ปลาจากท้องนา

ปลาจากท้องนาที่ไม่รู้จักนำมาพูมฟักให้เติบโตพ่อครูมักนำปลาที่ติดดินแห้งๆหรือที่ชาวบ้านจับมาได้เอามาฟากให้ครูเลี้ยงครูจะเลี้ยงไว้น้ำท่วมเมื่อไหร่มันคงจะเติบใหญ่ต่อไปและออกจากรั้วประตูธรรมไปตามธรรมชาติของมัน

ปลาจากท้องนาที่ไม่รู้จักนำมาพูมฟักให้เติบโตพ่อครูมักนำปลาที่ติดดินแห้งๆหรือที่ชาวบ้านจับมาได้เอามาฟากให้ครูเลี้ยงครูจะเลี้ยงไว้น้ำท่วมเมื่อไหร่มันคงจะเติบใหญ่ต่อไปและออกจากรั้วประตูธรรมไปตามธรรมชาติของมัน
#เมื่ออัตตานั้นตายจากคุณมีคนฉลาดถามขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากความตาย ? “คุณจะไม่หลุดพ้น เพราะคุณจะจากโลกนี้ไปด้วยรูปแบบนิสัยที่ไร้สติของคุณ นั่นคือพาหนะสําหรับ จิตใต้สำนึกหรือ จิตวิญญาณของแต่ละบุคคล จิตที่ขาดสติของคุณจะอยู่กับคุณ คุณจะยังคงเป็นรายบุคคลเพราะคุณมีรูปแบบทางกายของแต่ละบุคคลซึ่งได้รับการสร้างขึ้นจากรูปแบบนิสัย ความประทับใจ ความปรารถนา และแรงจูงใจของคุณ นิสัยของแต่ละบุคคลไม่เหมือนนิสัยของคนอื่น คุณแตกต่าง ไม่ใช่เพราะความคิดที่แตกต่าง แต่เพราะพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ความต้องการที่แตกต่างกัน แรงจูงใจ ความประทับใจ จากนั้นคุณก็พัฒนารูปแบบนิสัยการปลดปล่อยทางจิตวิญญาณบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาได้รับการเจาะลึกโดยการดํารงอยู่ตลอดกาลของ อัตตมันเป็นอมตะ ความสัมพันธ์ใกล้ชิดของคุณกับความไม่สนใจที่ไม่ประมาทนั้น การพลัดพราก คือความตายที่หลอกหลอนคุณ ความกลัวเข้าไปในหัวใจ แต่ถ้าหลังจากการต่อสู้อย่างใหญ่หลวง คุณถอนรากและทิ้งตัวตนนั้นซึ่งเป็นความหลงลืมของตนเอง แล้วคุณจะบรรลุชีวิตอมตะ ผู้ที่อีโก้ของพวกเขาเสียชีวิตได้เข้าถึงสภาพความเป็นอมตะแล้ว พวกที่โง่เขลาที่มีอีโก้ที่พองตัวนั้นตายแล้วจริง ๆ ความตายไม่มีอะไรอื่นนอกจากความหลงผิดที่เพิ่มขึ้นโดยการนําร่างมนุษย์ต่างดาวเป็น ‘ฉัน’ ในขณะที่ความเป็นอมตะไม่มีอะไรนอกเหนือจากความสุขของตนเอง สติที่ปราศจากความแตกต่างซึ่งรวมกับคุณเมื่อความหลงผิด (อัตตา) นั้นตาย พระครูสันติวนานุรักษ์ (ชูชาติ อภิวฑฺฒโน)เจ้าคณะตำบลดงประคำ เขต ๑เจ้าอาวาสวัดพุทธสถานสันติวัน จ.พิษณุโลก (เยี่ยมชมประตูธรรม๕หนเหนือ)
บุญสัมพันธ์ ในมุมมองของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ หมายถึง “แรงดึงดูดทางพลังงาน”ที่นำพาให้คน สัตว์ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเจอกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีรายละเอียดดังนี้ 1.กฎแห่งการดึงดูด (Vibration) ในยุคศิวิไลซ์ พลังงานจะคัดกรองคน “บุญสัมพันธ์” คือการที่คนสองคนหรือกลุ่มคนมี “คลื่นความถี่ของจิต” ที่เสมอกันมาเจอกัน เช่นมีศีลเสมอกัน (คิดดี ทำดีเหมือนกัน) มีเป้าหมายในการสร้างบารมีเหมือนกัน มีเทวดาประจำตัวในระดับเดียวกันที่เกื้อกูลกัน 2.รูปแบบของบุญสัมพันธ์ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์: เช่น การที่หลายคนได้มารู้จักและร่วมปฏิบัติธรรมกับแม่ครูน้อย ถือเป็นบุญสัมพันธ์จากอดีตชาติที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะมาเกื้อกูลกันในทางธรรม ✅กัลยาณมิตร: เพื่อนหรือคู่ครองที่เข้ามาในช่วงเวลาที่พอดีเพื่อช่วยเหลือ หรือชักชวนกันไปในทางที่เจริญ ⚠️เจ้ากรรมนายเวรในคราบมิตร: บางครั้งมาในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยากลำบากเพื่อให้เราได้ “เรียนรู้” และ “ชดใช้” เพื่อให้จบสิ้นกรรมต่อกัน 3. วิธีสังเกตว่าเรามี “บุญสัมพันธ์” กับใครรู้สึกคุ้นเคย: เจอหน้ากันครั้งแรกแต่รู้สึกเหมือนรู้จักมานาน (บุญเก่า) คุยกันรู้เรื่อง: สื่อสารกันได้ง่าย เข้าใจเจตนารมณ์ของกันและกันโดยไม่ต้องอธิบายมากดึงกันไปทางสูง: เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วอยากทำความดี อยากปฏิบัติธรรม หรือชีวิตการงานเจริญขึ้น 4. การสร้างบุญสัมพันธ์ใหม่แม่ครูน้อยมักสอนว่า หากอยากเจอคนดีๆ…
#คำสาบานแห่งการสำแดงผลฉันยอมรับและรับสิ่งดีๆ ที่คาดไม่ถึงเงินที่คาดไม่ถึงความรักที่คาดไม่ถึงความเมตตาที่ไม่คาดคิดความเอื้ออาทรที่คาดไม่ถึงข้อเสนอดีๆที่ไม่คาดคิด ฉันได้รับคำแนะนำจากครูของฉันอย่างต่อเนื่องและได้รับอำนาจอย่างกล้าหาญเพื่อรับความอุดมสมบูรณ์ของจักรวาล! #ข้าพเจ้ายอมรับในหลักการที่ว่าความอุดมสมบรูณ์และมั่งคั่งมีให้แก่ข้าพเจ้าแล้วการยอมรับของฉันทำให้มันเป็นจริงและเปิดพื้นที่สำหรับการสำแดงให้รีบเร่ง! ฉันเปิดประตูแห่งจิตสำนึกของฉันให้กว้างเพื่อรับ ความรู้ในการแก้ไขในแต่ละวันและให้! มัน สำเร็จ เสร็จแล้ว! เกิดขึ้นแล้วเดี๋ยวนี้ในใจฉัน จงสาบานใจ
ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว
ยิ่งทำงานมาก ยิ่งมักน้อยสันโดษ ยิ่งทำงานมาก ยิ่งไร้ซึ่งความอยากมีอยากได้อยากเป็น #เรากำลังพูดถึงผลลัพธ์จากการวางใจอันถูกต้องเมื่อลงมือทำงาน ตรงกันข้าม หากวางใจผิดย่อมได้สิ่งที่เป็นขั้วตรงข้าม ยิ่งทำงานมาก ยิ่งอยากได้ ยิ่งสำเร็จมากยิ่งอยากเป็น ยิ่งมีมากเท่าไหร่ กลับรู้สึกถึงความยากจน ไม่ปลอดภัย และความว่างเปล่า #ธรรมชาติของจิตกำลังเล่นตลกกับคนประมาท ความประมาทในที่นี้หมายถึง การไม่เคยระวังความโลภที่เกิดในใจตน จากเทพบุตรกลายเป็นมารร้าย แม้ได้อะไรๆ เท่าไหร่ไม่เคยพอ
มนุษย์ อมนุษย์ เทวดา หรือดวงจิตใดๆและสัตว์ทั้งหลาย ประกอบด้วย #วิญญาณเรียนตัวเอง ก็ต้องเรียน จิต+วิญญาณ= #ตัวสร้างเงื่อนสร้างปมคุยกันก็ต้องคุยเรื่องที่มันถูกจุดอย่านำเรื่อง จิต+วิญญาณ ไปหาช่องทางรวยเราขยันไหมล่ะ ?มีปัญญาหาเงินไหมละ?พูดมากกว่าทำไหมล่ะ?อาศัยจักรวาลเสกรวยอย่างเดียวไหมล่ะ?ประการสำคัญ #กลัว มากไปหรือเปล่าล่ะ?แรงบันดาลใจ กำลังใจ #มีพอไหมล่ะ?คบกับคนแบบไหนล่ะ?แต่ละวันคุยเรื่องอะไรกันบ้างล่ะ? ฝึกตัวเองให้คล่องก่อนจึงจะอาศัย (จิต) ม้าเร็วขี่ได้ถ้าเรียนตัวเอง #ยังไม่รอดอย่าเพิ่งไปรู้อะไรมากมันจะ งงเงินทอง ก็บอกเป็นของนอกกายใครที่เก่งก็หาได้ ไม่มีก็ยืมได้#แต่เรื่องจิตใจให้ยืมกันไม่ได้บอกได้อย่างเดียวเอาไม่เอา ขึ้น อยู่ที่เราเอง