แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลวของคุณคือครู

#แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลว#ของคุณคือครู

ไม่ว่าสถานการณ์ใดจะเกิดขึ้น
ความเมตตาของครูทางจิตวิญญาณ
จะไม่ทอดทิ้งคุณ ถ้าคุณใส่ความมั่นใจ
ในครูบาอาจารย์ ท่านจะชี้นําคุณ
จนกว่าจะตรัสรู้

คุณควรติดตามครูอย่างไร?
สําคัญกว่าเครื่องสังฆทาน
คือการรับใช้ครูบาอาจารย์
ด้วยกาย วาจา และใจ
และเหนือสิ่งอื่นใด
ตอบแทนความเมตตาของ
ครูบาอาจารย์ด้วยการนําคํา
สอนมาปฏิบัติด้วยความพยายามอย่างยิ่ง

คุณจะเริ่มต้นบนเส้นทางอย่างไร?
ก่อนอื่นได้รับคําแนะนําจากครูของคุณ
จากนั้นให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความหมาย
ของพวกเขา

และในที่สุดรวมมันเข้ากับความเป็นอยู่ของคุณ

Similar Posts

  • 7 กฏจิตวิญญาณของความสำเร็จ

    #กฎของศักยภาพที่บริสุทธิ์(The Law of Pure Potentiality)ใช้เวลาอยู่เงียบๆ แค่อยู่ฝึกสมาธิ ครั้งละ 30 นาที 2 ครั้งต่อวัน สังเกตปรัชญาในชีวิตต่างๆอย่างเงียบ. ฝึกการที่จะไม่ตัดสิน(practice non-judgement) #กฎของการให้(The Law of Giving)แต่ละวัน ให้ของขวัญกับใครก็ตามที่คุณเจอ อาจจะเป็น คำชม หรือ ดอกไม้รับของขวัญอย่างยินดีให้รักษาความมั่งคั่งให้หมุนเวียนโดยการให้และรับ ความห่วงใย ความชอบพอ ความซาบซึ้งเห็นคุณค่า และ ความรัก ระหว่างกัน #กฎของกรรม(The Law of Karma)ทุกๆการกระทำจะสร้างแรงหรือพลังงานที่จะย้อนกลับมาในลักษณะคล้ายๆกันการเลือกการกระทำที่จะนำความสุขและความสำเร็จไปให้ผู้อื่น จะเป็นการรับรองว่าจะมีกระแสของความสุขและความสำเร็จกลับมาหาคุณ #กฎของการพยายามน้อยที่สุด(The Law of Least Effort)ยอมรับผู้คน สถานะการณ์ เหตุการณ์ ต่างๆ ในแบบที่เป็นมีความรับผิดชอบต่อสถานะของคุณ ต่อเหตุการณ์ทุกๆอย่างที่อาจจะเป็นปัญหาปล่อยวางความต้องการที่คุณจะเถียงอธิบายมุมมองของคุณ #กฎของความมุ่งมั่น(The Law of Intention and Desire)สิ่งที่ซ่อนอยู่ในทุกๆความมุ่งมั่นปรารถนา คือ กลไก สำหรับการเติมเต็มเขียนรายการของสิ่งที่คุณปรารถนาเมื่อสิ่งต่างๆไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคิด ให้เชื่อว่ามันมีเหตุผลของมัน #กฎของการปล่อยวาง(The…

  • คุณยังจะสามารถ

    #คุณยังจะสามารถ– เชื่อมต่อ 12 วงจรพลังชีวิตของคุณอีกครั้ง– เปิดใช้งานต่อมไพเนียลของคุณ– เปิดใช้งานจิตสำนึกแหล่งการเชื่อมต่อของคุณ– ยุบการเขียนโปรแกรมเมทริกซ์– พิมพ์DNAของคุณเพื่อปลดล็อกข้อจำกัด– นำอดีตและปัจจุบันไปสู่อนาคต– ละทิ้งสัญญาทั้งหมดและประกาศอธิปไตยของคุณเมื่อมันจบลงก็จะเริ่ม แสวงหาพื้นที่อันเงียบสงบ เพลิดเพลิน บูรณาการ เปลี่ยนแปลง…. ฉลอง

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง 

    #หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง (เริ่มต้นเข้าหาเทวดาประจำตัว)ย้ายสติวิญญาณเข้าสติประดับ5 (มิติที่5) ดังที่ท่านทราบเราอยู่ท่ามกลางการปฏิวัติปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในจิตสำนึกซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคน  กฎ 80-20 ระบุว่า 80% ของการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มักเกิดจากคน 20%20% ประกอบด้วยนักคิดชั้นนำ ผู้มีปัญญาผู้นำเทรนด์ที่มีสติสัมปชัญญะ #ในเรื่องจิตวิญญาณผู้คนระดับแนวหน้าบางครั้งเรียกว่าช่างแสงหรือ#วิญญาณเก่าซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาได้เรียนรู้มากขึ้นจากประสบการณ์ของพวกเขาผ่านหลาย ๆ ชาติ การเรียนรู้ขั้นสูงนี้ถูกเก็บไว้เป็นภูมิปัญญาในจิตวิญญาณของพวกเขาและพวกเขาจะได้รับประโยชน์จากมันอย่างมีสติผ่านคำแนะนำภายในที่เข้าใจง่าย  คำว่า ‘lightworker’มีความหมายเหมือนกันกับ‘#ผู้แสวงหาจิตวิญญาณ‘ รูปแบบจิตสำนึกของความหนาแน่นที่ต่ำกว่าและมิติสี่ ซึ่งเป็นขอบเขตของจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลางโปรดทราบว่าในขณะที่ร่างกายของเราอยู่ในความหนาแน่นในมิติที่สามในขณะนี้จิตใจของเรามีอิสระที่จะทะยานผ่านความหนาแน่น ที่มิติที่สี่ที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง  และเข้าสู่จิตสำนึกของวิญญาณที่มีความหนาแน่นที่มิติห้า  เมื่อบุคคลย้ายจากฟังก์ชันความหนาแน่นที่สามในการพัฒนาสติปัญญาพื้นฐานไปสู่ความหนาแน่นที่สี่ที่ต่ำกว่าโลกทัศน์ของพวกเขาจะขยายกว้างขึ้นและพวกเขาก็ตระหนักถึงความต้องการของชุมชนที่ใหญ่ขึ้น พวกเขาคำนึงถึงผลกระทบในระดับท้องถิ่นและระดับโลก #จากการกระทำของตนเองและการกระทำของผู้อื่นที่พวกเขาสนับสนุน ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมอาหารออร์แกนิก และความกังวลเรื่องการสร้างสันติภาพล้วนอยู่ภายใต้ความถี่ของจิตสำนึกนี้ #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม”

    สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม” ถือเป็นกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติธรรมหรือเริ่มมีบุญบารมีเพราะเป็นสภาวะที่ทำให้ดวงจิต #ปิดตายจากการรับพลังงานชั้นสูง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหลงตน เชื่อว่าตนเอง “เหนือ” กว่าผู้อื่นมักมีความคิดว่าตนเองปฏิบัติมาดีแล้ว มีบุญมากแล้ว หรือเก่งกว่าคนอื่น #จนเริ่มนำธรรมะไปใช้ข่มผู้อื่นแทนการขัดเกลาตนเอง เพ่งโทษครูบาอาจารย์หรือคนรอบข้าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อถูกตำหนิชี้แนะ จิตจะสร้างเกราะป้องกันโดยการจับผิดผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของตนเอง #ใช้บุญบังหน้าแต่ซ่อนความโลภ ทำบุญใหญ่เพื่อให้คนชื่นชม หรือหวังปาฏิหาริย์โดยไม่ยอมเปลี่ยนสันดานเดิม พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาประจำตัวเข้าใกล้ไม่ได้ 2. #ผลกระทบที่น่ากลัว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท จิตที่หลงตนจะมืดบอดต่อความจริง เราจะมองไม่เห็น “รอยรั่วทางบุญ” ของตนเอง ทำให้ตัดสินใจพลาดและสูญเสียทรัพย์ใหญ่ที่ควรจะได้เทวดาถอยห่าง: เทวดาชั้นสูง (โดยเฉพาะชั้นดุสิต) จะไม่หนุนนำคนที่มีอัตตาสูง เพราะจิตที่หนักและพองโตนั้นมีคลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมิติทิพย์เจอ “มารสอบ” หนัก: เมื่อหลงตน มักจะโดนดึงเข้าสู่ดราม่าหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเป็นแผนของมารที่ทำให้บุญบารมีที่สะสมมา “รั่วไหล” อย่างรวดเร็ว 3. วิธีละลายจิตหลงตน เพื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ ฝึก “ยอมรับและปรับปรุง” ทันทีที่มีคนเตือน หรือเกิดอุปสรรค ให้หยุดเถียงในใจ แล้วก้มหน้าสำรวจตนเองว่า…

  • กายทิพย์พระอริยะ

    การทำความเข้าใจเรื่อง “กายทิพย์พระอริยะ”มีความสำคัญต่อการเชื่อมต่อ พลังงานในมิติที่ 5 ดังนี้ สภาวะพลังงานบริสุทธิ์: กายทิพย์ของพระอริยะคือสภาวะจิตที่ผ่านการล้าง “ขยะในจิต” หรือกิเลสออกหมดสิ้น จนเหลือเพียงคลื่นความถี่ที่ละเอียดและสว่างไสวที่สุด พลังงานนี้ไม่มี “จุดรั่ว” และไม่มี “พลังงานยัน” ทำให้เป็นกระแสบุญที่ไม่มีประมาณ การเชื่อมต่อผ่าน “ใจเบา ใจสบาย” : การที่เราจะสื่อจิตหรือรับกระแสพลังงานจากกายทิพย์ของพระอริยะได้นั้น ใจของเราต้องมีคลื่นที่เสมอกัน คือต้องฝึกให้ใจหยุดการเพ่งโทษ หยุดการนินทา และรักษาใจให้ว่างสว่าง หากใจเราขุ่นมัว จะเกิดสภาวะ “#ญาณบอด” ทำให้มองไม่เห็นและสัมผัสกระแสท่านไม่ได้ การมาของครูบาอาจารย์ในรูปกายทิพย์ แม่ครูน้อยมักสอนว่า พระอริยะหรือครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว ท่านยังคงดูแลศิษย์ผ่านกายทิพย์ การที่ศิษย์รู้สึกถึง”พลังงานไฟฟ้าในตัวสูง” หรือเห็นนิมิตสว่าง มักเป็นการที่กายทิพย์ของท่านมาปรับจูนพลังงานให้ เพื่อให้ศิษย์มีบารมีเปิดและรับทรัพย์ทางพลังงานได้ ความกตัญญูคือสายใยเชื่อมต่อ: พลังความกตัญญูเป็นเครื่องมือเดียวที่สามารถดึงดูดกระแสจากกายทิพย์พระอริยะให้มาแผ่เมตตาคุ้มครองบ้านเรือนและตัวเราได้ ยิ่งกตัญญูต่อธรรมและครูบาอาจารย์มากเท่าไหร่ สายใยพลังงานนี้จะยิ่งเข้มแข็งทำให้ เทวดาประจำตัว ของเรามีกำลังมากขึ้นตามไปด้วย การบันทึกจิตด้วยธรรมของพระอริยะ: การศึกษาคำสอนและนำมา “บันทึกจิตใหม่” (เช่น การไม่อาฆาต การมีสัจจะ) คือการจำลองสภาวะกายทิพย์ของพระอริยะมาไว้ในใจเรา เมื่อใจเราใกล้เคียงกับท่าน สิ่งดีงามและโชคลาภจะถูกดึงดูดเข้ามาตามกฎของ พลังงานสะท้อน 🚩🚩🚩 กายทิพย์พระอริยะคือแบบอย่างของพลังงานที่สะอาดสมบูรณ์ หากเราต้องการให้ชีวิตรุ่งเรือง…