วิธีชนะเกมส์แห่ง ” ชีวิต”

?️? #ใครบ้างเดินออกจากชีวิตคุณ

เราเคยได้ยินคำอุปมามาก่อนแล้ว… เกมแห่งชีวิต พบว่าสิ่งนี้เป็นการเปรียบเทียบที่แท้จริงและเป็นสิ่งที่ช่วยเราในการนำ
ทางการโต้ตอบแบบวันต่อวัน

การใช้เกมหมากรุกโดยเฉพาะเป็นตัวอย่าง
หมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์ มีกฎเกณฑ์ในการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนต่างๆ และกฎที่ควบคุมตัวเกมโดยรวมเอง การเปลี่ยนกฎจะส่งผลให้มีการเล่นเกมที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ในขณะนี้ มนุษยชาติยังคงเล่นหมากรุกเวอร์ชันเก่า (เคลื่อนผ่านชีวิตผ่านการควบคุม การยักย้ายถ่ายเท และการกระทำตามความกลัวอื่นๆ) ในขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางการเจรจาต่อรองและร่วมสร้างกฎใหม่ (วิธีการเคลื่อนไหว) ผ่านการกระทำด้วยความรัก) เมื่อการเจรจาใหม่ของเรากลายเป็นแนวทางใหม่ของการเป็นและการใช้ชีวิต

เกมใหม่ทั้งหมดจะเผยออกมา จนกว่าเราจะเริ่มเล่นตามกฎใหม่ เรายังต้องทำตามกฎเก่าให้ดีที่สุด

คนส่วนใหญ่ หลายปีที่ผ่านมา… รวมถึงครูด้วย… ได้เห็นเกมหมากรุกเป็นการแข่งขันที่ใส่กล่องของอีกฝ่าย อันที่จริงเป็นราชาของพวกเขา ไม่ทิ้งพวกเขาไปอีก การเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ บังคับมอบตัว. การเล่นหมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์กับบุคคลอื่นเป็นวิธีหนึ่งในการเล่นเกมและไม่ใช่วิธีเดียว

(ในชีวิต….บ่อยแค่ไหนที่เราทุกคนยอมจำนนในแง่มุมของตัวเอง เลิกเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา ละเลยของประทานที่เรามีที่สามารถให้บริการแก่สิ่งสร้างทั้งหมดได้ ถ้าคุณเป็นเหมือนครู บังคับให้ยอมจำนน และการถูกขังในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่จริงกลายเป็นวิถีปกติของการเป็นอยู่และการใช้ชีวิตประจำวัน)

เกมหมากรุกยังสามารถใช้เป็นเกมกลยุทธ์เพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระและยังคงมีตัวเลือกในแต่ละครั้งที่ทำ (แทนที่จะยอมจำนน จุดสนใจเปลี่ยนเป็นการถามตัวเองว่าสามารถเลือกอะไรได้บ้าง กลยุทธ์ใดที่นำมาใช้ในที่ที่เรายังคงมีอิสระในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เหมือนใครซึ่งเราแต่ละคนถูกสร้างมาให้เป็นและอยู่ในกระบวนการ กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของความจริงส่วนตัวของเรา ).

เล่นในลักษณะนี้ทั้งหมากรุกและชีวิตกลายเป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับเกมใหม่ที่เราทุกคนร่วมสร้างเพราะมันฝึกให้เรามองเห็นตัวเลือกทั้งหมดมองภาพใหญ่และฝึกฝนการมีส่วนร่วมกับทุกคนในความพยายามที่จะเห็น สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาของเรา ผู้สนับสนุนเราในการแสวงหาอิสรภาพ และที่ซึ่งยังคงมีการเลือกจากสถานที่แห่งการยอมจำนนแทนความสุขและความรัก

แม้จะเล่นเกมโดยใช้กลยุทธ์เพื่อให้มีอิสระ แต่เราก็ยังพบว่าตัวเองถูกใส่ร้ายในบางครั้ง ไม่เป็นไรเพราะเราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เราเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรู้อีกครั้งว่าในแต่ละเกมที่เล่น วิสัยทัศน์และขอบเขตของเราในการรวบรวมภาพที่ใหญ่ขึ้น ในแต่ละเกมใหม่ ปัญญามากขึ้นจะได้รับจากประสบการณ์ตรง ความสามารถที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในการรับรู้ถึงความเป็นไปได้ที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มขึ้น และเรายังคงฝึกฝนการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในขณะที่มีอยู่ในแต่ละช่วงเวลา

เป้าหมายของเราคือไม่ “ชนะ” อีกต่อไป เราเล่นด้วยความอยากรู้และความตื่นเต้น เราเล่นเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น มีโอกาสใหม่ๆ นำเสนออย่างไร ที่ซึ่งความท้าทายใหม่ๆ ขยายขอบเขตความคิดสร้างสรรค์ของเรา นี่คือช่วงเวลาที่เกมหมากรุก (และเกมในชีวิตประจำวัน) กลายเป็นเรื่องสนุก!

ในการเจรจาใหม่เกี่ยวกับกฎของเกมชีวิตบนโลกปัจจุบันของเรา มี “ค่าย” สองแห่ง มีผู้ที่ยังคงต้องการชนะและเอาชนะผู้อื่น แล้วมีแต่ผู้ปรารถนาจะมีประสบการณ์ว่าจะเติบโตในความรัก ปัญญา และอิสระที่จะได้สัมผัสด้วยตนเองในลักษณะที่เกื้อกูลกันได้อย่างไร

เราแต่ละคนต้องถามตัวเองว่า “กฎข้อไหน ในที่สุดฉันอยากเล่นเกมไหน” เราอยู่ในจุดทางเลือกที่สำคัญในการเดินทางของมนุษยชาติ เราต้องการที่จะเล่นเกมการแข่งขันหรือเกมแห่งการค้นพบและประสบการณ์ด้วยความรักต่อไปหรือไม่?

สำหรับผู้ที่เลือกประสบการณ์เกมรัก เริ่มได้เลย !! ใช่ เรายังคงติดอยู่กับกฎเดิมๆ มากมาย แต่ยิ่งเราเปลี่ยนโฟกัสไปที่วิธีการเล่นเร็วแค่ไหน วิธีวางกลยุทธ์ให้แตกต่างออกไป เกมใหม่ที่เราร่วมสร้างก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น ผู้ที่ยังคงต้องการประสบชัยชนะเหนือผู้อื่น แทนที่จะเป็นประสบการณ์แห่งความรัก สามารถเล่นเกมแห่งชัยชนะต่อไปได้ในขณะที่เราเล่นด้วยความรัก

?️? #ในท้ายที่สุดแต่ละกลุ่มจะไปตามทางของตนเองและใช้ชีวิตในความเป็นจริงที่แยกจากกัน โดยมี Earth #เวอร์ชันที่แยกจากกัน แต่ละกลุ่มจะได้สัมผัสกับการสะท้อนภายนอกและความเป็นจริงที่สอดคล้องกับ “กฎของเกม” ที่พวกเขาเลือก

จนกระทั่งถึงวันนั้น จนกระทั่งแยกแฉกเสร็จสิ้น…. #มีใครบ้างเดินออกจากคุณ?

ขอให้ทุกการเดินทางที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยความรัก

Similar Posts

  • จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้

    จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้กับจิตวิญญาณอย่างแท้จริงใครไม่อยากอยู่ด้วยคุณก็อยู่คนเดียวเพื่อนและความมั่งคั่งที่คุ้นเคยและวัตถุต่างๆต่างก็เย้ยหยัน#ดังนั้นจงทิ้งมันไปความทะเยอทะยานและก้าวร้าวจะเกิดหากคุณอยู่กับคนอื่นๆ#ใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเองและฝึกฝนจิตวิญญาณ

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…

  • “รหัสใจอิสระ”

    “รหัสใจอิสระ“ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) เมื่อชีวิตถึงจุดที่สมดุล มวลสารใน ศูนย์กลางกาย จะนิ่งและแน่นจนไม่เกิดแรงดึงดูดที่ จะไปคว้าเอาเศษกรรมของผู้อื่นมาปนเปื้อน ทำไมความสมดุลนี้จึงเป็นรหัสชั้นสูง รหัส “วงโคจรส่วนตัว” เมื่อใจเราสมดุล เราจะมีสนามพลังที่เป็นเอกเทศ ไม่เป็น “ทาสทางอารมณ์” ของใคร เราจะมองเห็นความสุขและความทุกข์ของเพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นเพียง มวลสารที่ผ่านมาแล้วผ่านไป โดยที่ดวงแก้วของเราไม่กระเพื่อมตาม รหัส “หยุดการจูนคลื่นต่างแดน” การดึงสุขหรือทุกข์ของคนอื่นมาใส่ตัว คือการทำให้รหัสชีวิตตัวเองรวน ความสมดุลจะช่วยให้เรารักษา ความถี่ (Frequency) ของตัวเองไว้ได้คงที่ ทำให้คุณมีพลังเหลือเฟือที่จะสร้างสรรค์ “ตัวสำเร็จ” ในทางของคุณเอง รหัส “เมตตาไร้พันธนาการ” คุณยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่เป็นการช่วยด้วย มวลสารสว่าง ที่ส่งออกไป โดยไม่เอาตัวเข้าไปแบก (ไม่ใช้ความสงสารที่ความถี่ต่ำ) นี่คือความสมดุลที่ทำให้คุณช่วยคนได้มากกว่าเดิม โดยที่บารมีของคุณไม่ลดลง รหัส “ป้องกันขยะวิญญาณ” สุขทางโลกของคนอื่นมักแฝงด้วยความหลง ทุกข์ของคนอื่นมักแฝงด้วยโทสะ การไม่ดึงรหัสเหล่านี้มาใส่ตัว คือการทำความสะอาดทางจิตวิญญาณแบบ Real-time ทำให้ใจคุณใสเป็นปกติอยู่เสมอ ชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่ “รู้ขอบเขตของมวลสาร” เราคือผู้ครอบครองพื้นที่สว่างของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพึ่งพาเศษความสุขจากใคร…

  • มารทดสอบ

    “มารสอบ” หรือการที่มารเข้ามาทดสอบบารมี คือสัญญาณว่าเรากำลังจะได้รับ “ของใหญ่” หรือโชคลาภก้อนโต #แต่มารจะมาขวางเพื่อให้เราสอบตกและหลุดจากสภาวะบุญ ดังนี้ มาทดสอบในรูปแบบ “#คนใกล้ตัว” มารมักดลใจให้คนรัก ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทำตัวน่ารำคาญหรือขัดใจ เพื่อดูว่าเราจะรักษาความสงบได้ไหม หากเราหลุดด่าทอหรือโกรธเคือง จะเกิด รอยรั่วทางบุญ ทันที และทำให้โชคลาภที่กำลังจะมาต้องหยุดชะงักไป มาทดสอบในรูปแบบ “คำพูดนินทา”: เมื่อเราเริ่มปฏิบัติธรรมหรือชีวิตเริ่มดีขึ้น มารจะส่งบททดสอบมาเป็นคำถากถางหรือการนินทา เพื่อให้คุณเกิด พลังงานยัน (ความพยาบาท/ความโกรธ) หากเราเข้าไปตอบโต้ จิตจะดิ่งลงจากมิติที่สูงและกลายเป็นสภาวะ ญาณบอด มาทดสอบ “สัจจะบารมี” หากเราตั้งสัจจะว่าจะทำสิ่งใด มารจะส่งอุปสรรคหรือความขี้เกียจมาดลใจเพื่อให้เราผิดคำพูด หากเราสอบตกในเรื่อง สัจจะ พลังอำนาจในการดึงดูดทรัพย์จะหายไป และเกิดอาการ เงินหนี มาทดสอบ “ความกตัญญู” มารจะพยายามดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ เพื่อให้เราปรามาสหรือมองข้ามพระคุณ ซึ่งเป็นการตัด ท่อบารมี ของเราเอง #วิธีสอบให้ผ่าน นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว: เมื่อเจอเหตุการณ์กระทบใจ ให้บอกตัวเองว่า “มารกำลังทดสอบบารมี” แล้วรักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โต้ตอบ บันทึกจิตใหม่: พลิกความโกรธให้เป็นความสงสารหรือความกตัญญูทันที…

  • สิ่งที่วิญญาณของคุณพยายามจะบอกคุณ

    #สิ่งที่วิญญาณของคุณพยายามจะบอกคุณเมื่อจิตวิญญาณของคุณพยายามจะพูดกับคุณ โดยทั่วไปแล้ว #ควรฟัง นี่เป็นเพราะว่าจิตวิญญาณของเราเป็นรูปแบบการดำรงอยู่ที่ทรงพลังที่สุด สมบูรณ์ที่สุดของเรา เขาพยายามช่วยให้คุณเติบโตและเชื่อมต่อกับโลกรอบตัวคุณอยู่เสมอ #บางครั้งเราพยายามเพิกเฉยต่อสิ่งที่เขาพูด หรือรู้สึกว่าเราไม่มีเวลาที่จะแยกแยะปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไขซึ่งกำลังนำกลับมา #แต่เราต้องให้ความสนใจกับจิตวิญญาณ และความปรารถนาของเขาตามที่ควรและเราสามารถเริ่มต้นด้วย #การให้เกียรติบทเรียนที่จิตวิญญาณต้องการสอนคุณ #วัตถุมงคลไม่มีวันสร้างสุขถาวรรู้ว่าคุณต้องการรถใหม่และบ้านที่ดี แต่จิตวิญญาณของคุณไม่ได้กังวลกับสิ่งเหล่านี้จริงๆ อันที่จริงจิตวิญญาณของคุณไม่รู้จักแม้แต่วัตถุในชีวิตของคุณ #ดังนั้นอย่าหลงทางในการแสวงหาความมั่งคั่ง เน้นทำให้จิตวิญญาณของคุณมีความสุข สิ่งนี้จะช่วยคุณส่งเสริมแง่บวกในทุกด้านของชีวิต #หยุดวิตกกังวลกับอดีตและอนาคตเมื่อเราใช้เวลาเสียใจกับเหตุการณ์ในอดีตหรือเครียดกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เรากำลังสูญเสียพลังงานไปกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เมื่อคุณก้าวออกจากขณะปัจจุบันและอาศัยอยู่ที่อื่น ๆ สิ่งที่คุณกำลังทำคือการระบายน้ำใจของคุณและทำลายจิตวิญญาณของคุณ #ชีวิตมันยากสิ่งหนึ่งที่เราทุกคนต้องตระหนักในจุดหนึ่งคือชีวิตนั้นยากกว่าที่เราคิด แต่ไม่เป็นไรเพราะเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดที่เรามีศักยภาพสูงสุดสำหรับชัยชนะ วิญญาณของคุณมีคำตอบทั้งหมดที่คุณต้องการ ดังนั้นเชื่อว่าไม่ว่าตอนนี้จะยากแค่ไหน คุณก็จะออกมาอีกด้านหนึ่ง #อย่าใช้เวลามากเกินไปในการทำให้คนอื่นมีความสุขสิ่งที่ปลดปล่อยมากที่สุดอย่างหนึ่งที่คนเราตระหนักได้ก็คือพวกเขาไม่สามารถทำให้ทุกคนในชีวิตมีความสุขได้ รู้ว่าพวกเราหลายคนพยายามแล้วและล้มเหลว การทำให้ทุกคนในชีวิตของคุณมีความสุขเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ #บางครั้งคุณต้องเลือกว่าใครจะมีความสุขและใครผิดหวัง ดังนั้น #คุณอาจเลือกตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่คุณสร้างความสุขได้เช่นกัน #ความล้มเหลวและความผิดพลาดมีมากกว่าโอเค แม้ว่าความล้มเหลวและความผิดพลาดอาจทำให้คุณอารมณ์เสีย แต่ก็ทำให้จิตใจคุณเบิกบาน ทำไม? เพราะจากความล้มเหลว เราเรียนรู้มากกว่าที่เราทำจากความสำเร็จ #หากจิตวิญญาณของคุณสามารถพูดกับคุณได้ มันก็จะบอกคุณว่าอัตตาของคุณทำให้คุณรู้สึกแย่กับความล้มเหลว จิตวิญญาณของคุณไม่สามารถมีความสุขมากขึ้นที่คุณพยายามและล้มเหลว

  • บารมีเก่า

    อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่า #บารมีเก่า คือ สิ่งที่เราทุกผู้ทุกคนได้สร้างสมบำเพ็ญมาในอดีต ไม่ว่าจะเกิดมาแล้วกี่ภพกี่ชาติก็ตาม เมื่อเราได้ละสังขารไปแล้วในแต่ละชาติภพ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นทิพย์และจะถูกนำไปเก็บรวบรวมสะสมไว้โดยอัตโนมัติให้กับตัวเราเองในโลกทิพย์ (คล้ายกับการฝากเงินบัญชีออมทรัพย์ในธนาคาร)#การเรียกบารมีเก่า คือการสื่อสารกับโลกทิพย์ ขอนำบุญบารมีเก่าที่เป็นของเรานั้นเองมาใช้พร้อมๆกับการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญบุญในปัจจุบันชาติเพื่อให้การปฏิบัติธรรมนั้นมีความ ก้าวหน้าพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น บรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุด แต่ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เรามีฐานบารมีเก่าของเรามากน้อยแค่ไหน (เหมือนการขอเบิกเงินในบัญชีมาใช้ในการลงทุน ซึ่งหากมีทุนมาก การดำเนินกิจการจะสะดวก,ง่าย,ไปได้เร็ว และได้รับผลกำไรตอบกลับมาเร็วเช่นกัน)#การที่จะเรียกบารมีเก่าของเรามาได้นั้น ซึ่งต้องใช้กำลังของฌานและพลังเยอะมาก การทำด้วยตัวเอง อาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นอาจทำให้จิตของท่านแตกได้ ฉะนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลช่วย เหลือไม่ให้มีผลกระทบร้ายๆเกิดขึ้นกับตัวท่านในภายหลัง สิ่งเป็นทิพย์ส่วนหนึ่งจะเข้ามาซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากฐานบารมีเก่ามีจำกัด ถ้าหากรับไปหมดในคราวเดียวจะทำให้ท่านควบคุมตัวเองไม่ได้ บางท่านทำมาเยอะจะได้ หูทิพย์ตาทิพย์เจโตปริยญาณเลยก็มี สามารถสื่อสารทางโลกทิพย์ ได้ เห็นเทพ, พรหม, วิญญาณ พูดภาษาทิพย์ได้ การปฏิบัติธรรมหลังจากนี้จะให้ผลเร็วมาก จิตของท่านจะละเอียดขึ้น และจะทำให้ท่านได้รับดวงธรรมมาด้วยซึ่งดวงธรรมนี้ก็เป็นทิพย์เช่นกัน#MAEKHUNOYเทวดาประจำตัวรุ่น 45/2021