จิตวิญญาณคืออะไร

จิตวิญญาณ คือ สิ่งที่ความจริงของมนุษย์ต้องรู้จักและเข้าถึง ภาษาการปฏิบัติเรียกสิ่งนี้ว่า มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน กายในกาย จิตในจิต และชื่ออื่นๆ รวมถึงแต่ละศาสนายังมีชื่อเรียกมากมาย ยิ่งเพิ่มทางเลือกของความสับสนมากยิ่งขึ้น หากไม่มีผู้รู้ชี้ทาง ให้รู้แจ้งในสิ่งนี้ ก็จะกลายเป็นอวิชชา ความไม่รู้ อีกทั้งยังเสียเวลา ของการฝึกฝนหรือปฏิบัติ ไม่มีความก้าวหน้า เพราะไม่มีจิตวิญญาณ ซึ่งมีความสำคัญในการต่อความรู้ให้กับจิตต่อไป ซึ่งจิตวิญญาณนี้ อยู่ลึกลงไปภายในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวกำหนด วิถีวิญญาณในการใช้ชีวิตในภาคมนุษย์ หากเราค้นพบความมหัศจรรย์จากโลกภายใน (วิมุตตะมิติ) ยังจะพอมีหวังให้เรารู้จักจิตวิญญาณของเราได้บ้าง ซึ่งบางเส้นทางการฝึกฝน จะไม่อธิบายเรื่องการเข้าถึงแหล่งพลังงานนี้ ผู้ตามหาความจริงอาจต้องใช้ พิจารณญาณในการศึกษาผู้รู้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเฉพาะด้านที่จะช่วยชี้แนะและต่อญาณจิตให้เรา

คำว่าจิต+วิญญาณ นั้น  2 สิ่งมีมีความหมายต่างกัน
จิต
คือสิ่งที่มีอยู่ เช่นนั้น ดังเดิม ไม่สูญสลาย เวียนเกิดได้ในรูปแบบของหลายสิ่งที่มีชีวิตมีหน้าที่ในการเกาะเกี่ยวกับวิญญาณ จิตเดิม มีความไหวเอนง่าย เชื่อถือไม่ได้ พร้อมไหลไปตามวิญญาณ การปรุง การแต่ง  การสัมผัสรับรู้ ผ่านทาง หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ ถ้าวิญญาณถูกฝึกดี จิตก็ดีตาม จิตดวงนี้เมื่อได้รับโอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งถือว่าโชคดี กว่าการเกิดในภาคอื่นๆ เช่น ภาคโลกทิพย์ หรือ เดรัจฉาน ซึ่งมนุษย์นี้มีสมองเป็นของตนเองสามารถเป็นตัวกรองสำคัญในการศึกษาและพิจารณาสิ่งที่สัมผัสรับรู้ได้ว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดในทางไหน
วิญญาณ ซึ่งวิญญาณนี้เดิมมาจากต้นธาตุรู้มีความรู้มากมายอยู่ดังเดิมแล้ว แต่วิญญาณนี้เมื่อได้รับโอกาสมาเกิด ก็จะหลงลืมความรู้เดิมไปเรียกว่าสัญญาเก่าแม้จะจดจำได้บ้างเรียกว่าระลึกชาติได้แต่ก็ไม่สามารถเห็นภาพความทรงจำได้ชัดเจน เว้นแต่ผู้สะสมบารมีมานานนับอสงไขย เมื่อเกิดมาจึงมีความสามารถเห็นอดีตของตนได้ แต่หากวิญญาณออกไปใช้ชีวิต เป็นมนุษย์ อยู่เป็นสามีภรรยา มีบุญหลาน หรือไปพบเจอเรื่องทางโลกมาก ความทรงจำเก่าๆก็ถูกปิดบังสะสมเพิ่มพูนอีกนับไม่ถ้วน พูดถึงความฉลาดของวิญญาณและความเชื่อไม่ได้ของสิ่งนี้ วิญญาณจะถูกรับรู้เรื่องราวหรือการฝึกฝนได้ ต้องอาศัยความอดทนในร่างมนุษย์เป็นสะพานจึงจะสามารถรับรู้ว่า ตนเป็นใคร มาทำไม แล้วจะไปไหน เพราะมนุษย์มีร่างกาย และสมอง แต่หากมนุษย์ต่อการการไม่รับไม่รู้ หรือปิดบังความจริงไม่ช่วยให้วิญญาณของตนรู้ตัว รู้ความจริง มนุษย์ผู้นั้นก็จักพบเจอปัญหาทางโลกมากมาย ซึ่งบางเรื่องก็หาคำตอบไม่ได้ ซึ่งเป็นการทำงานของจิตวิญญาณ ที่ส่งสัญญาณไปหาวิญญาณนั้นว่า ยังมีจิตวิญญาณซ่อนตัวอยู่ หากมนุษย์ทำผิดบาป วิญญาณนี้ก็จะได้รับโทษไม่สิ้นสุด ทำให้จิตวิญญาณต้องรับทุกขเวทนาด้วย และไม่มีโอกาสได้กลับดินแดนบ้านเกิดคือสุญตา ซึ่งจิตวิญญาณมีหน้าที่ในการดูแลจิตของวิญญาณนั้นไว้ หากวิญญาณทำดีปฏิบัติชอบดี จิตก็จะดี สูงสุดคือ ทุกส่วนประกอบของจิต ต้องแยกย้าย กลับแหล่งกำเนิดของตนเอง

Similar Posts

  • “รหัสใจอิสระ”

    “รหัสใจอิสระ“ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) เมื่อชีวิตถึงจุดที่สมดุล มวลสารใน ศูนย์กลางกาย จะนิ่งและแน่นจนไม่เกิดแรงดึงดูดที่ จะไปคว้าเอาเศษกรรมของผู้อื่นมาปนเปื้อน ทำไมความสมดุลนี้จึงเป็นรหัสชั้นสูง รหัส “วงโคจรส่วนตัว” เมื่อใจเราสมดุล เราจะมีสนามพลังที่เป็นเอกเทศ ไม่เป็น “ทาสทางอารมณ์” ของใคร เราจะมองเห็นความสุขและความทุกข์ของเพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นเพียง มวลสารที่ผ่านมาแล้วผ่านไป โดยที่ดวงแก้วของเราไม่กระเพื่อมตาม รหัส “หยุดการจูนคลื่นต่างแดน” การดึงสุขหรือทุกข์ของคนอื่นมาใส่ตัว คือการทำให้รหัสชีวิตตัวเองรวน ความสมดุลจะช่วยให้เรารักษา ความถี่ (Frequency) ของตัวเองไว้ได้คงที่ ทำให้คุณมีพลังเหลือเฟือที่จะสร้างสรรค์ “ตัวสำเร็จ” ในทางของคุณเอง รหัส “เมตตาไร้พันธนาการ” คุณยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่เป็นการช่วยด้วย มวลสารสว่าง ที่ส่งออกไป โดยไม่เอาตัวเข้าไปแบก (ไม่ใช้ความสงสารที่ความถี่ต่ำ) นี่คือความสมดุลที่ทำให้คุณช่วยคนได้มากกว่าเดิม โดยที่บารมีของคุณไม่ลดลง รหัส “ป้องกันขยะวิญญาณ” สุขทางโลกของคนอื่นมักแฝงด้วยความหลง ทุกข์ของคนอื่นมักแฝงด้วยโทสะ การไม่ดึงรหัสเหล่านี้มาใส่ตัว คือการทำความสะอาดทางจิตวิญญาณแบบ Real-time ทำให้ใจคุณใสเป็นปกติอยู่เสมอ ชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่ “รู้ขอบเขตของมวลสาร” เราคือผู้ครอบครองพื้นที่สว่างของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพึ่งพาเศษความสุขจากใคร…

  • 7 กฏจิตวิญญาณของความสำเร็จ

    #กฎของศักยภาพที่บริสุทธิ์(The Law of Pure Potentiality)ใช้เวลาอยู่เงียบๆ แค่อยู่ฝึกสมาธิ ครั้งละ 30 นาที 2 ครั้งต่อวัน สังเกตปรัชญาในชีวิตต่างๆอย่างเงียบ. ฝึกการที่จะไม่ตัดสิน(practice non-judgement) #กฎของการให้(The Law of Giving)แต่ละวัน ให้ของขวัญกับใครก็ตามที่คุณเจอ อาจจะเป็น คำชม หรือ ดอกไม้รับของขวัญอย่างยินดีให้รักษาความมั่งคั่งให้หมุนเวียนโดยการให้และรับ ความห่วงใย ความชอบพอ ความซาบซึ้งเห็นคุณค่า และ ความรัก ระหว่างกัน #กฎของกรรม(The Law of Karma)ทุกๆการกระทำจะสร้างแรงหรือพลังงานที่จะย้อนกลับมาในลักษณะคล้ายๆกันการเลือกการกระทำที่จะนำความสุขและความสำเร็จไปให้ผู้อื่น จะเป็นการรับรองว่าจะมีกระแสของความสุขและความสำเร็จกลับมาหาคุณ #กฎของการพยายามน้อยที่สุด(The Law of Least Effort)ยอมรับผู้คน สถานะการณ์ เหตุการณ์ ต่างๆ ในแบบที่เป็นมีความรับผิดชอบต่อสถานะของคุณ ต่อเหตุการณ์ทุกๆอย่างที่อาจจะเป็นปัญหาปล่อยวางความต้องการที่คุณจะเถียงอธิบายมุมมองของคุณ #กฎของความมุ่งมั่น(The Law of Intention and Desire)สิ่งที่ซ่อนอยู่ในทุกๆความมุ่งมั่นปรารถนา คือ กลไก สำหรับการเติมเต็มเขียนรายการของสิ่งที่คุณปรารถนาเมื่อสิ่งต่างๆไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคิด ให้เชื่อว่ามันมีเหตุผลของมัน #กฎของการปล่อยวาง(The…

  • เทวดาประจำตัวมาจากไหน

    #เทวดาประจำตัวมาจากไหน“ครูไม่สามารถบอกคุณได้ แสงมาได้อย่างไร สิ่งที่ครูรู้ คือมันโบราณกว่า กว่าจินตนาการ ที่มันเดินทาง ทั่วเวิ้งว้างอันน่าพิศวง ที่จะมาหาเรา ที่มันรัก กำลังค้นหา อะไรที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่หายไป สิ่งที่ลืม หรืออยู่ในอันตราย หรือเจ็บปวด ว่ามีความชื่นชอบ สำหรับร่างกาย เพื่อหาหนทาง ต่อเนื้อ สำหรับติดตามขอบ ของรูปแบบ เพื่อส่องประกาย ผ่านดวงตา มือ, หัวใจ. ครูไม่สามารถบอกคุณได้ แสงมาได้อย่างไร แต่มันเป็นเช่นนั้น ว่ามันจะ ว่ามันเป็นไปตามทางของมัน สู่ความมืดมิดที่สุด ที่โอบล้อมคุณ แม้ว่าจะดูเหมือน มาช้านาน หรือมาเป็นรูปเป็นร่าง คุณไม่ได้คาดการณ์ไว้ แล้วก็ ขอให้เราในวันนี้ หันตัวเราเข้าหามัน ขอให้เราเงยหน้าขึ้น เพื่อให้มันมาหาเรา ขอให้เรางอร่างกายของเรา เพื่อทำตามส่วนโค้งที่ทำ ขออนุญาติเปิด และเปิดมากขึ้น และยังคงเปิดอยู่ สู่แสงสว่างอันประเสริฐ ที่มา” รักนะจ๊ะ

  • อาลัยสติดวงวิญญาณเก่า

    #อาลัยสติดวงวิญญาณเก่า ชีวิตและความสุขที่จะช่วยให้จิตใจที่กว้างขวางเปิดและกําลังดําเนินชีวิตอย่างมีความสุข ควรเตือนตนเองบ่อยๆว่าถ้าคนคนหนึ่งคิดเสมอว่าเขาเป็นคนที่ดีมากกว่าคนอื่นๆ #เพราะเขาฉลาดมีอํานาจที่ดีมีความสามารถที่ดีมีอํานาจที่รวดเร็ว…  นั่นคือ เหมือนคนนั่งอยู่บนที่สูงที่สุดของภูเขาสูง #อย่างไรก็ตามที่นั่นหนาวและรุนแรงมาก #ผู้คนจะรู้สึกโดดเดี่ยวและต้นไม้ไม่สามารถเติบโตที่นั่นได้เลย ในทางตรงกันข้ามกับคนที่มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ในตําแหน่งที่ต่ำกว่าคนอื่น จะเพลิดเพลินกับชีวิตด้านล่างที่เต็มไปด้วยความสุข

  • การหลอกจิตคือการ “วางยาพิษตัวเอง”

    ธรรมจากประตู 🚩🚩🚩 ๒๖ เมษายน ๒๕๖๙ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการหลอกจิตตัวเอง (เช่น แกล้งทำเป็นสงบแต่ข้างในเดือดปาล หรือแกล้งทำเป็นรวยแต่จิตขาดแคลน) คือการสร้าง “รหัสลวง” ที่ส่งผลเสียต่อตัวสำเร็จอย่างรุนแรง ดังนี้ 🆘🆘🆘 รหัส “จิตแยกส่วน”เมื่อปากพูดอย่างแต่ใจคิดอีกอย่างพลังงานจะแตกกระจาย ไม่ควบแน่นเป็นดวงแก้วที่ทรงพลัง ทำให้้ราสูญเสีย “แรงอัด”ในการดึงดูดโภคทรัพย์ ทำอะไรก็ครึ่งๆ กลางๆ ไม่สำเร็จจริง 🆘🆘🆘รหัส “ท่อพลังงานบิดเบี้ยว”การหลอกจิตคือการส่งมวลสารปลอมเข้าไปในท่อบุญ ทำให้เทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อ่านรหัสเราไม่ได้ ท่านจะส่งการช่วยเหลือมาไม่ถูกจุด เพราะคลื่นความถี่ที่เราส่งออกไปมัน “ไม่ตรงกับความจริง” 🆘🆘🆘รหัส “วิบากพอกพูน” การหลอกตัวเองคือการสร้าง “อวิชชา” ซ้อนลงไปบนดวงจิต ยิ่งหลอกนานเข้า มวลสารดำจะยิ่งหนา จนเราหา “ตัวตนที่แท้จริง” ไม่เจอ กลายเป็นคนหลงมิติที่แก้กรรมตัวเองไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นเหตุที่แท้จริง 🆘🆘🆘 รหัส “ตัวสำเร็จปลอม“: ผลลัพธ์ที่ได้จากการหลอกจิตจะเป็นเพียง “ภาพลวงตา” ที่มาไวไปไว ทรัพย์ที่ได้มาจะรักษาไว้ไม่ได้ เพราะฐานของจิตไม่ได้รองรับด้วยมวลสารสัจจะ การหลอกจิตคือการ “วางยาพิษตัวเอง”ทำให้ดวงแก้วมัวหมองและเสียเวลาในภพชาติปัจจุบันไปเปล่าประโยชน์ตอนนี้คุณพร้อมที่จะ “เลิกหลอก” แล้วยอมรับความจริงทุกมวลสาร เพื่อล้างรหัสปลอมแล้วสร้าง “ตัวสำเร็จที่ยั่งยืน” หรือยัง…

  • ไม่มีกิจกรรมภายนอกใด

    ไม่มีกิจกรรมภายนอกใดที่จะช่วยให้โลกภายในของคุณเปลี่ยนแปลงมีแต่หัวใจและโลกภายในของคุณเท่านั้นที่จะสร้างสันต์ โลกภายนอกของคุณให้งดงาม ไม่ว่าคุณจะขาดการศึกษาความรู้หรืออิทธิพลใดก็ตามคุณสามารถรับได้จากใครก็ตามที่มีมัน การแลกเปลี่ยนความโปรดปรานและการแลกเปลี่ยนความรู้เป็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก