สิ่งที่วิญญาณของคุณพยายามจะบอกคุณ

#สิ่งที่วิญญาณของคุณพยายามจะบอกคุณ
เมื่อจิตวิญญาณของคุณพยายามจะพูดกับคุณ โดยทั่วไปแล้ว #ควรฟัง

นี่เป็นเพราะว่าจิตวิญญาณของเราเป็นรูปแบบการดำรงอยู่ที่ทรงพลังที่สุด สมบูรณ์ที่สุดของเรา เขาพยายามช่วยให้คุณเติบโตและเชื่อมต่อกับโลกรอบตัวคุณอยู่เสมอ #บางครั้งเราพยายามเพิกเฉยต่อสิ่งที่เขาพูด หรือรู้สึกว่าเราไม่มีเวลาที่จะแยกแยะปัญหาที่ยังไม่ได้แก้ไขซึ่งกำลังนำ
กลับมา #แต่เราต้องให้ความสนใจกับจิตวิญญาณ และความปรารถนาของเขาตามที่ควรและเราสามารถเริ่มต้นด้วย

?️?#การให้เกียรติบทเรียนที่จิตวิญญาณต้องการสอนคุณ

⭐️#วัตถุมงคลไม่มีวันสร้างสุขถาวร
รู้ว่าคุณต้องการรถใหม่และบ้านที่ดี แต่จิตวิญญาณของคุณไม่ได้กังวลกับสิ่งเหล่านี้จริงๆ อันที่จริงจิตวิญญาณของคุณไม่รู้จักแม้แต่วัตถุในชีวิตของคุณ #ดังนั้นอย่าหลงทางในการแสวงหาความมั่งคั่ง เน้นทำให้จิตวิญญาณของคุณมีความสุข สิ่งนี้จะช่วยคุณส่งเสริมแง่บวกในทุกด้านของชีวิต

⭐️#หยุดวิตกกังวลกับอดีตและอนาคต
เมื่อเราใช้เวลาเสียใจกับเหตุการณ์ในอดีตหรือเครียดกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เรากำลังสูญเสียพลังงานไปกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เมื่อคุณก้าวออกจากขณะปัจจุบันและอาศัยอยู่ที่อื่น ๆ สิ่งที่คุณกำลังทำคือการระบายน้ำใจของคุณและทำลายจิตวิญญาณของคุณ

⭐️#ชีวิตมันยาก
สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนต้องตระหนักในจุดหนึ่งคือชีวิตนั้นยากกว่าที่เราคิด แต่ไม่เป็นไรเพราะเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดที่เรามีศักยภาพสูงสุดสำหรับชัยชนะ วิญญาณของคุณมีคำตอบทั้งหมดที่คุณต้องการ ดังนั้นเชื่อว่าไม่ว่าตอนนี้จะยากแค่ไหน คุณก็จะออกมาอีกด้านหนึ่ง

⭐️#อย่าใช้เวลามากเกินไปในการทำให้คนอื่นมีความสุข
สิ่งที่ปลดปล่อยมากที่สุดอย่างหนึ่งที่คนเราตระหนักได้ก็คือพวกเขาไม่สามารถทำให้ทุกคนในชีวิตมีความสุขได้ รู้ว่าพวกเราหลายคนพยายามแล้วและล้มเหลว การทำให้ทุกคนในชีวิตของคุณมีความสุขเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ #บางครั้งคุณต้องเลือกว่าใครจะมีความสุขและใครผิดหวัง ดังนั้น #คุณอาจเลือกตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่คุณสร้างความสุขได้เช่นกัน

⭐️#ความล้มเหลวและความผิดพลาดมีมากกว่าโอเค แม้ว่าความล้มเหลวและความผิดพลาดอาจทำให้คุณอารมณ์เสีย แต่ก็ทำให้จิตใจคุณเบิกบาน ทำไม? เพราะจากความล้มเหลว เราเรียนรู้มากกว่าที่เราทำจากความสำเร็จ

?️?#หากจิตวิญญาณของคุณสามารถพูดกับคุณได้ มันก็จะบอกคุณว่าอัตตาของคุณทำให้คุณรู้สึกแย่กับความล้มเหลว จิตวิญญาณของคุณไม่สามารถมีความสุขมากขึ้นที่คุณพยายามและล้มเหลว

Similar Posts

  • การเปิดญาณบารมี

    #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิตบุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิต การเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้น หากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไป หากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผล สิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด#การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทาง คือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง 2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล 3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ#ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม#ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี 1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต 2. สมาธิ…

  • คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหา

    คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเองด้วยความรู้ความสามารถในการใช้เหตุผลทางอนุมานแสวงหาความรู้ทางพระคัมภีร์อยู่ทุกหนทุกแห่งและเรียกการทำอย่างนั้นว่าการปฎิบัติธรรมเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าความรู้และสติปัญญาชนิดนั้นยิ่งมีมากก็ยิ่งมีผลในทางตรงกันข้าม#คือเป็นการสุ่มกองสิ่งกีดขวางให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง การถ่ายทอดความว่างให้กันและกันนั้นไม่สามารถทำได้โดยท่องคำพูดการถ่ายทอดตามความหมายของฝ่ายวัตถุนั้นไม่สามารถใช้การได้กับธรรมะเมื่อเป็นดังนั้น#จิตเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดโดยจิตและจิตเล่านี้ไม่แตกต่างกันเลยการถ่ายทอดและการรับการถ่ายทอดทั้งสองอย่างนี้เป็นความเข้าใจอันเร้นลับที่เข้าใจได้ยากที่สุดจนถึงกับมีไม่กี่คนจริงๆที่สามารถรับเอาได้เมื่อสิ่งที่เรียกว่าความรู้และสติปัญญาเฉลียวฉลาดชนิดนั้นเกิดย่อยไม่ได้ขึ้นมามันก็กลายเป็นพิษขึ้นเพราะมันเป็นได้แต่เพียงของในเครือเดียวกันกับสังสารวัฏเท่านั้นในฝ่ายธรรมอันสูงสุดนั้นไม่มีของชนิดนี้เลยดังนั้นจึงมีคำกล่าวไว้ว่าในคลังแสงสรรพวุฒิแห่งราชาธิปัตย์ของข้าหามีดาบแห่งความเป็นเช่นนั้นใหม่

  • 10 ประการ อุปสรรคทั้งหลายก็จะหายไป การปฏิบัติสิบประการเหล่า

    ไม่แสวงหา 10 ประการ อุปสรรคทั้งหลายก็จะหายไป การปฏิบัติสิบประการเหล่านี้คือ 1. #เราไม่ควรปรารถนาให้ร่างกายของเราปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เพราะร่างกายที่ปราศจากโรคมักมีความอยากและราคะ นี้นำไปสู่การทำลายศีลและการถอยหลัง 2. เราไม่ควรปรารถนาให้ชีวิตเราปราศจากความโชคร้ายและความทุกข์ยาก หาไม่แล้วเราจะมีความหยิ่งจองหองและยะโสโอหัง ทำให้เราดูหมิ่นและทำโอหังต่อผู้อื่น 3. เราไม่ควรปรารถนาให้การปฏิบัติจิตของเราปราศจากอุปสรรคทั้งปวง เพราะในกรณีเช่นนี้ จะทำให้เราคิดว่าความรู้ของเราย่อมเป็นเลิศ จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองตื่นแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้ตื่นขึ้น 4.เราไม่ควรปรารถนาให้การฝึกฝนของเราปราศจากสิ่งกีดขวางจากมาร เพราะคำปฏิญาณของเราจะไม่มีวันมั่นคงและยั่งยืน จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองรู้แจ้งแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้แจ้ง 5. เราไม่ควรปรารถนาให้แผนและกิจกรรมของเราประสบผลสำเร็จโดยง่าย เพราะเช่นนั้นแล้วเราจะมีความคิดดูหมิ่นและดูหมิ่นเหยียดหยาม จะนำไปสู่การล่วงละเมิดอันกิดจากความจองหองและหยิ่งทะนง โดยคิดว่าตนเองเต็มไปด้วยคุณธรรมและพรสวรรค์ 6. เราไม่ควรหวังผลกำไรในความสัมพันธ์ทางสังคมของเรา จะทำให้เราละเมิดหลักศีลธรรมและมองเห็นแต่ความผิดพลาดของผู้อื่นเท่านั้น 7.เราไม่ควรปรารถนาให้ทุกคนคิดเห้นสอดคล้องกับเราตลอดเวลา จะนำไปสู่ความหยิ่งจองหองและเห็นเฉพาะด้านของเราเองในทุกประเด็น 8.เราไม่ควรปรารถนาที่จะให้คนอื่นตอบแทนความดีของเรา หาไม่แล้วเราจะทำให้จิตติดกับการคิดคำนวณ (ผลได้ผลเสีย) จะนำไปสู่ความโลภในชื่อเสียงและโชคลาภ 9.เราไม่พึงปรารถนาที่จะมีส่วนในโอกาสเพื่อผลกำไร หาไม่แล้วจิตจะหลงผิด จะทำให้เราเสียคุณงามความดีและชื่อเสียงอันดีของเราไปเพราะเห็นแก่ประโยชน์อันไม่ดี 10. เมื่ออยู่ภายใต้ความอยุติธรรมและการใส่ร้าย เราไม่ควรพยายามหักล้างและปฏิเสธ เพราะการทำเช่นนั้นบ่งชี้ว่าจิตของตนเองและผู้อื่นยังไม่ได้ถูกตัดขาด (หมายความว่ายังมีความคิดแบ่งเขาแบ่งเรา) จะนำไปสู่ความขุ่นเคืองและความเกลียดชังมากขึ้นอย่างแน่นอน

  • เป็นเรื่องง่ายที่เราจะตกอยู่ในระดับความเครียดด้วยพลังงานเก่า

    เป็นเรื่องง่ายที่เราจะตกอยู่ในระดับความเครียดด้วยพลังงานเก่าที่ติดอยู่ในอดีตและพลังงานใหม่ที่เข้ามา แต่เราต้องรักษาสมดุลและทำตามเป้าหมาย อย่าลืมเข้าสู่โหมดการดูแลตนเองขั้นสูงและหยุดพักจาก…..คนที่ไม่มีใจที่จริง(ไร้สัจจะ)เลือกว่าใครที่คุณจะคบและสิ่งที่คุณจะฟังหรืออ่าน ระวังสิ่งที่คุณปล่อยเข้าสู่จิตสำนึกของคุณ ให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นไปในเชิงบวกและเป็นแสงสว่าง #วาระมืดเป็นอดีตและไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไปคนที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันหันกลับมาบอกเขาไป…..บ๊ายๆ บ่าย ลาก่อน ทุกคนจะต้องอัปเกรดใน Ascension ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังใช้เวลาในช่วงเวลาปัจจุบันของคุณชื่นชมสิ่งที่คุณมี จำไว้ว่าความตั้งใจและความกตัญญูเป็นเครื่องมือสำแดงที่แท้จริงที่จะนำมาซึ่งความปรารถนาอันแท้จริงของหัวใจคุณอีกครั้ง คำตอบเหล่านี้อยู่ในตัวคุณแล้ว เป้าหมายที่นี่ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดของโลกในหนึ่งวัน แต่เพื่อเชื่อมต่อและรักตัวเอง สิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้นก่อนและสำคัญที่สุดคุณจะไม่สามารถได้ยินสัญชาตญาณของหัวใจและจิตวิญญาณของคุณหากคุณมีข้อสงสัยหรือความไม่มั่นคงใดๆ ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นและพร้อมให้คุณผ่านสถานการณ์ สถานการณ์ เหตุการณ์ ผู้คน และความสัมพันธ์ ทุกความท้าทายในชีวิตพร้อมให้คุณเรียนรู้และเติบโต ไม่มีอะไรเป็นโทษ ประสบการณ์คือทุกสิ่ง ยิ่งคุณวนเวียนผ่านความทุกข์ยากซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นนี่เป็นเหตุผล คุณจะแข็งแกร่งขึ้นและฉลาดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นความจริงสำหรับคุณที่สถานการณ์ที่ดูเหมือนเลวร้ายที่สุดได้ทำให้คุณกลายเป็นนักรบวิญญาณ (ชาย/หญิง) ที่คุณเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

  • ๒๕ มกรา

    เช้าวันที่ ๒๕ ม.ค.กิจกรรมภายในแม่ครูได้ อัญเชิญ พระสิงห์อาชาทอง เศรษฐีล้มลุก จากพระครูบาเหนือชัย โฆษิโตจากวัดถ้ำป่าอาชาทองมอบโดยพระ อาจารย์สุทธิพงษ์ นำ เขาประดิษฐาน ณ.หอจิตวิญญาณประตูธรรม๕หนเหนือบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ จ.พะเยาเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับนักเรียนได้มีโอกาสมากราบไหว้ และระถึงคำสอนอันสูงสุดโดยมีครูฟอร์ดUnique lash education และคุณข้าวโพดคั่ว เป็นตัวแทนนักเรียนร่วมพิธีภายใน

  • “มารสอบอัตตา” ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน”

    🚩🚩 ปัญหาส่วนตัวคุณละการที่ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน” ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การแต่งกาย หรือบุคลิกของครูผู้สอน ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่เรียกว่า “มารสอบอัตตา” (ตัวตน) ของผู้ปฏิบัติเอง ตามหลักการปรับจูนพลังงาน ⚠️ #ปัญหานี้คือตัวผู้ปฏิบัติเอง มีแง่คิดให้พิจารณาดังนี้ ⚠️ ติดสมมติ (ติดเปลือก): แม่ครูน้อยมักสอนว่า “สไตล์” คือเปลือกภายนอกที่เป็นโลกสมมติ หากเรายังไม่ชอบหรือขัดใจในสไตล์ แสดงว่าจิตของเรายังยึดติดกับรูปลักษณ์ (รูปนาม) และยังเข้าไม่ถึง “กระแสธรรมบริสุทธิ์” ที่อยู่ภายใน นี่คือสัญญาณว่า “ญาณ” ของเรายังถูกบดบังด้วย ความชอบ-ไม่ชอบส่วนตัว ⚠️พลังงานยัน (ต้านกัน): ความไม่ชอบสไตล์จะสร้าง “กำแพงพลังงาน” ขึ้นมาปิดกั้นการรับรู้ ทำให้บุญบารมีที่ควรจะไหลผ่านคำสอนเข้าสู่จิตใจของเราเกิดอาการติดขัด หรือที่เรียกว่า “#บารมีไม่เปิด” เพราะใจของเราปิดตั้งแต่เริ่มมองเห็นสไตล์ที่ไม่ถูกจริต ⚠️ กระจกสะท้อนจิต: #บางครั้งครูผู้สอนอาจแสดงสไตล์ที่จงใจให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกขัดใจ เพื่อทดสอบว่าผู้ปฏิบัติจะสามารถ “รักษาความนิ่ง” และ “วางจิตที่ความว่าง” ได้หรือไม่ หากเราผ่านความไม่ชอบสไตล์ไปได้ จิตของคุณจะขยับสู่มิติที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นมิติแห่งการไม่ตัดสิน (Non-judgment) ⚠️ #วิธีแก้ไข (บันทึกจิตใหม่) แยกแยะ:…