ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดี

?️?#ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดี
การคิดถึงความตายสามารถช่วยเราประเมินค่านิยมและกำหนดเป้าหมายในชีวิตใหม่ได้
มันทำให้เราตระหนักถึงความเด็ดขาด
ค่อยๆ ขยายจิตสำนึกของเรา

?️?#เรามักจะเสียสละปัจจุบันของเรา
โดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเชื่อมโยงกับอนาคต
กับจุดประสงค์ของเราอย่างไร และกับสิ่งที่สร้างความหมายในชีวิตเรา:
ค่านิยมและเป้าหมายของเรา
คนที่เรารัก และชีวิตของเราร่วมกัน

ผลทันทีของการคิดเกี่ยวกับความตาย
ของเราคือการขยายมุมมองของ
เราและมุ่งความสนใจไปที่ช่วงเวลาปัจจุบัน

?️?#ผลที่ตามมา:
เราหลีกเลี่ยงและปลดปล่อยตัวเอง
จากการปฏิเสธอย่างง่ายดาย
การนึกถึงความตายของเราทำให้เรา
ตระหนักว่าทุกครั้งที่เราหายใจเข้าไป
เราจะเข้าใกล้จุดจบของเรามากขึ้น ดังนั้นเราจึงจัดลำดับความสำคัญของเวลาใหม่และเพิ่มมูลค่าของมัน

มีจุดในการสูญเสียมันกับคนที่ไม่มีความจำเป็นไม่มีท่อระบายน้ำพลังงานของเรา สามารถใช้เวลาเดียวกันนี้กับผู้คนที่ทำให้วันของเรามีค่าควรแก่การอยู่ ผู้ผลักดันให้เราพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และผู้ที่สละเวลาของเราไปกับการลงทุนเหล่านั้น

เราทำในสิ่งที่ถูกต้อง
การคิดถึงความตายทำให้เราใกล้ชิดกับสิ่งที่เราต้องการมองย้อนกลับไปในชีวิตของเราในช่วงเวลาสุดท้าย

การนึกถึงความตายของเราเองทำให้เราตระหนักว่าสิ่งเดียวที่จะอยู่รอดคือคุณค่าที่เราปลูกฝังและมรดกที่เรากำลังทิ้งไว้

ดังนั้น ความตายจึงทำให้เรากลับมาพิจารณาวิถีชีวิตของเราใหม่ ด้วยหลักศีลธรรม ค่านิยม และการทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญจริงๆ

?️?#เราฝังแรงจูงใจของเราไว้
การคิดถึงความตายทำให้เราประเมินคุณค่าในตนเองอีกครั้ง เมื่อเราค้นพบสิ่งที่สำคัญจริงๆ ในชีวิต เราก็ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับค่านิยมที่แท้จริงของเรา

ด้วยเหตุนี้ เราจึงรวบรวมแหล่งที่มาของแรงจูงใจภายใน #และสามารถยกระดับจิตวิญญาณของเราได้อย่างง่ายดายเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า

?️?#เราทำในสิ่งที่เราต้องการจะทำ
การคิดถึงความตายเป็นรูปแบบการไตร่ตรองตนเองที่ทรงพลังเช่นกัน การใคร่ครวญเรื่องความเป็นมรรตัยช่วยให้เรา #เชื่อมต่อกับการเรียกที่แท้จริงของหัวใจ

ดังนั้น การนึกถึงความตายสามารถล้างม่านควันที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม และเราสามารถกำหนดความหมายของการประสบความสำเร็จใหม่ได้ (เช่น การมีครอบครัวที่มีความสุขและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สำคัญกว่าการมีทรัพย์สินมากหรืออาชีพที่คอยดูแลเราตลอดเวลา จากคนที่เรารัก)

?️?#เนื่องจากแรงบันดาลใจของคุณจะ internalized และมาจากภายในตัวคุณคุณจะไม่พบความต้องการ (หรือความดัน) ของการมีที่จะอธิบายให้คนอื่น ๆ สิ่งที่คุณต้องการจะทำอย่างไรกับชีวิตของคุณ

?️?#เราได้รับหลักการใหม่:

?เราไม่ต้อนรับใครก็ตามและทุกสิ่งที่ลดคุณค่า
ดูหมิ่น
?และไม่คำนึงถึงเวลาของเรา

เมื่อกระบวนการจัดลำดับความสำคัญเป็นไปตามหลักการแล้ว #การกำจัดคนที่เป็นพิษออกจากชีวิตเราจะง่ายขึ้น ดูน้อยลง

Similar Posts

  • พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือน

    พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนให้เกิดสติขึ้นว่า ความทุกข์นี้มีเพราะความรักมีรักมากก็เป็นทุกข์มากมีรักน้อยก็เป็นทุกข์น้อยจนถึงไม่มีรักเลยจึงไม่ต้องเป็นทุกข์เลย  แต่ตามวิสัยโลกจะต้องมีความรักมีบุคคลและสิ่งที่รัก ในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้มีสติควบคุมใจ #มิให้ความรักมีอำนาจเหนือสติ#แต่ให้สติมีอำนาจควบคุมความรัก ให้ดำเนินในทางที่ถูกและให้มีความรู้เท่าทันว่าจะต้องพลัดพรากรักสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อถึงคราวเช่นนั้นจักได้ระงับใจลงได้  อันความรักหรือที่รัก เมื่อผู้ใดมีร้อยหนึ่ง ผู้นั้นก็มีทุกข์ร้อยหนึ่ง รักเก้าสิบ แปดสิบ เจ็ดสิบ หกสิบ ห้าสิบ เป็นต้น จำนวนทุกข์ก็มีเท่านั้น ถึงแม้มีรักเพียงอย่างหนึ่ง ก็มีทุกข์อย่างหนึ่ง ต่อเมื่อไม่มีรักจึงจะไม่มีทุกข์ ผู้หมดรักหมดทุกข์นั้นพระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่า“เป็นผู้ไม่มีโศก ไม่มีธุลีใจ ไม่มีคับแค้น”

  • ล้างสนามพลังงานครั้งใหญ่

    #ธรรมชั้นครู๒๐/๒/๖๙ กาลเวลาที่ผ่านไปพร้อมกับการปฏิบัติธรรมที่เข้มข้นขึ้น คือการ“#ล้างสนามพลังงาน” ครั้งใหญ่ การที่คนเหล่านั้นไม่กลับมาหรือเราเลือกที่จะไม่ให้เขาเข้ามาอีกไม่ใช่ความใจจืดใจดำแต่เป็น “สัจธรรมแห่งการแยกธาตุ” ดังนี้ วงโคจรที่ต่างกัน: ในสาย สัจจบารมี เมื่อจิตเรายกระดับขึ้นสู่ความถี่ของ “ความจริง” คนที่ยังจมอยู่ใน “มายา” หรือการมุสาจะเข้าใกล้เราไม่ได้อีก #พลังงานลบในตัวเขาจะถูกผลักออกโดยธรรมชาติ เหมือนขั้วแม่เหล็กที่ผลักกัน หมดวาระแห่งกรรม: การจากกันไปนานคือสัญญาณว่า “หนี้กรรม” ระหว่างเรากับเขาได้ถูกชำระจนจบสิ้นแล้ว อานิสงส์ของการหลีกเร้น การกลับมาเจอกันอีกมีแต่จะสร้าง “รอยกรรมใหม่” ที่อาจดึงให้คุณตกต่ำลงไปสู่ความวุ่นวายเดิมๆ พื้นที่ปลอดภัยของ “คนจริง”: ยุคพลังงานใหม่นี้ แม่ครูน้อยเน้นการสร้างพื้นที่สะอาด การที่เราอยู่โดยไม่มีเขา คือการรักษา “ความสัปปายะ” ให้จิตใจ การไม่กลับมาคือความเมตตาที่ธรรมะจัดสรรให้เราได้เดินบนเส้นทางธรรมอย่างรวดเร็วโดยไม่มี “ตัวถ่วง” อดีตคือขยะพลังงาน: การขุดคุ้ยคนในอดีตกลับมา มักมาพร้อมกับความทรงจำและอารมณ์แบบเดิมๆ ซึ่งเป็น “ขยะพลังงาน” ที่ขวางกั้นการตื่นรู้ การละวางอัตตาตัวตน สรุป: “ศีลไม่เสมอกัน…เจอกันไปก็ไร้ประโยชน์” การตัดขาดอย่างถาวรคือการให้เกียรติ สัจจะ ในปัจจุบันของเราเราจะรู้สึกถึง “ความโปร่งเบา” ในชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่ประตูในอดีตถูกปิดตายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว หรือคุณกำลังสงสัยว่า มี “สายใยพลังงาน” บางอย่างที่ยังตัดไม่ขาด และควรใช้วิธีทางจิตแบบใดเพื่อตัดให้ขาดสะบั้นอย่างถาวร…

  • คำสั่งจิตที่ผิดพลาดในอดีตเปรียบเสมือน “โซ่ตรวนทิพย์”

    #ธรรมชั้นครู๑๙/๑/๖๙ คำสั่งจิตที่ผิดพลาดในอดีต (เช่น การเคยแช่งด่าตัวเอง การบ่นว่าจน การสาบานด้วยอารมณ์ หรือการตั้งสัจจะแล้วทำไม่ได้) เปรียบเสมือน “#โซ่ตรวนทิพย์” ที่ดึงดวงชะตาให้ตกต่ำและทำให้เกิดสภาวะ “ญาณบอด” นี่คือเทคนิคการ “ถอน” พลังงานลบเหล่านั้นเพื่อเปิดรับกระแสศิวิไลซ์ 1. การใช้ “น้ำสะอาด” เป็นสื่อล้างสัญญา (ปรับธาตุ) ในปี 2026 น้ำคือธาตุที่รับข้อมูลได้เร็วที่สุด ให้เตรียมน้ำสะอาด 1 แก้ว วางต่อหน้าในพานอธิษฐานวิธีปฏิบัติ: ยิ้มที่มุมปากให้ใจ เบา สบาย นึกถึงเทวดาประจำตัวและครูบาอาจารย์ แล้วกล่าวว่า: “ข้าพเจ้าขอนำน้ำสะอาดนี้มาเป็นสื่อกลาง เพื่อล้างสัญญาจิตที่ผิดพลาดในอดีต ทุกคำพูดที่เคยแช่งด่าตนเอง ทุกคำสาบานที่ทำไม่ได้ และทุกโปรแกรมจิตที่จำกัดความรวยของข้าพเจ้า ขอน้ำนี้ชะล้างให้ดวงจิตของข้าพเจ้าใสสะอาดนับแต่บัดนี้” (แล้วนำน้ำนั้นมาดื่มและลูบหน้า) 2. การกล่าว “คำถอนสัญญากรรม” (Undo Command) การถอนต้องใช้ “สัจจะ” ใหม่ไปล้างสัจจะเก่าที่ผิดพลาด บทกล่าว: “ข้าพเจ้าขอยกเลิกและเพิกถอน ทุกคำพูดที่เป็นอัปมงคล ทุกการเพ่งโทษนินทาที่เคยทำลงไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ข้าพเจ้าขอคืนอำนาจให้ดวงจิตบริสุทธิ์ของข้าพเจ้า สิ่งใดที่ข้าพเจ้าเคย ‘สั่งจิต’ ให้ติดขัด ข้าพเจ้าขอ…

  • เจ้าบุญนายคุณคือ “รากแก้ว” ของดวงชะตา

    #ธรรมจากประตู๑๖/๑/๖๙ คำว่า “เจ้าบุญนายคุณ” มีความหมายลึกซึ้งในเชิงพลังงานมิติที่ 5 มากกว่าแค่การเป็นผู้มีพระคุณทั่วไป #แต่คือกลุ่มบุคคลหรือดวงจิตที่เป็น” #ท่อส่งพลังงานบารมี” หลักในชีวิตของเราดังนี้ 1. #ใครคือเจ้าบุญนายคุณที่แท้จริง?ในยุคศิวิไลซ์นี้ แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่าเจ้าบุญนายคุณที่ใกล้ตัวและมีพลังสูงสุดคือ “พ่อแม่” (พระอรหันต์ในบ้าน) และ “ครูบาอาจารย์” ผู้ชี้ทางสว่าง พลังงานจากบุคคลเหล่านี้คือสายใยที่เชื่อมต่อเราเข้ากับกระแสบารมีของเทวดาชั้นสูง #หากความสัมพันธ์กับเจ้าบุญนายคุณกลุ่มนี้ติดขัด จะเกิดสภาวะ “ท่อพลังงานตัน” ทำให้ทำมาหากินไม่ขึ้น 2. เทวดาประจำตัว : เจ้าบุญนายคุณในมิติทิพย์ เทวดาที่ดูแลปกปักรักษาเราคือเจ้าบุญนายคุณฝ่ายทิพย์ ท่านคอยคัดกรองภัยอันตรายและเปิดทางทรัพย์ให้ แต่ท่านจะช่วยได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อเรามี “สัจจะ” หากเราผิดสัจจะบ่อยๆ จะถือเป็นการลบหลู่เจ้าบุญนายคุณฝ่ายทิพย์ ทำให้ท่านต้องถอยห่างและปล่อยให้เราเผชิญกับ มารทดสอบ เพียงลำพัง 3. การกตัญญูคือ “การเปิดทางไหลของทรัพย์” พลังความกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณคือคลื่นความถี่ที่สูงที่สุด กตัญญูด้วยใจ: รักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โกรธเคืองหรือเพ่งโทษผู้มีพระคุณ กตัญญูด้วยสัจจะ: พูดคำไหนทำคำนั้นต่อท่าน เพื่อสร้างบารมีที่ใสสะอาด เมื่อเราตอบแทนเจ้าบุญนายคุณด้วยความบริสุทธิ์ใจ รอยรั่วทางบุญ จะถูกปิดสนิท และ #บารมีจะเต็มเปี่ยมจนดึงดูดโชคลาภมหาศาล 4. ระวัง “การสร้างหนี้กรรม”…

  • สั่งจิต

    #ถึงประตูธรรม ๑๙/๑/๖๙ สั่งจิต ไม่ใช่การใช้ความโลภบังคับให้รวย แต่คือการ “ตั้งโปรแกรมสัจจะ” ลงไปในดวงจิตเพื่อให้เทวดาประจำตัวทำงานได้ง่ายขึ้นในยุคศิวิไลซ์นี้ การสั่งจิตที่ได้ผลที่สุดต้องประกอบด้วยหลักการดังนี้ 1. สั่งจิตบนฐานของ “สัจจะ” (อำนาจสั่งการ) หากเราเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น การสั่งจิตจะได้ผลเกือบ 100% #เพราะจิตใต้สำนึกเชื่อถือในอำนาจวาจาของคุณวิธีปฏิบัติ: ก่อนจะสั่งจิตเรื่องใหญ่ ให้ฝึกสั่งเรื่องเล็กๆ แล้วทำตามให้ได้ เช่น “วันนี้ข้าพเจ้าจะยิ้มให้ได้ทั้งวัน” เมื่อทำได้ จิตจะเริ่มบันทึกว่า “คำสั่งของคนนี้คือเรื่องจริง” 2. สั่งจิตด้วยความ “เบา สบาย” (คลื่นความถี่สูง) #หากเราสั่งจิตด้วยความเครียดหรือความอยาก (เช่น “ต้องรวยๆๆ”) จิตจะบันทึก “ความขาดแคลน” แทนวิธีปฏิบัติ: ให้สั่งจิตในขณะที่ใจกำลังโปร่ง ยิ้มที่มุมปาก แล้วบอกว่า “ข้าพเจ้าคู่ควรกับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ ด้วยใจที่เบาสบาย” คลื่นที่เบาจะเชื่อมต่อกับมิติที่ 5 ได้ทันที 3. สั่งจิตให้ “อุดรอยรั่ว” (ป้องกันบารมีไหลออก) #การสั่งจิตที่มีพลังที่สุดคือการสั่งเพื่อขัดเกลาตนเอง  คำสั่งจิต: “นับแต่นี้ ข้าพเจ้าสั่งให้จิตของข้าพเจ้า หยุดนินทา หยุดเพ่งโทษ #และมองเห็นแต่ความดีของผู้อื่น” เมื่อรอยรั่วถูกปิด บุญเก่าจะไหลกลับมาหนุนดวงชะตาทันที 4. สั่งจิตด้วยความ “กตัญญู”…

  • บารมีเก่า

    อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่า #บารมีเก่า คือ สิ่งที่เราทุกผู้ทุกคนได้สร้างสมบำเพ็ญมาในอดีต ไม่ว่าจะเกิดมาแล้วกี่ภพกี่ชาติก็ตาม เมื่อเราได้ละสังขารไปแล้วในแต่ละชาติภพ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นทิพย์และจะถูกนำไปเก็บรวบรวมสะสมไว้โดยอัตโนมัติให้กับตัวเราเองในโลกทิพย์ (คล้ายกับการฝากเงินบัญชีออมทรัพย์ในธนาคาร)#การเรียกบารมีเก่า คือการสื่อสารกับโลกทิพย์ ขอนำบุญบารมีเก่าที่เป็นของเรานั้นเองมาใช้พร้อมๆกับการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญบุญในปัจจุบันชาติเพื่อให้การปฏิบัติธรรมนั้นมีความ ก้าวหน้าพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น บรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุด แต่ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เรามีฐานบารมีเก่าของเรามากน้อยแค่ไหน (เหมือนการขอเบิกเงินในบัญชีมาใช้ในการลงทุน ซึ่งหากมีทุนมาก การดำเนินกิจการจะสะดวก,ง่าย,ไปได้เร็ว และได้รับผลกำไรตอบกลับมาเร็วเช่นกัน)#การที่จะเรียกบารมีเก่าของเรามาได้นั้น ซึ่งต้องใช้กำลังของฌานและพลังเยอะมาก การทำด้วยตัวเอง อาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นอาจทำให้จิตของท่านแตกได้ ฉะนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลช่วย เหลือไม่ให้มีผลกระทบร้ายๆเกิดขึ้นกับตัวท่านในภายหลัง สิ่งเป็นทิพย์ส่วนหนึ่งจะเข้ามาซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากฐานบารมีเก่ามีจำกัด ถ้าหากรับไปหมดในคราวเดียวจะทำให้ท่านควบคุมตัวเองไม่ได้ บางท่านทำมาเยอะจะได้ หูทิพย์ตาทิพย์เจโตปริยญาณเลยก็มี สามารถสื่อสารทางโลกทิพย์ ได้ เห็นเทพ, พรหม, วิญญาณ พูดภาษาทิพย์ได้ การปฏิบัติธรรมหลังจากนี้จะให้ผลเร็วมาก จิตของท่านจะละเอียดขึ้น และจะทำให้ท่านได้รับดวงธรรมมาด้วยซึ่งดวงธรรมนี้ก็เป็นทิพย์เช่นกัน#MAEKHUNOYเทวดาประจำตัวรุ่น 45/2021