เทวดาประจำตัวมีจริง

?️

?️?#เทวดาประจำตัวมีจริงครูจะพูดสิ่งนี้ จากรุ่นสู่รุ่นคำส่งท้ายของครูที่ จะฝากถึงลูกๆทุกรุ่นมันไม่ง่ายเลยในชีวิตนี้ที่เราจะได้เจอเทวดาประจำตัว และมันไม่ง่ายเลยในชีวิตนี้ที่เราจะหาความรู้จากเทวดาประจำตัวจงเคี่ยวกรรมตัวเองและหาครูผู้รู้ช่วยชี้แนะ #ครูมาเพื่อส่งลูกๆกลับทางเดินของตน#ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนของโลกใบนี้#จงอย่าลืมตน?⭐️คลอดคนที่ 4(18.50)

Similar Posts

  • ความสุขของเด็กๆ

    ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ในปี 2026 นี้ “#ความสุขของเด็ก“ ถูกมองว่าเป็นกระแส พลังบริสุทธิ์ ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงมาก และส่งผลต่อผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือ ผู้ที่สร้างความสุขนั้นดังนี้ คลื่นพลังงานดึงดูดโชคลาภ: เสียงหัวเราะและความร่าเริงของเด็กคือคลื่นความถี่ระดับสูง (High Frequency) ที่สามารถสลาย พลังงานยัน หรือความตึงเครียดในบ้านได้ เมื่อบ้านใดมีพลังงานความสุขของเด็กสถิตอยู่ #จะดึงดูดเทวดาฝ่ายสัมมาทิฐิให้เข้ามาประทานพรและช่วยให้ พลังงานทรัพย์ไหลเวียนดีขึ้น กระจกสะท้อนจิตผู้ใหญ่: หากเด็กในปกครองมีความสุข ร่าเริง และมีสัมมาคารวะ มักสะท้อนว่าผู้ใหญ่ในบ้านมีจิตที่สะอาดและมี สัจจะบารมี แต่ถ้าเด็กดื้อรั้นหรือหงุดหงิดง่าย อาจเป็นสัญญาณว่าผู้ใหญ่มี พลังงานรั่ว หรือบันทึกจิตด้วยความเครียดจนส่งผลกระทบต่อเด็ก การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์กตัญญู: การทำให้เด็กมีความสุขด้วยความรักและธรรมะ คือการวางรากฐาน พลังความกตัญญู ไว้ในจิตของเขาตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งจะเป็นเกราะคุ้มครองและนำพาความเจริญมาสู่ครอบครัวในอนาคต ทานบารมีที่บริสุทธิ์: การสร้างความสุขให้เด็ก (เช่น การมอบของขวัญ หรือโรงทานเด็ก) เป็นการทำบุญที่ไม่มีเงื่อนไข จิตที่ยินดีในความสุขของเด็กจะช่วยให้คุณเข้าสู่สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดบารมี #ข้อแนะนำทางพลังงาน หากชีวิตเรากำลังติดขัด ลองไปสร้างความสุขให้กับเด็กๆ หรือเล่นกับเด็กด้วยใจที่เมตตาและเป็นกุศล…

  • 5 รางวัลของห้องเรียน

    5 รางวัลของห้องเรียนครูขอบคุณนักเรียนทุกๆคนคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครูเป็นกระจกสะท้อนเงาครู ว่า #อย่าหยุดเดิน งานประทานรางวัล พระกินรีคนดีของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๔⭐️สาขา ส่งเสริมศาสนาดีเด่น  รางวัล 1 ปณิธานความดีใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์⭐️สาขา เกียรติคุณครูผู้ทำคุณประโยชน์ด้านเผยแผ่ส่งเสริม อนุรักษ์สืบทอดพุทธศาสนาดีเด่น  ชมรมสายใยไทยแทนคุณแผ่นดินผู้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณ⭐️รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินและประเทศชาติ ⭐️รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา ผู้เผยแพร่ศาสนาตัวอย่าง ⭐️ รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา นักพัฒนาวัฒนธรรมดีเด่น ผู้รับรางวัล คุณเอื้องจันทร์ ธ. ตำแหน่ง ครูจิตวิญญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ

  • การเปิดญาณบารมี

     #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิต บุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิตการเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้นหากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไปหากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผลสิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด #การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทางคือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ #ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดี ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม #ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต2. สมาธิ ผู้รับต้องมีความตั้งมั่นแห่งจิตอยู่กับกายและจิตของตน3. สติ ผู้รับต้องมีความระลึกได้ว่าตนกำลังรับพลังจิตอยู่4. ปัญญา ผู้รับต้องรู้จักการปล่อยวางความทุกข์ออกจากจิตใจในขณะนั้น5. ความขยันหมั่นเพียร การรับพลังจิตนั้นต้องรับสม่ำเสมอและให้ตั้งอยู่ในคำสอนของพุทธองค์เป็นหลัก ดังกล่าวแล้ว…

  • คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเอง

    คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเองด้วยความรู้ความสามารถในการใช้เหตุผลทางอนุมานแสวงหาความรู้ทางพระคัมภีร์อยู่ทุกหนทุกแห่งและเรียกการทำอย่างนั้นว่าการปฎิบัติธรรมเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าความรู้และสติปัญญาชนิดนั้นยิ่งมีมากก็ยิ่งมีผลในทางตรงกันข้าม#คือเป็นการสุ่มกองสิ่งกีดขวางให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง การถ่ายทอดความว่างให้กันและกันนั้นไม่สามารถทำได้โดยท่องคำพูดการถ่ายทอดตามความหมายของฝ่ายวัตถุนั้นไม่สามารถใช้การได้กับธรรมะเมื่อเป็นดังนั้น#จิตเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดโดยจิตและจิตเล่านี้ไม่แตกต่างกันเลยการถ่ายทอดและการรับการถ่ายทอดทั้งสองอย่างนี้เป็นความเข้าใจอันเร้นลับที่เข้าใจได้ยากที่สุดจนถึงกับมีไม่กี่คนจริงๆที่สามารถรับเอาได้เมื่อสิ่งที่เรียกว่าความรู้และสติปัญญาเฉลียวฉลาดชนิดนั้นเกิดย่อยไม่ได้ขึ้นมามันก็กลายเป็นพิษขึ้นเพราะมันเป็นได้แต่เพียงของในเครือเดียวกันกับสังสารวัฏเท่านั้นในฝ่ายธรรมอันสูงสุดนั้นไม่มีของชนิดนี้เลยดังนั้นจึงมีคำกล่าวไว้ว่าในคลังแสงสรรพวุฒิแห่งราชาธิปัตย์ของข้าหามีดาบแห่งความเป็นเช่นนั้นใหม่#MAEKHUNOYวันนี้ที่ #สะเกิน

  • ไม่ว่าจะเกิดอะไร

    ไม่ว่าจะเกิดอะไร จงปรับหัวใจตนเอง ทำความความดีให้มากขึ้น ปัญหามากมายสามารถแก้ไขได้โดยธรรมชาติ เพียงแค่รู้จักรอคอย สิ่งดีๆจะรอคุณอยู่สำคัญที่สุดของคนเราคือการควบคุมอารมณ์ เธอต้องยิ้มให้มากกว่านี้

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…