ให้อนุโมทนา

#ให้อนุโมทนา

บุญจากการเดินดงทุกครั้ง
มีอานิสงค์สูงมาก
ทันตาเห็นไม่ทันข้ามวันข้ามคืน
ผลิกคว่ำผลิกหงาย
(ของปลอมก็ให้หงาย)
ของร้ายก็ให้ปรากฏ
ของปลดอย่าได้ปิด
ของมืดมิดให้สว่าง

⭐️⭐️#ผู้มีเจตนาดีก็พบความโชคดีไม่สุดสิ้น
ผู้เจตนาร้ายก็ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา

ความสันโดษ หมายถึง ความพอใจตามมีตามได้ พอใจตามสมควร ตามกำลังความสามารถ ตามฐานะ พอใจตามควรแก่ศีลธรรม หมายถึง ความไม่มักมาก ความรู้จักประมาณ ไม่โลภ รู้จักพอ

⭐️⭐️ การที่ผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้ใจ ได้รับความรัก ความเชื่อถือ ก็ต้องมีความสันโดษเป็นคุณสมบัติ ความสันโดษจะแสดงให้เห็นได้แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่ากันว่า

⭐️???#หากต้องการทำให้ผู้ใดที่เคยดีกับเรา เคยศรัทธาเรา เกลียดเรา ก็ให้สังเกตดูว่าเขามีของอะไรที่เป็นของรักของหวง แล้วก็ให้ขอสิ่งนั้น แรกๆ เขาก็อาจจะให้ แต่สุดท้ายเขาจะห่างหายไปเอง ดังคำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” ในทางตรงข้ามกันก็เป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะผู้ที่มักขอ หรือขอในสิ่งที่สำคัญหรือสิ่งที่ผู้นั้นหวงแหน ย่อมไม่เป็นที่รักอย่างแน่นอน ผู้ที่มีแต่ความโลภ ความต้องการโน่นนี่เสมอ ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ จึงไม่เป็นที่รักของใครๆ อย่างแน่นอน

⭐️⭐️ ผู้ที่มีความสันโดษอย่างแท้จริง จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ประมาณในอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และมีความงดงามในการดำรงชีวิต 

Similar Posts

  • สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก

    #สุขลักษณะทางจิตวิญญาณ#จิตใต้สำนึก ของคุณเป็นแหล่งสะสมวาสนาสัญญาเดิมที่คุณมีบุญตามวาสนาเก่าและรวมถึงการสะสมวิธีการคิดและวาสนาใหม่ปัจจุบันที่คุณไม่มีโอกาสได้เข้าใจวิธีการทำงานของจิตใต้สำนึกนี้ จิตใต้สำนึกเป็นตัวบงการชั้นสุดท้ายของจิตที่จะบ่งบอกพฤติกรรมนิสัยของดวงวิญญาณที่จะบรรลุธรรม #ลึกที่สุดในชั้นของจิตใต้สำนึกต้องถูกปรากฏผ่านออกมา ให้จิตสำนึกปัจจุบันของเรารับรู้ถึงนิสัยที่นอนเนืองให้ได้มากที่สุดโดยวิธีการฝึกฝนจิต การปฎิบัติธรรมและการเข้าคอร์สจิตวิญญาณอื่นๆ #มีกฎการใช้พลังจิตใต้สำนึกตัวอย่างหลายรายการดังนี้ 1. ต้องรู้จัก การทำงานของมัน2. คัดกรองบุคคลที่คุณจะอนุญาตให้เข้าพื้นที่ชีวิต3. ใช้เวลาในการคบหาผู้คน4. จิตสำนึก ที่ยังไม่ผ่านการฝึกฝนดวงวิญญาณจะไม่สามารถต้านทานพลังงานจิตใต้สำนึกเชิงลบได้ บุคคลเหล่านั้นจะปรากฏนิสัยการทำร้ายจิตใจการกระทำเรื่องเดิมๆซ้ำๆที่เป็นสันดานที่หนาแน่น5. อริยะครูบาอาจารย์ทั้งหลายใช้จิตใต้สำนึกที่เป็นคลังมหาปัญญาเป็นส่วนใหญ่จากการฝึกฝนรูปภายในและเรียนรู้จิตสำนึกปัจจุบันให้ควบคู่กับแหล่งปัญญามหาปัญญา6. จิตใต้สำนึกของคุณเป็นเช่นไรปัจจุบันนี้คือสิ่งที่คุณเป็นอยู่7. จิตใต้สำนึกเมื่อสะสมเรื่องราวที่ดีกว่าและเรื่องที่เป็นอกุศลกว่าจะสร้างพลังจิตใต้สำนึกและช่วยให้ดีดดวงวิญญาณดวงนี้สู่การเปลี่ยนภพ หรือเรียกว่าย้ายจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง8. จิตใต้สำนึกไม่มีสมองของตัวเองเก็บสะสมทุกเรื่อง9. วิธีป้องกันขยะทางจิตเริ่มต้นจากการใช้เกราะป้องกันและวิจารณญาณตั้งแต่จุดเริ่มต้นรับข้อมูลจากตาที่สาม10. จิตใต้สำนึกเป็นนามเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่ปรากฏเป็นพฤติกรรมนิสัยของบุคคลนั้นนั้น11. คำว่าอย่าไว้ใจตนเองให้มากนั่นก็คืออย่าไว้ใจในจิตใต้สำนึกของตนเอง12. จิตสำนึกดวงวิญญาณที่ผ่านการฝึกฝนแล้วจะเผาขยะทางจิตใต้สำนึกให้หมดสิ้นไปและสามารถดับสัญญาในจิตใต้สำนึกนี่ได้นั่นคือขั้นตอนสุดท้ายของการสิ้นสุดการเป็นดวงวิญญาณ13.เรื่องที่คุณพูดคุย (ถ้าอยากมีปัญญา)ก็ต้องพูดคุยเรื่องการพัฒนาตนเองอยากบรรลุหลุดพ้น ต้องพูดคุยเรื่องแนวทางการปฏิบัติดวงวิญญาณ #จิตใต้สำนึกสำคัญขนาดนี้คุณควรดูแลสุขลักษณะทางจิตวิญญาณของคุณให้ดี จิตดี = จิตสำนึกดีทำดี= จิตใต้สำนึกดีรู้ผิดชอบชั่วดี= จิตสำนึกดีดีประพฤติไม่ดีฉ้อโกงลักทรัพย์ หลอกลวง= จิตสำนึกไม่ดี , จิตใต้สำนึกไม่ดี  อวดดื้อถือดีหยิ่งยโสโอหัง= จิตสำนึกไม่ดี ,จิตใต้สำนึกไม่ดี คิดไม่ดีต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์= จิตสำนึกไม่ดีจิต, จิตใต้สำนึกไม่ดี ไม่มีความอดทนต่อสิ่งใดเรียนอะไรก็ไม่บรรลุผล= จิตสำนึกไม่ดี ไม่สามารถต้านทานพลังลบจากจิตใต้สำนึกได้ อตัญญู = จิตใต้สำนึกไม่ดี ,จิตสำนึกไม่ดี #ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ผู้รู้สามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้

  • #แด่ผู้ตามหาเทวดาประจำตัว

    #แด่ผู้ตามหาเทวดาประจำตัว ทุกวัน ตรวจสอบว่าคุณกําลังนําคําสอนมาประยุกต์ใช้ในระดับใด บ่อยแค่ไหนที่คุณกําลังจัดการเพื่อควบคุมจิตใจของคุณ และกี่ครั้งที่คุณกําลังตกอยู่ภายใต้อํานาจของอารมณ์เชิงลบการตรวจสอบความคืบหน้าของตนเองด้วยวิธีนี้จะช่วยลดความยึดติดกับความกังวลธรรมดาของชีวิต #นี้และเพิ่มความมั่นใจในคําสอน

  • โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ

    โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ #ศาลาภูตะนครา และให้คุณพ่อ กับ คุณแดนไตร นร.รุ่น 11ดำเนินการ ลงมือสร้าง ครูได้รับดอกบัวหลวง (จากคุณนก นร.รุ่น 46)มาลงสระ รอบศาลา อีกไม่นานคงได้ชื่นชมดอกบัวที่ตรัสรู้พ้นน้ำ#ศาลาหลังนี้ครูจะใช้แสดงธรรม และใช้สวดอภิเษกมนต์ (มณีมนต์) ให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางมาฝึกฝน#มณีมนต์มีพลังในการในการขจัดอารมณ์ด้านลบ และสามารถประสาทพรให้กับเรามากมายมหาศาลโดยที่เราไม่สามารถจินตนาการถึง #แต่มนต์บทนี้จะไม่สามารถส่งผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเราสวดภาวนาอย่างไม่ตั้งมั่น ฟุ้งซ่านอยู่บ่อยๆ ภาวนาไป คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไป หรือภาวนาได้สองสามคำก็หยุดทำอย่างอื่น แล้วภาวนาต่อ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่สมบูรณ์มากนัก ต่อให้เราจะชักสายประคำรวดเร็วมากเท่าไหร่ แต่ในใจคิดฟุ้งซ่าน การภาวนาเช่นนี้จะให้ประโยชน์อะไร การภาวนาไม่ใช่เรื่องของการสะสมจำนวนครั้งให้ได้มากๆ สารัตถะที่แท้จริงแห่งการภาวนาคือการตั้งมั่น มีสมาธิ และเข้าใจในความหมายของมนต์ นี่ต่างหากคือเป้าหมายแห่งการปฏิบัติ

  • หนึ่งชีวิตของการเกิดมาที่สุดคือการได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

    หนึ่งชีวิตของการเกิดมาที่สุดคือการได้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบแบบทุกๆมิติ#ทั้งโลกภายนอกและโลกภายในการฝึกสติ 10 ขั้น และปัญญาเป็นสิ่งที่สูงที่สุดของการบรรลุหลุดพ้นของดวงวิญญาณปัญญาตอบคู่ขนานทุกสิ่งให้เป็นหนึ่ง จงพูดคำว่าโชคดีที่สุด

  • เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า

    #เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า เด็กๆ #ทั้งหลายเป็นผู้สร้างโลกเธอไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า ‘เป็นเด็กวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า’ เหมือนที่เขาพูดๆ กัน มันไม่มีความหมายอะไรนัก ธรรมดามันก็เป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้ว#เธอรู้จักตัวเองน้อยเกินไปจึงไม่รู้จักข้อนี้#ไม่รู้ถึงเกียรติอันสูงสุดว่าเป็นผู้สร้างโลก…โลกนี้ทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ด้วยมนุษย์ทั้งหมด มนุษย์ทั้งหมดเป็นอย่างไรโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น เด็กทุกคนจะเป็นมนุษย์ทุกคนในอนาคตในโลก โลกจึงเป็นอย่างที่พวกเธอทุกคนเป็นในขณะนั้น หรือจะทำให้มันเป็นในขณะนั้นเธอจึงเตรียมตัวเป็นคนดี เพื่อโลกมันจะเป็นโลกที่ดีมีค่า และสวยสดงดงาม ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แล้วจะเป็นโลกที่มีสันติสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน ไม่มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายอันโสมมเหมือนที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ในเวลานี้#นี่เห็นไหมเธอทั้งหลายสามารถสร้างโลกพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นมาได้ ในเมื่อเธอทั้งหลายเป็นคนดีมีศีลธรรมที่เธอควรจะตั้งต้นกันเสียแต่บัดนี้ ศีลธรรมนั้นสรุปเป็นหัวข้อเพียง ๓ ข้อข้อที่ ๑ คือ #รักผู้อื่น – ผู้อื่นทั้งหลายถ้าเธอมองดูสักนิดจะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายกันกับเรา มันมีใครเล่าที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันก็เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน มีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ทนทุกขเวทนาอย่างเดียวกัน เราจึงถือว่าเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ครั้นรักผู้อื่นแล้วก็จะหมด #ความเห็นแก่ตัว อันเป็นสิ่งเลวร้ายทำลายโลก เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจจะฆ่าใคร ไม่อาจจะทำอันตรายใครเธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจลักขโมยคดโกงใครเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะล่วงละเมิดของรักของใคร่ของใครในทุกระดับ ตั้งแต่ของรักอย่างธรรมดาจนของรักสูงสุดในเรื่องบุตรภรรยาเป็นต้นเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะโกหกพูดเท็จหลอกล่วงใครเพื่อเอาประโยชน์ของเขามาเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะเสพของมึนเมาให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ให้รำคาญแก่ผู้อื่นให้รำคาญแก่บิดามารดา ดังที่รำคาญกันอยู่ในเมื่อบุตรหลานเป็นผู้ติดยาเสพติดเมื่อรักผู้อื่นแล้วโลกนี้ก็จะมีแต่ความเมตตา กรุณา ช่วยเหลือกันฉันท์มิตรทุกทั่วหน้า…

  • จิตใจของมนุษย์ไม่สามารถ เข้าใจอวตาร-และพุทธะได้ มันเป็นไปไม่ได้

    จิตใจของมนุษย์ไม่สามารถเข้าใจอวตาร-และพุทธะได้มันเป็นไปไม่ได้ #คุณจะบ้าทันทีหากคุณคิดด้วยจิตสำนึกสมองคน #ฉันอยู่กับคุณมานานมากแต่คุณยังไม่รู้จักฉัน? #คำพูดของเทวดา คุณไม่สามารถเข้าใจในสิ่งนี้ได้หากใช้จิตสำนึกในสติสัมปชัญญะระดับมนุษย์ ไม่เคยเป็นไปได้ #แต่หากคุณเข้าใจและชำนาญในสิ่งนี้แล้วจักรวาลทั้งพิภพจะเปิดเผยทุกมิติในตัวคุณครูว่าคุณเป็นคนที่โชคดีที่ได้มีเทวดาประจำตัว