วิธีชนะเกมส์แห่ง ” ชีวิต”

?️? #ใครบ้างเดินออกจากชีวิตคุณ

เราเคยได้ยินคำอุปมามาก่อนแล้ว… เกมแห่งชีวิต พบว่าสิ่งนี้เป็นการเปรียบเทียบที่แท้จริงและเป็นสิ่งที่ช่วยเราในการนำ
ทางการโต้ตอบแบบวันต่อวัน

การใช้เกมหมากรุกโดยเฉพาะเป็นตัวอย่าง
หมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์ มีกฎเกณฑ์ในการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนต่างๆ และกฎที่ควบคุมตัวเกมโดยรวมเอง การเปลี่ยนกฎจะส่งผลให้มีการเล่นเกมที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ในขณะนี้ มนุษยชาติยังคงเล่นหมากรุกเวอร์ชันเก่า (เคลื่อนผ่านชีวิตผ่านการควบคุม การยักย้ายถ่ายเท และการกระทำตามความกลัวอื่นๆ) ในขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางการเจรจาต่อรองและร่วมสร้างกฎใหม่ (วิธีการเคลื่อนไหว) ผ่านการกระทำด้วยความรัก) เมื่อการเจรจาใหม่ของเรากลายเป็นแนวทางใหม่ของการเป็นและการใช้ชีวิต

เกมใหม่ทั้งหมดจะเผยออกมา จนกว่าเราจะเริ่มเล่นตามกฎใหม่ เรายังต้องทำตามกฎเก่าให้ดีที่สุด

คนส่วนใหญ่ หลายปีที่ผ่านมา… รวมถึงครูด้วย… ได้เห็นเกมหมากรุกเป็นการแข่งขันที่ใส่กล่องของอีกฝ่าย อันที่จริงเป็นราชาของพวกเขา ไม่ทิ้งพวกเขาไปอีก การเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ บังคับมอบตัว. การเล่นหมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์กับบุคคลอื่นเป็นวิธีหนึ่งในการเล่นเกมและไม่ใช่วิธีเดียว

(ในชีวิต….บ่อยแค่ไหนที่เราทุกคนยอมจำนนในแง่มุมของตัวเอง เลิกเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา ละเลยของประทานที่เรามีที่สามารถให้บริการแก่สิ่งสร้างทั้งหมดได้ ถ้าคุณเป็นเหมือนครู บังคับให้ยอมจำนน และการถูกขังในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่จริงกลายเป็นวิถีปกติของการเป็นอยู่และการใช้ชีวิตประจำวัน)

เกมหมากรุกยังสามารถใช้เป็นเกมกลยุทธ์เพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระและยังคงมีตัวเลือกในแต่ละครั้งที่ทำ (แทนที่จะยอมจำนน จุดสนใจเปลี่ยนเป็นการถามตัวเองว่าสามารถเลือกอะไรได้บ้าง กลยุทธ์ใดที่นำมาใช้ในที่ที่เรายังคงมีอิสระในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เหมือนใครซึ่งเราแต่ละคนถูกสร้างมาให้เป็นและอยู่ในกระบวนการ กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของความจริงส่วนตัวของเรา ).

เล่นในลักษณะนี้ทั้งหมากรุกและชีวิตกลายเป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับเกมใหม่ที่เราทุกคนร่วมสร้างเพราะมันฝึกให้เรามองเห็นตัวเลือกทั้งหมดมองภาพใหญ่และฝึกฝนการมีส่วนร่วมกับทุกคนในความพยายามที่จะเห็น สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาของเรา ผู้สนับสนุนเราในการแสวงหาอิสรภาพ และที่ซึ่งยังคงมีการเลือกจากสถานที่แห่งการยอมจำนนแทนความสุขและความรัก

แม้จะเล่นเกมโดยใช้กลยุทธ์เพื่อให้มีอิสระ แต่เราก็ยังพบว่าตัวเองถูกใส่ร้ายในบางครั้ง ไม่เป็นไรเพราะเราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เราเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรู้อีกครั้งว่าในแต่ละเกมที่เล่น วิสัยทัศน์และขอบเขตของเราในการรวบรวมภาพที่ใหญ่ขึ้น ในแต่ละเกมใหม่ ปัญญามากขึ้นจะได้รับจากประสบการณ์ตรง ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในการรับรู้ถึงความเป็นไปได้ที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มขึ้น และเรายังคงฝึกฝนการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในขณะที่มีอยู่ในแต่ละช่วงเวลา

เป้าหมายของเราคือไม่ “ชนะ” อีกต่อไป เราเล่นด้วยความอยากรู้และความตื่นเต้น เราเล่นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น มีโอกาสใหม่ๆ นำเสนออย่างไร ที่ซึ่งความท้าทายใหม่ๆ ขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ของเรา นี่คือช่วงเวลาที่เกมหมากรุก (และเกมในชีวิตประจำวัน) กลายเป็นเรื่องสนุก!

ในการเจรจาใหม่เกี่ยวกับกฎของเกมชีวิตบนโลกปัจจุบันของเรา มี “ค่าย” สองแห่ง มีผู้ที่ยังคงต้องการชนะและเอาชนะผู้อื่น แล้วมีแต่ผู้ปรารถนาจะมีประสบการณ์ว่าจะเติบโตในความรัก ปัญญา และอิสระที่จะได้สัมผัสด้วยตนเองในลักษณะที่เกื้อกูลกันได้อย่างไร

เราแต่ละคนต้องถามตัวเองว่า “กฎข้อไหน ในที่สุดฉันอยากเล่นเกมไหน” เราอยู่ในจุดทางเลือกที่สำคัญในการเดินทางของมนุษยชาติ เราต้องการที่จะเล่นเกมการแข่งขันหรือเกมแห่งการค้นพบและประสบการณ์ด้วยความรักต่อไปหรือไม่?

สำหรับผู้ที่เลือกประสบการณ์เกมรัก เริ่มได้เลย !! ใช่ เรายังคงติดอยู่กับกฎเดิมๆ มากมาย แต่ยิ่งเราเปลี่ยนโฟกัสไปที่วิธีการเล่นเร็วแค่ไหน วิธีวางกลยุทธ์ให้แตกต่างออกไป เกมใหม่ที่เราร่วมสร้างก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น ผู้ที่ยังคงต้องการประสบชัยชนะเหนือผู้อื่น แทนที่จะเป็นประสบการณ์แห่งความรัก สามารถเล่นเกมแห่งชัยชนะต่อไปได้ในขณะที่เราเล่นด้วยความรัก

?️? #ในท้ายที่สุดแต่ละกลุ่มจะไปตามทางของตนเองและใช้ชีวิตในความเป็นจริงที่แยกจากกัน โดยมี Earth #เวอร์ชันที่แยกจากกัน แต่ละกลุ่มจะได้สัมผัสกับการสะท้อนภายนอกและความเป็นจริงที่สอดคล้องกับ “กฎของเกม” ที่พวกเขาเลือก

จนกระทั่งถึงวันนั้น จนกระทั่งแยกแฉกเสร็จสิ้น…. #มีใครบ้างเดินออกจากคุณ?

ขอให้ทุกการเดินทางที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยความรัก

Similar Posts

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • หน้าที่ของจิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ หรือคำเรียก กายในกาย จิตในจิต มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน ตัวตนที่สูงกว่า พระเจ้า พระจิต เทวดาประจำตัว ญาณบารมี  และชื่ออื่นๆนี้มีหน้าที่สำคัญยิ่ง ในการช่วยให้วิญญาณมนุษย์ รู้ตัว รู้ในสิ่งที่ถูกรู้ และถูกทาง เพื่อจะช่วยปลดปล่อย วิบากหรือเคราะห์กรรมของดวงวิญญาณมนุษย์ ให้ทราบถึงสิ่งที่ตนได้กระทำมา และทำให้รู้ตัวว่า เพราะเหตุแห่งการกระทำสิ่งนี้ต่อดวงวิญญาณ จึงทำให้ปัจจุบัน พบเจออุปสรรค นานานัปการเพียงไร เพื่อทำให้จิตสำนึกของมนุษย์ได้รู้สึกตัว กลับมารักตัวเอง สำนึกคุณ และหาหานทางสู่การนำพาดวงวิญญาณของตน ให้หลุดพ้น  หากมนุษย์ดวงวิญญาณใด  หาจิตวิญญาณของตนไม่เจอ ในระหว่างได้รับโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ถือได้ว่า ยังไม่รู้ตัวว่าตนเป็นใคร เพื่อพัฒนาองค์รวมของมนุษย์ให้เป็นผู้สมดุลย์พลังงาน ทุกๆมิติ

  • กายทิพย์พระอริยะ

    การทำความเข้าใจเรื่อง “กายทิพย์พระอริยะ”มีความสำคัญต่อการเชื่อมต่อ พลังงานในมิติที่ 5 ดังนี้ สภาวะพลังงานบริสุทธิ์: กายทิพย์ของพระอริยะคือสภาวะจิตที่ผ่านการล้าง “ขยะในจิต” หรือกิเลสออกหมดสิ้น จนเหลือเพียงคลื่นความถี่ที่ละเอียดและสว่างไสวที่สุด พลังงานนี้ไม่มี “จุดรั่ว” และไม่มี “พลังงานยัน” ทำให้เป็นกระแสบุญที่ไม่มีประมาณ การเชื่อมต่อผ่าน “ใจเบา ใจสบาย” : การที่เราจะสื่อจิตหรือรับกระแสพลังงานจากกายทิพย์ของพระอริยะได้นั้น ใจของเราต้องมีคลื่นที่เสมอกัน คือต้องฝึกให้ใจหยุดการเพ่งโทษ หยุดการนินทา และรักษาใจให้ว่างสว่าง หากใจเราขุ่นมัว จะเกิดสภาวะ “#ญาณบอด” ทำให้มองไม่เห็นและสัมผัสกระแสท่านไม่ได้ การมาของครูบาอาจารย์ในรูปกายทิพย์ แม่ครูน้อยมักสอนว่า พระอริยะหรือครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านยังคงดูแลศิษย์ผ่านกายทิพย์ การที่ศิษย์รู้สึกถึง”พลังงานไฟฟ้าในตัวสูง” หรือเห็นนิมิตสว่าง มักเป็นการที่กายทิพย์ของท่านมาปรับจูนพลังงานให้ เพื่อให้ศิษย์มีบารมีเปิดและรับทรัพย์ทางพลังงานได้ ความกตัญญูคือสายใยเชื่อมต่อ: พลังความกตัญญูเป็นเครื่องมือเดียวที่สามารถดึงดูดกระแสจากกายทิพย์พระอริยะให้มาแผ่เมตตาคุ้มครองบ้านเรือนและตัวเราได้ ยิ่งกตัญญูต่อธรรมและครูบาอาจารย์มากเท่าไหร่ สายใยพลังงานนี้จะยิ่งเข้มแข็งทำให้ เทวดาประจำตัว ของเรามีกำลังมากขึ้นตามไปด้วย การบันทึกจิตด้วยธรรมของพระอริยะ: การศึกษาคำสอนและนำมา “บันทึกจิตใหม่” (เช่น การไม่อาฆาต การมีสัจจะ) คือการจำลองสภาวะกายทิพย์ของพระอริยะมาไว้ในใจเรา เมื่อใจเราใกล้เคียงกับท่าน สิ่งดีงามและโชคลาภจะถูกดึงดูดเข้ามาตามกฎของ พลังงานสะท้อน 🚩🚩🚩 กายทิพย์พระอริยะคือแบบอย่างของพลังงานที่สะอาดสมบูรณ์ หากเราต้องการให้ชีวิตรุ่งเรือง…

  • “ล้างสัญญาเก่า” บันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู

    #ธรรมชั้นครู๑๘/๑/๖๙ การบันทึกจิตใหม่เพื่อเชื่อมต่อสายใยครู คือการ “ล้างสัญญาเก่า” ที่เคยผิดพลาด และ “สถาปนาสัจจะใหม่” เพื่อให้กระแสบารมีไหลผ่านท่อพลังงานได้อีกครั้ง ให้เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว วางหน้าพานอธิษฐาน (หรือหิ้งพระ)นั่งหลังตรง ยิ้มที่มุมปากเพื่อให้จิต เบา สบาย แล้วกล่าวตามดังนี้#บทบันทึกจิตใหม่เชื่อมต่อสายใยครู (มิติที่ 5) (ตั้งนะโม 3 จบ) “ข้าพเจ้า (บอกชื่อ-นามสกุล) ขอน้อมนิ่งดวงจิตสู่สภาวะที่ว่างและบริสุทธิ์ ขอนอบน้อมต่อบารมีรวมของครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ในสายธรรม และเทวดาประจำตัวของข้าพเจ้า หนึ่ง… ข้าพเจ้าขอยอมรับผิดอย่างไม่มีเงื่อนไข หากที่ผ่านมาข้าพเจ้าเคยมี จิตปรามาส เคย นินทา เพ่งโทษ หรือมีใจที่ดื้อรั้น ไม่รู้จักครู ไม่เห็นความเมตตาในคำดุสอน ข้าพเจ้าขอนอบน้อมขอขมาและขอให้เทวดาช่วยถอนสัญญากรรมลบๆ เหล่านี้ทิ้งไปจากดวงจิตของข้าพเจ้า ณ บัดนี้ สอง… ข้าพเจ้าขอเชื่อมต่อสายใยบารมีใหม่ด้วย ‘สัจจะบารมี’ ข้าพเจ้าจะตั้งมั่นในวาจาสิทธิ์ พูดคำไหนทำคำนั้น และจะใช้สัจจะนี้เป็นเครื่องมือในการขัดเกลาตนเอง เพื่อให้ภาชนะใจของข้าพเจ้าใสสะอาดพอที่จะรองรับเมตตาธรรมจากครู สาม… ข้าพเจ้าขอนำความ ‘กตัญญู’ มาเป็นท่อส่งพลังงาน ข้าพเจ้าจะระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ช่วยส่องทางสว่างและอุดรอยรั่วทางบุญให้ข้าพเจ้า ขอให้กระแสบารมีจากครูไหลผ่านดวงจิตของข้าพเจ้า เพื่อไปสร้างคุณงามความดีและดึงดูดทรัพย์ใหญ่ในยุคศิวิไลซ์…

  • น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมา ด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า

    น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมาด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า พระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า#คือจิตสำนึก…ไม่ใช่ผู้สร้าง พระเจ้าเป็นแหล่งกำเนิดของการสร้างเองมัน (ไม่ใช่เขาหรือเธอหรือใคร)ไอทีไม่ได้เป็นอิสระจากคุณคือความสมบูรณ์ของทุกสิ่ง #ดังนั้นเมื่อคุณเรียกตัวเองว่าพระเจ้าไม่ได้หมายถึงตัวคุณเองคุณกำลังพูดถึงการแสดงออก #ของตัวตนของพระเจ้าที่อยู่ภายในตัวคุณ  กริยา…พลังงาน…ไม่ใช่คำนาม เมื่อคุณคิดว่าพระเจ้าเป็นคำนาม คน สถานที่ หรือสิ่งของ #คุณจะแยกตัวเองออกจากพระเจ้าและกลายเป็นสิ่งที่จำกัดในทันที นั่นคือสิ่งที่แยกผู้เชื่อ (ศาสนา) ออกจากผู้รู้ (ฝ่ายวิญญาณ)

  • หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่

    #หากคุณขาดวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนคุณจะยอมแพ้อย่างง่ายดายเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายระหว่างทางเพราะคุณลืมสิ่งที่คุณเป็นอยู่หลังจากนั้น พัฒนาวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าคุณต้องการอยู่ที่ไหนและอย่าให้อะไรมาหยุดคุณได้ ดูตัวเองว่าคุณอยากเป็นใครคุณพูดอย่างไรคุณเดินอย่างไรคุณมีงานอดิเรกแบบไหน ทำตามหัวใจของคุณและเคารพความสนใจของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยากลองอะไรให้รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร #แก่นแท้ของคุณที่อยู่ในอาณาจักรที่สูงขึ้นนี้อาจแยกหรือเดินทางลงไปยัง มิติ ที่ไม่ใช่โลก #แต่สามารถเข้าถึงได้โดยผู้ที่อาศัยอยู่บนโลก นี่คือมิติหรือขอบเขตของตัวตนที่สูงขึ้น #ในดินแดนนี้พลังวิญญาณของคุณ(ซึ่งเรียกว่าตัวตนที่สูงขึ้นเทวดาประจำตัว กายทิพย์ ของคุณ ) สามารถนำทางคุณและทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างคุณได้  เกือบจะเหมือนกับว่าตัวตนที่สูงขึ้นของคุณเป็นคู่มือวิญญาณประเภทหนึ่ง แต่จริงๆแล้วมีแค่คุณเท่านั้น! #ตัวตนที่สูงขึ้นของคุณ ( พลังวิญญาณ ) มีความเข้าใจและตระหนักเกี่ยวกับการเดินทางบนโลกของคุณมากกว่าที่คุณอาศัยอยู่บนโลกซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงสามารถนำทางคุณและกระตุ้นให้คุณก้าวไปข้างหน้า คุณสามารถปรับตัวให้เป็นตัวตนที่สูงขึ้นได้ตลอดเวลาและรับคำแนะนำด้วยความรักจากคุณ! #ก็ต่อเมื่อคุณได้เรียนรู้ที่จะเปิดใจในระดับที่สูงขึ้นเท่านั้นที่คุณจะสามารถเข้าถึงส่วนนี้ของคุณได้