ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์

?️?#ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์
#และอักขระกูโบ๊ส

“เทวดาพูดภาษาอะไร?”
มาทำความรู้จัก ภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ”
เทพยาดาท่านใช้สื่อสารกันภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ”

?#ภาษาของพรหมใช้ คือ กูโบ๊ส
?ส่วนภาษาของวิญญาณในภพสัมภเวสี และวิญญาณชั้นต่ำใช้ คือ กูต๊าบ

⭐️ ในการติดต่อและกระทำพิธีกรรม
พวกพรหมชั้นสูงจะใช้ภาษา “กูโบ๊สขั้นสูง” เรียกว่า “ปุริสคาเบ๊ส”

⭐️พรพรหมชั้นกลางใช้กูโบ๊สแบบ “รอเฟน”
⭐️พวกพรหมชั้นต่ำและเทพชั้นสูงให้กูโบ๊สแบบ “มินกะเอน”

ในการติดต่อสื่อสารและกระทำพิธี
พวกวิญญาณเทพชั้นกลางและเทพเจ้าโดยทั่วไป ใช้ภาษา “เช็คราวาตี” ในการติดต่อและกระทำพิธีคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ยุคดึกดำบรรพ์ใช้อักขระกูโบ๊สจารึกและปราชญ์ทางนิรุกติศาสตร์ลงความเห็นว่า “ภาษากูโบ๊ส คือ ต้นกำเนิดของอักขระเทวนาครีย์”

?️?#ในประเทศไทย ยังมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในภาษากูโบ๊ส – กูต๊าบ นั่นคือ ดร.พระธรรมโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ) หลวงพ่อทองอยู่ไปศึกษาสันสกฤตระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมัทราส เมืองมัสราส รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดียในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “ASHVAGHOSA’S WORK” (งานของท่านอัศวโฆษ) ท่านอัศวโฆษ นี่แหละคือเสาเอกของบวรพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยลูกศิษย์ท่านนามว่า นาคารชุน นำมาปฏิบัติและเผยแพร่ จนกลายเป็นนิกายที่สำคัญไป ซึ่งยึดเอา อวตังสกสูตร เป็นแม่บทของนิกาย คามแตกฉานอย่างกว้างไกลและลุ่มลึกในภาษาสันสกฤตของหลวงพ่อเจ้าคุณ เวทย์มนต์ทั้งหลายแหล่ที่ล่ำลึกและสูงส่ง ล้วนแต่กึกก้องในจิตวิญญาณ เนื่องจากท่านเรียนภาษาสันสกฤตอย่างแตกฉานได้ก็เพราะเรียนและศึกษาไปถึงต้นกำเนิดอักขระนาครีย์และอักขระกูโบ๊สตามลำดับ ซึ่งเหล่าวิญญาณทั้งปวงล้วนแต่เกรงกลัวอักขระกูโบ๊สและกูต๊าบ นั่นทำให้พระพุทธมนต์ของหลวงพ่อทองอยู่จึงศักดิ์สิทธิ์และอาคมขลัง ก็เพราะท่านบรรจุมนต์ ทั้งอักขระกูต๊าบ ทั้งอักขระกูโบ๊สลงไปในน้ำดังกล่าวอย่างเต็มเปี่ยมและสมบูรณ์แบบ

?️?#และในเมืองไทยอีกท่านหนึ่งที่ชำนาญด้านภาษา

?#คือแม่ครูน้อย ประตูธรรม๕หนเหนือ
ท่านสามารถชำนาญในการไล่ระดับชั้นภาษาและนำพาดวงวิญญาณเข้าถึงชั้นของภาษามากมายกว่า ๓๐๐ ชีวิต ถือว่าเป็นครูชั้นต้นในระดับจิตวิญญาณ ที่ยังคงรักษาและให้ความรู้
ด้าน“ภาษากูโบ๊สโบราณ อยู่ ณ.ปัจจุบัน
ซึ่งถือเป็นฆราวาสธรรมชั้นต้น ที่ฝึกฝนโดยการใช้ภาษาจิตในการปฏิบัติให้เข้าถึงความเป็นจิตเดิมแท้โดยท่านสามารถแสดงธรรมได้อย่างแตกฉานโดยไม่อาศัยการตรึกนึกตรองตามตำราใด อีกทั้งการแสดงลีลาธรรมของท่านยังตรงต่อหลักคำสอนของพระศาสดา อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ถือเป็นฆราวาสธรรมตนแบบที่ปฏิบัติได้ถึงแก่น
ของจิตเดิมแท้ได้จริง โดยมีบุคคลได้เข้าถึงภาษาดั่งกล่าวได้จริงมากมายทั่วแคว้นแดนไทย จากงานสอนของท่าน

Similar Posts

  • หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่

    ๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดเจ้าภาพทำบุญใหญ่” คือบ่วงกรรมที่ละเอียดและแก้ยากที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมหรือผู้มีญาณบารมี ในทางพลังงานและคำสอนของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้ส่งผลเสียต่อ “ธาตุรู้” ดังนี้ 1. สูญเสีย “สัจจะธรรม” (Truth) เมื่อมีเจ้าภาพรายใหญ่ที่สนับสนุนปัจจัยจำนวนมาก จิตจะเริ่มเกิด ความเกรงใจ จนไม่กล้าชี้แนะข้อบกพร่องหรือกรรมของเขาอย่างตรงไปตรงมา เราจะเริ่ม “พยากรณ์” หรือ “ชี้นำ” ในทางที่เขาอยากฟังเพื่อรักษาความสัมพันธ์ (และทุนทรัพย์) ผลคือ: ญาณบารมีจะเริ่มคลาดเคลื่อนและกลายเป็น “อุปาทาน” เพราะใจไม่ว่างและไม่เป็นกลาง 2. การแบก “วิบากกรรม” ของเจ้าภาพ ในทางพลังงาน หากเรารับเงินก้อนใหญ่มาเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ โดยที่ใจคุณ “ยึดติด” ในตัวบุคคลนั้น: เรากำลังดึงเอา กระแสกรรม ของเจ้าภาพมาผูกไว้กับตนเอง หากเงินนั้นได้มาโดยไม่บริสุทธิ์ หรือเจ้าภาพทำบุญเพื่อหวังอำนาจ/ชื่อเสียง พลังงานลบเหล่านั้นจะเข้ามากดทับสถานปฏิบัติธรรมหรือตัวเราทำให้ปฏิบัติธรรมได้ยากขึ้น 3. จิตรั่วไหล (Energy Leak) เราจะเสียพลังงานไปกับการ “เอาใจ” และ “พะวง” ถึงเจ้าภาพรายใหญ่มากกว่าการแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์อย่างเท่าเทียม ความสงบภายในจะหายไป…

  • จงทำหน้าที่ของตนให้ดี

    จงทำหน้าที่ของตนให้ดีให้สมกับ ชีวิตนี้ (เขาเลือกคุณ)จิตที่พัฒนาดีแล้ว จะเดินหน้าต่อไป (สู่เส้นชัยและทางของมัน)

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่าย

    อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่ายๆ เจตจำนงจะอ่อนแอลง #จงพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทำสิ่งที่เราทำอยู่สำเร็จผล”

  • กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปร #กู้กลับแล้วหนาบารมีเก่า#พบแล้วเทวดาประจำตัวการฝึกฝนในห้องเรียนไม่สนภาวะเปลือกนอก(ความแปดเปื้อน) ของจิตเช่นความโกรธความโลภ หรือรัก ความชอบหรือความไม่ชอบแต่จะชี้ตรงไปยังจิตส่วนลึกที่สุดเมื่อตัวรู้(จิต)กับสิ่งที่ถูกรู้(วัตถุ) กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเมื่อจิตกลายเป็นความตระหนักรู้บริสุทธิ์ในความตระหนักรู้อันนี้จะไม่มีภาวะแปลกปลอมจะไม่มีกระบวนการสร้างความคิดและไม่มีมโนทัศน์ด้านคู่ใดๆเกิดขึ้นจิตในระดับลึกที่สุดนี้ถ้าได้รับการฝึกฝนต่อให้จนถึงที่สุดก็จะนำไปสู่อิสรภาพการฝึก จิตส่วนลึกก็คือการกำจัดอุปาทานทั้งหลายแม้ในระดับละเอียดอ่อนให้สิ้นไปเมื่อนั้นจิตย่อมเข้าถึงแก่นแท้ของพุทธะโลกไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากจิตของตนเอง

  • เหตุผลที่คนตามหาเทวดาประจำตัวก่อนวัยอันควร

    เหตุผลที่คนตามหาเทวดาประจำตัวก่อนวัยอันควร #ไม่ต้องรอบารมีเต็ม#ไม่ต้องรอชาติหน้า#ต้องเดี๋ยวนี้#การบายพาสจิตวิญญาณคืออะไร?การเลี่ยงผ่านฝ่ายวิญญาณคือแนวโน้มที่จะข้ามไปยังฝ่ายวิญญาณก่อนเวลาอันควร การเข้าถึงจิตวิญญาณตัวเองในระหว่างที่อายุยังน้อยเพื่อกลับไปเข้าใจและแก้ไขบางสิ่งบางอย่างการเลี่ยงผ่านทางจิตวิญญาณมักเกิดขึ้นเมื่อผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงการจัดการโดยตรงกับความเป็นจริงทางโลกต่างๆ ของตนเอง (อารมณ์ที่ไม่ได้รับการแก้ไข ความทรงจำ และความท้าทายส่วนตัวและชีวิต)#อาการหลุดพ้นทางวิญญาณอาการเบื้องต้นของการเลี่ยงผ่านจิตวิญญาณ (การบายพาส) ได้แก่: เราใช้การเข้าถึงความเชื่อและการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงบาดแผลที่ไม่ได้รับการแก้ไขและความรู้สึกเจ็บปวด เราสมควร ให้อภัยใครบางคนก่อนวัยอันควร แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่มีเหตุผล เราประสบกับการแยกตัวอย่างรุนแรงจากการระบุตัวตนของตัวเอง การปราบปรามทางอารมณ์และการทำให้มึนงง ความอดทนอดกลั้นและความเห็นอกเห็นใจ ใครบางคนอย่างไม่สมเหตุสมผลทำให้ดวงวิญญาณของเราเจ็บปวดรวดร้าวและฝังใจ เกินความดีงามต่อผู้อื่นแทนที่จะพัฒนาความลึกทางอารมณ์และความถูกต้อง เรามุ่งเน้นเน้นบวกมากเกินไป อย่างไม่สมเหตุสมผล การแสดงความโกรธ – ความหวาดกลัวที่ความโกรธสับสนกับการรุกรานและเจตนาไม่ดี ที่กล่าวมานี้เป็นผลให้คนที่เดินผ่านทางเลี่ยง ไม่ต้องการรู้จักตัวตนภายในมักจะทำงานเพื่อสร้างจิตวิญญาณของพวกเขาจากภายนอกสู่ภายในแทนที่จะทำอย่างอื่น #ดังนั้นพวกเขาพยายามที่จะประจักษ์ที่คาดว่าผลกระทบของการพัฒนาด้านจิตวิญญาณของพวกเขาเช่นความรักความเมตตาความอดทน, ความรัก, การเคารพผู้อื่น ฯลฯเหตุใดพวกเราหลายคนจึง หันกลับเข้ามาใส่ใจสนใจการบายพาสจิตวิญญาณก่อนวัยอันควร#โลกที่เราสร้างขึ้นมาทำให้เราหวาดกลัว#โครงการสมัยใหม่แห่งการค้นพบศักยภาพอันไร้ขอบเขตของการกำหนดตนเอง และการตระหนักรู้ในตนเองและการเติบโตได้สร้างโครงสร้างทางสังคมที่บีบรัดอย่างมาก เราสับสนกับข้อมูล หาหลักไม่พบ เราค่อยๆ ยอมรับความจริงอันมืดมิดของความพยายามของเราในการพัฒนาโลก เราได้ตระหนักถึงผลกระทบของการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อความก้าวหน้าและการพัฒนาที่มีต่อโลกของเราและคนรุ่นต่อไป หาที่ปรึกษาด้านจิตวิญญาณการขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ (โค้ชชีวิต นักบำบัด ฯลฯ) ไม่ได้สะท้อนถึงตัวคุณในทางไม่ดี มีหลายสิ่งที่คุณไม่สามารถทำหรือบรรลุโดยลำพังได้ตลอดเวลา และจิตวิญญาณ/การพัฒนาตนเองและการเติบโตเป็นหนึ่งในมิติที่สำคัญในชีวิต#?????????วิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น