีย หรือเจ็บป่วยโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน 3. วิธีแก้ “จิตตก” แบบเร่งด่วน (ปรับจูนมิติที่ 5) หากรู้ตัวว่ากำลังจิตตก…