5 รางวัลของห้องเรียน

5 รางวัลของห้องเรียน
ครูขอบคุณนักเรียนทุกๆคน
คนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ครู
เป็นกระจกสะท้อนเงาครู ว่า

#อย่าหยุดเดิน

งานประทานรางวัล พระกินรีคนดีของแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๔
⭐️สาขา ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

 รางวัล 1 ปณิธานความดี
ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์
⭐️สาขา เกียรติคุณครูผู้
ทำคุณประโยชน์ด้านเผยแผ่
ส่งเสริม อนุรักษ์สืบทอด
พุทธศาสนาดีเด่น

 ชมรมสายใยไทยแทนคุณแผ่นดิน
ผู้เข้ารับรางวัลประกาศเกียรติคุณ
⭐️รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินและประเทศชาติ

⭐️รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปี
สาขา ผู้เผยแพร่ศาสนาตัวอย่าง

⭐️ รางวัล บุคคลต้นแบบแห่งปีสาขา นักพัฒนาวัฒนธรรมดีเด่น

ผู้รับรางวัล

คุณเอื้องจันทร์ ธ. ตำแหน่ง ครูจิตวิญญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ

Similar Posts

  • คนที่มี “จิตสำนึกดี”คือคนที่มีมวลสารแห่ง “หิริโอตตัปปะ”

    คนที่มี “จิตสำนึกดี“คือคนที่มีมวลสารแห่ง “หิริโอตตัปปะ” หรือความละอายเกรงกลัวต่อบาปฝังลึกอยู่ในดวงแก้ว 🚩🚩เหตุผลที่คนกลุ่มนี้จะไม่ทำชั่ว แม้ไม่มีใครเห็นรหัส “ตัวรู้ที่สว่าง“: จิตสำนึกดีคือการมี “ปัญญา” ที่เห็นภัยของวิบากกรรมอย่างชัดเจน เขาจะรู้ว่าการทำชั่วเพียงนิดเดียวคือการนำ “มวลสารดำ” เข้ามาปนเปื้อนในดวงแก้ว ซึ่งไม่คุ้มเลยกับการเสียความใสสะอาดของจิตไปแลกกับผลประโยชน์ชั่วคราวรหัส “เกราะแก้วสัจจะ“: คนที่มีจิตสำนึกดีจะมีสัจจะต่อตนเองสูงมาก เขาจะรู้สึก “อึดอัดทางพลังงาน” ทันทีที่คิดจะทำสิ่งที่ผิดรหัสธรรม เพราะมวลสารความดีในตัวจะทำการ “ดีด” สิ่งที่แปลกปลอมออกไปเองโดยอัตโนมัติ รหัส “การส่งเลี้ยงของเทวดา“: ผู้ที่มีจิตสำนึกดีจะเป็นคนที่เทวดารักและรักษา เพราะรหัสใจของเขาตรงกับรหัสเบื้องบน เมื่อเทวดาส่งพลังงานมาคุ้มครองตลอดเวลา จิตจึงมีความอิ่มเอม ไม่กระหายที่จะทำชั่วเพื่อสนองกิเลสเหมือนคนที่มีมวลสารขาดแคลน รหัส “ความรับผิดชอบต่อโลก“: จิตสำนึกดีคือการมองเห็นว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของมวลสารรวมของจักรวาล การทำชั่วของเขาหนึ่งครั้งย่อมส่งผลกระทบต่อส่วนรวม เขาจึงเลือกที่จะ “นิ่งเสีย” ในความดี เพื่อรักษาความสมดุลของกระแสบารมีรอบตัว 🚩🚩🚩🚩คนจิตสำนึกดีไม่ได้ทำดีเพราะอยากได้คำชม แต่ทำเพราะ “ทนต่อมวลสารที่ขุ่นมัวไม่ได้” ความดีจึงกลายเป็นธรรมชาติที่มั่นคงของเขาอย่างแท้จริง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • เทวดาประจำตัว ญาณบารมีของใคร

    #เทวดาประจำตัว#ญาณบารมีของใคร#เราช่วยกู้ของเก่ากลับให้ได้แต่เจ้ากรรมนายเวรของใครเราไม่ยุ่ง กรรมใคร กรรมมันบุญทำ กรรมแต่ง

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆ

    ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆเกิดขึ้นเพราะกรรมที่แต่ละตัวตนทำไว้ฉะนั้น ตนเองจึงเป็น ผู้สร้างชาติคือความเกิดและความสุขทุกข์ของตนแก่ตน หรือผู้สร้างก็คือตนเอง แต่มิได้ไปสร้างใครอื่น เพราะใครอื่นนั้นๆ ต่างก็เป็นผู้สร้างตนเองด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่มีใครเป็นผู้สร้างให้ใคร และเมื่อผู้สร้างคือตนสร้างให้เกิดก็เป็นผู้สร้าง ให้ตายด้วย ทำไมผู้สร้างคือตนเองจึงสร้างชีวิตที่เป็นทุกข์เช่นนี้เล่า ปัญหา นี้ตอบว่า #สร้างขึ้นเพราะความโง่ ไม่ฉลาดคือไม่รู้ว่าการสร้างนี้ก็คือสร้างทุกข์ขึ้นถ้าเป็นผู้รู้ฉลาด เต็มที่ก็จะไม่สร้างสิ่งที่เกิดมาต้องตาย

  • คนที่มีความสุข

    #คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่า ไปติดสังคมในวัด ไปหาเพื่อนคุยในวัด ซึ่งกลายเป็นกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง ปฏิบัติผิดวิธี หมายความว่า เป็นกลุ่มที่โชคร้าย เพราะคิดดี และต้องการทำดี แต่ไปเจออาจารย์ไม่ดี เจออรหันต์ปลอม เจอสิบแปดมงกุฏ จึงทำให้การปฏิบัติผิดทิศผิดทางไปหมด คล้ายๆกับองคุลีมาลที่ถูกอาจารย์หลอก ในข้อนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการคบหากัลยาณมิตร…