แม่สร้อยศรีสุดาจันทร์ (นาคิณี)

#แม่สร้อยศรีสุดาจันทร์ (นาคิณี)

ท่านเป็นมเหสีองค์ที่ ๗ ของพญาศรีสุทโธ นาคราช มีความงามแบบธรรมชาติ
ชอบสันโดษ อยู่แบบเรียบง่ายสมถะ
เก่งด้านงานหัตถกรรม
และด้านการร่ายรำถวาย
รำได้อ่อนช้อยพิสดารงดงามมาก
เป็นที่โปรดปรานของแม่ย่าศรีประทุมมา( มเหสีองค์แรก )

?️?#ด้วยความเมตตาเสมอมา พญาศรีสุทโธท่านก็ให้ความรัก ความเมตตา ในความเรียบง่ายสมถะเช่นกัน จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับแม่สร้อยฯ มากกว่ามเหสีองค์อื่น เป็นธรรมดาไม่ว่าภพมนุษย์ หรือภพบาดาล ความอิจฉา ริษยา ก็มีเหมือนกัน แม่สร้อยจึงตกเป็นเป้าของคำว่า อิจฉา (ริษยา แปลคือ จ้องทำร้ายให้ถึงแก่ความตาย)

นี่คือที่มาของคำว่า #เจ้ากรรมนายเวร

เมื่อมีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์มีอาการครบ ๓๒ แล้วได้พบพุทธศาสนา มีโอกาสแล้วที่จะบำเพ็ญเพียรเพื่อการพ้นทุกข์ เพราะอานิสงส์นี้มีบุญบารมีมาก แผ่ไปให้เทวดาที่รักษาตน พร้อมเจ้ากรรมนายเวร โอกาสที่จะแก้ไข ชดใช้กรรมชั่ว
(อกุศลกรรม) ให้เบาบางลงเสียที กรรมดีที่เคยสร้างสะสมไว้จะได้แสดงตัว ความทุกข์จึงค่อยจางลง

?️?#แล้วจึงพบแต่ความเจริญทั้งทางโลก และทางธรรม

พระนามคือพระนางสร้อยศรีสุดาจันทร์หรือคนทั่วไปหลายคนเอ่ยพระนามท่านเพี้ยนไปว่า
#ศรีสุดาจันทร์ พระนางเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของเจ้าฟ้าหญิงพระองค์เจ้าศรีประทุมมานาคิณีซึ่งพระองค์ทรงเป็นมเหสีเอกของสมเด็จเจ้าพญานาคาธิบดีศรีสุทโธวิสุทธิเทวา สำหรับพระนางสร้อยศรีสุดาจันทร์นี้พระองค์ทรงโปรดงานเย็บปักทักร้อย ประดิษฐ์ประดอยเก่งมาก เช่นการทำฉลององค์ถวายสมเด็จเจ้าพญานาคาธิบดีศรีสุทโธวิสุทธิเทวา ที่ว่านางสนมนาคีขึ้นมาบนโลกมนุษย์มายืม(เฟือม)ทอผ้าจากช้าวบ้าน และการทำบายศรี เป็นต้น

?️?#ส่วนเจ้าฟ้าหญิงพระองค์เจ้าศรีประทุมมานาคิณี พระองค์ไม่ค่อยได้ทรงงานอะไรมากนัก แต่พระนางทรงชอบการบำเพ็ญภาวนามีน้ำพระทัยที่งดงาม พระนางมีพระกิริยาที่สวยสดงดงามสมดังมเหสีขององค์ราชาผู้เป็นใหญ่ใต้บาดาลที่มีบริวารมากล้นอย่างเช่นภาษาอิสานว่า (มีเหล่าบริวาลหมื่อกือกองล้าน)

เป็นเกล็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากเจ้าชายเสลี่ยงรัตน์ราชนาคาโอรสธิดาของสมเด็จเจ้าพญานาคาธิบดีศรีสุทโธวิสุทธิเทวา และเจ้าฟ้าหญิงพระองค์เจ้าศรีประทุมมานาคิณี

Similar Posts

  • จูนติดกับกระแสของเทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม

    ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ การที่ “#เทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม” เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่สนามพลังงานในตัวเรามีความถี่ที่ “จูน” #ติดกับกระแสของเทวดา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้1. กฎแห่งพลังงานสะท้อน (Law of Resonance)เทวดาเป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ท่านจะสามารถดึงดูดโชคลาภ กัลยาณมิตร และโอกาสดี ๆ มาให้เราได้ก็ต่อเมื่อ ใจของคุณเบาสบาย และเป็นกุศล หากใจคุณบันทึกแต่ความโกรธหรือการนินทา จะเกิด “#พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาเข้าใกล้เพื่อประทานพรไม่ได้ 2. #พลังความกตัญญูคือแม่เหล็ก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นพลังงานที่ “#หอมหวาน” ที่สุดในโลกทิพย์ เมื่อเรามีจิตกตัญญู สนามพลังงานรอบตัวจะสว่างไสวเป็นพิเศษ ซึ่งพลังงานนี้จะทำหน้าที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาหาคุณอย่างรวดเร็ว 3. สัจจะคือสายใยดึงดูดหากเรามี สัจจะบารมี (พูดคำไหนทำคำนั้น) เทวดาประจำตัวจะมีกำลังในการช่วยเราอย่างมหาศาล สัจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางพลังงานที่ทำให้คำอธิษฐานของเราส่งผลจริง และทำให้เทวดาสามารถ “ดึง” สิ่งที่เราปรารถนามาให้ตามวาระธรรม 4. การปิดรอยรั่วเพื่อให้พลังงานคงอยู่สิ่งดีงามที่เทวดาดึงเข้ามาจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามี พลังงานรั่ว…

  • บารมีเต็ม

    #บารมีเต็ม แปลว่า ทำจนถึงที่สุดของกำลังใจแล้ว บารมีก็คือกำลังใจ มีอยู่ ๓ ระดับ ๙ ขั้น๑. #สามัญบารมี กำลังใจขั้นต้น ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๒. #อุปบารมี กำลังใจขั้นกลาง ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง ละเอียด๓. #ปรมัตถบารมี กำลังใจขั้นสูงสุด ประกอบไปด้วย หยาบ กลาง #ละเอียด เหมือนกัน#ถ้าหากว่าถึงปรมัตถบารมีขั้นละเอียดก็แปลว่ากำลังใจเต็ม พร้อมที่จะเข้าพระนิพพานได้ #คราวนี้จะวัดจากตรงไหนได้สามัญบารมี ให้ทานได้ บอกให้รักษาศีลก็จะไม่ไหว อุปบารมีให้ทานได้ รักษาศีลได้ บอกให้ภาวนาไม่ไหว #ถ้าหากว่ากำลังใจพร้อมทั้ง ทาน ศีล ภาวนา ตั้งมั่นว่าจะทำเพื่อพระนิพพาน อันนี้ถือเป็นปรมัตถบารมีเต็มแล้ว พร้อมที่จะไปแล้ว ถาม : ถ้าในชาตินี้เราให้ทานประจำ รักษาศีลก็ได้ ภาวนาได้ ?ตอบ : #แสดงว่ากำลังใจของเราอยู่ระดับปรมัตถ์แล้ว เพียงแต่จะหยาบ จะกลาง จะละเอียดเท่านั้น ถ้าถึงปรมัตถบารมีนี้มีสิทธิ์ไปพระนิพพานได้แน่ อย่างแย่…

  • 30/11/2021

    30/11/2021ประตูธรรม๕หนเหนือเป็นเจ้าภาพในการจัดหาอาหารของท่านเล่นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อฉีดวัคซีนให้กับชุมชน ถ้าเราต้องการให้ประเทศเปิดเร็วๆทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันถ้าทำได้อย่ามองว่าไม่ใช่หน้าที่เราทุกคนอยู่ประเทศเดียวกัน

  • เรารู้สึกถูกกักขังกับร่างกาย

    เรารู้สึกถูกกักขังกับร่างกาย ทารกและความคิดของเรา แม่ครูสอนลูกศิษย์#วิธีการถอดสติออกจากร่างกายทั้งสามและกลายเป็น หนึ่งเข้าสู่จิตวิญญาณ โดยการฝึกสมาธิโยคะของ แม่ครูน้อยสูงที่สุด ร่างกายธาตุลดการสั่นสะเทือนของอะตอมและกลายเป็น ปราณหรือพลังชีวิต โดยการทําสมาธิลึกขึ้น#จากนั้นด้วยปัญญา จิตสํานึกในความคิดจะกลายเป็นขยายตัวเข้าไปในสติคอสมิก ที่ไม่สามารถพบได้ในหนังสือ และสามารถเปิดเผยได้เฉพาะผู้ที่ชํานาญการปราณเท่านั้น ” ดังนั้น ผู้แสวงบุญที่รักบนเส้นทาง อ่านและแยกแยะคําเหล่านี้จากนั้นฝึกโยคะและแสดงออกในชีวิตของคุณ……..

  • สภาวะ “จิตหยาบสูง”

    #ถึงประตูธรรม ๑๗/๑/๖๙ สภาวะ “#จิตหยาบสูง” หรือดวงจิตที่มีพลังงานความถี่ต่ำและหนาแน่น (Low Vibration) #ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ (มิติที่ 5) โดยมีลักษณะและผลกระทบดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหยาบเพ่งโทษเป็นนิสัย: จิตจะคอยจ้องจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา เห็นใครได้ดีแล้วรู้สึกขัดใจ หรือชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์รุนแรง การเพ่งโทษคือการสะสม “ขยะทิพย์” ที่ทำให้จิตหนาและมืดบอด ขาดสัจจะวาจา: พูดโกหกเป็นปกติ หรือรับปากแล้วไม่ทำ (บิดเบือนสัจจะ) จิตที่หยาบจะมองว่าการผิดคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติทิพย์ นี่คือการทำลาย “เสาสัญญาณ” ของตนเอง มีความโลภและอัตตาสูง: ต้องการได้มาโดยไม่สนวิธีการ หรือเชื่อว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ผลักโชคลาภออกไป 2. ผลกระทบเมื่อจิตหยาบสูง สภาวะ “ญาณบอด”: #จิตที่หยาบจะรับสัญญาณจากเทวดาประจำตัวไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจพลาดบ่อยครั้ง มองไม่เห็นโอกาส และมักจะเดินย่ำอยู่กับที่ในปัญหาเดิมๆ เงินหนี/บารมีรั่ว: จิตหยาบมักจะมาคู่กับการนินทา ซึ่งเป็น รอยรั่วทางบุญ ที่ใหญ่ที่สุด ทำมาหากินเท่าไหร่เงินก็ไหลออกหมด เพราะภาชนะใจไม่สามารถเก็บกักพลังงานบุญได้ ธาตุในกายปั่นป่วน: จิตที่ร้อนและหยาบจะส่งผลให้ธาตุไฟในกายสูง ทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย และเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ 3. วิธีขัดเกลาจิตหยาบให้ “เบาและละเอียด” ในปี 2026…

  • สั่งจิต

    #ถึงประตูธรรม ๑๙/๑/๖๙ สั่งจิต ไม่ใช่การใช้ความโลภบังคับให้รวย แต่คือการ “ตั้งโปรแกรมสัจจะ” ลงไปในดวงจิตเพื่อให้เทวดาประจำตัวทำงานได้ง่ายขึ้นในยุคศิวิไลซ์นี้ การสั่งจิตที่ได้ผลที่สุดต้องประกอบด้วยหลักการดังนี้ 1. สั่งจิตบนฐานของ “สัจจะ” (อำนาจสั่งการ) หากเราเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น การสั่งจิตจะได้ผลเกือบ 100% #เพราะจิตใต้สำนึกเชื่อถือในอำนาจวาจาของคุณวิธีปฏิบัติ: ก่อนจะสั่งจิตเรื่องใหญ่ ให้ฝึกสั่งเรื่องเล็กๆ แล้วทำตามให้ได้ เช่น “วันนี้ข้าพเจ้าจะยิ้มให้ได้ทั้งวัน” เมื่อทำได้ จิตจะเริ่มบันทึกว่า “คำสั่งของคนนี้คือเรื่องจริง” 2. สั่งจิตด้วยความ “เบา สบาย” (คลื่นความถี่สูง) #หากเราสั่งจิตด้วยความเครียดหรือความอยาก (เช่น “ต้องรวยๆๆ”) จิตจะบันทึก “ความขาดแคลน” แทนวิธีปฏิบัติ: ให้สั่งจิตในขณะที่ใจกำลังโปร่ง ยิ้มที่มุมปาก แล้วบอกว่า “ข้าพเจ้าคู่ควรกับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ ด้วยใจที่เบาสบาย” คลื่นที่เบาจะเชื่อมต่อกับมิติที่ 5 ได้ทันที 3. สั่งจิตให้ “อุดรอยรั่ว” (ป้องกันบารมีไหลออก) #การสั่งจิตที่มีพลังที่สุดคือการสั่งเพื่อขัดเกลาตนเอง  คำสั่งจิต: “นับแต่นี้ ข้าพเจ้าสั่งให้จิตของข้าพเจ้า หยุดนินทา หยุดเพ่งโทษ #และมองเห็นแต่ความดีของผู้อื่น” เมื่อรอยรั่วถูกปิด บุญเก่าจะไหลกลับมาหนุนดวงชะตาทันที 4. สั่งจิตด้วยความ “กตัญญู”…