คุณกำลังปรับโฮโลแกรม

คุณกำลังปรับโฮโลแกรมที่มั่นคงทางร่างกายปรับร่างกายของคุณให้เป็น … ในทุกช่วงเวลา ปรับแต่งความถี่ที่สูงขึ้นเพื่อสั่นสะเทือนให้มีความถี่สูงขึ้น….โลก 3D / ร่างกาย4D โลก / ร่างกาย5D โลก / ร่างกาย6D โลก / ร่างกาย7D โลก / ร่างกาย8D โลก / ร่างกาย9D โลก / ร่างกาย10D โลก / ร่างกาย11D โลก / ร่างกาย12D โลก / ร่างกาย13D โลก / ร่างกาย14D โลก / ร่างกายโลก 15D / ร่างกาย16D Earth / ร่างกาย17D Earth / Body18D Earth / Body19D Earth / Body?️? (และสูงขึ้นมาก) … .. นี่คือการวิวัฒนาการทั้งหมดไปสู่ความถี่ที่สูงกว่าของการมีอยู่จริง … ที่จะดำเนินต่อไปจนกว่าแบนด์วิดท์ต่ำทั้งหมดจะหายไป / ละลาย / แยกชิ้นส่วนและสร้างขึ้นใหม่ในความถี่ใหม่ทั้งหมด ใช่ตอนนี้ ร่างกายอันสั่นสะเทือนของโลกความเป็นจริงที่คุณถืออยู่ตลอดเวลา…. คุณจะสั่นและปรับใหม่อย่างต่อเนื่องเนื่องจากความสำคัญของคุณจะกลายเป็นของคุณเองและ โลกที่คุณอยู่ในตอนนี้ ความบริสุทธิ์ของแหล่งกาแลกติกทางจักรวาลที่สูงขึ้นเหล่านี้เปลี่ยนความถี่การสั่นสะเทือนของคุณเปลี่ยนความหนาแน่นของสสารทางกายภาพบนโลกทั้งคุณทั้งโลกภายใน / นอกโลก?️?#โลกคือการสั่นสะเทือนคอสโมสคือการสั่นสะเทือนคุณกำลังสั่นสะเทือนไม่ว่าจะเป็นเรื่องละอองดาวอนุภาคในรูปแบบทางกายภาพ พูดคุย โกรธ หรือดีใจ เสียใจคุณกำลังสั่นสะเทือน

Similar Posts

  • น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมา ด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า

    น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมาด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า พระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า#คือจิตสำนึก…ไม่ใช่ผู้สร้าง พระเจ้าเป็นแหล่งกำเนิดของการสร้างเองมัน (ไม่ใช่เขาหรือเธอหรือใคร)ไอทีไม่ได้เป็นอิสระจากคุณคือความสมบูรณ์ของทุกสิ่ง #ดังนั้นเมื่อคุณเรียกตัวเองว่าพระเจ้าไม่ได้หมายถึงตัวคุณเองคุณกำลังพูดถึงการแสดงออก #ของตัวตนของพระเจ้าที่อยู่ภายในตัวคุณ  กริยา…พลังงาน…ไม่ใช่คำนาม เมื่อคุณคิดว่าพระเจ้าเป็นคำนาม คน สถานที่ หรือสิ่งของ #คุณจะแยกตัวเองออกจากพระเจ้าและกลายเป็นสิ่งที่จำกัดในทันที นั่นคือสิ่งที่แยกผู้เชื่อ (ศาสนา) ออกจากผู้รู้ (ฝ่ายวิญญาณ)

  • “ดูแลจิตของตัวเองให้ผ่องใส” ในยุคพลังงานใหม่

    #ธรรมชั้นครู ๒๗/๑/๖๙ ดูแลจิตของตัวเองให้ผ่องใส” ในยุคพลังงานใหม่ปี 2026 #ไม่ใช่เรื่องของการหนีจากโลกความจริง แต่คือการสร้าง “ระบบป้องกันทางจิต” ให้แข็งแกร่งท่ามกลางความวุ่นวาย นี่คือวิธีปฏิบัติที่ได้ผลจริง 1. การทำ “Digital & Emotion Detox” จิตที่ใสเริ่มจากการรับสิ่งที่ใส เลือกรับสื่อ: หลีกเลี่ยงข่าวสารที่ใช้ความรุนแรง การด่าทอ หรือการสร้างความขัดแย้ง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปฝังในจิตใต้สำนึกเป็นพลังงานลบ สังเกตอารมณ์: เมื่อมีความโกรธหรือความหงุดหงิดเกิดขึ้น ให้ “รู้เท่าทัน” เหมือนดูฝนที่กำลังตก ไม่ต้องกระโดดลงไปเล่นน้ำฝน แค่มองเห็นว่า “อ้อ…ความโกรธกำลังผ่านมา” แล้วมันจะผ่านไปเอง 2. ฝึกภาวะ “Mindfulness in Flow” ไม่ต้องนั่งหลับตาเป็นชั่วโมง แต่ให้มีสติในทุกกิจกรรม: ขณะกินข้าว ให้รู้รสชาติ, ขณะเดิน ให้รู้สัมผัสเท้า, ขณะทำงาน ให้จดจ่อทีละอย่าง เมื่อจิตอยู่กับปัจจุบัน (Present Moment) พลังงานจะไม่รั่วไหลไปหาอดีตที่แก้ไขไม่ได้ หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง #จิตจะสะสมพลังงานความสงบไว้ได้เอง 3. เชื่อมต่อกับพลังงานธรรมชาติ (Earthing) ร่างกายและจิตใจเราเชื่อมโยงกับโลก: พาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่สีเขียว…

  • “รหัสใจอิสระ”

    “รหัสใจอิสระ“ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) เมื่อชีวิตถึงจุดที่สมดุล มวลสารใน ศูนย์กลางกาย จะนิ่งและแน่นจนไม่เกิดแรงดึงดูดที่ จะไปคว้าเอาเศษกรรมของผู้อื่นมาปนเปื้อน ทำไมความสมดุลนี้จึงเป็นรหัสชั้นสูง รหัส “วงโคจรส่วนตัว” เมื่อใจเราสมดุล เราจะมีสนามพลังที่เป็นเอกเทศ ไม่เป็น “ทาสทางอารมณ์” ของใคร เราจะมองเห็นความสุขและความทุกข์ของเพื่อนหรือคนรอบข้างเป็นเพียง มวลสารที่ผ่านมาแล้วผ่านไป โดยที่ดวงแก้วของเราไม่กระเพื่อมตาม รหัส “หยุดการจูนคลื่นต่างแดน” การดึงสุขหรือทุกข์ของคนอื่นมาใส่ตัว คือการทำให้รหัสชีวิตตัวเองรวน ความสมดุลจะช่วยให้เรารักษา ความถี่ (Frequency) ของตัวเองไว้ได้คงที่ ทำให้คุณมีพลังเหลือเฟือที่จะสร้างสรรค์ “ตัวสำเร็จ” ในทางของคุณเอง รหัส “เมตตาไร้พันธนาการ” คุณยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ แต่เป็นการช่วยด้วย มวลสารสว่าง ที่ส่งออกไป โดยไม่เอาตัวเข้าไปแบก (ไม่ใช้ความสงสารที่ความถี่ต่ำ) นี่คือความสมดุลที่ทำให้คุณช่วยคนได้มากกว่าเดิม โดยที่บารมีของคุณไม่ลดลง รหัส “ป้องกันขยะวิญญาณ” สุขทางโลกของคนอื่นมักแฝงด้วยความหลง ทุกข์ของคนอื่นมักแฝงด้วยโทสะ การไม่ดึงรหัสเหล่านี้มาใส่ตัว คือการทำความสะอาดทางจิตวิญญาณแบบ Real-time ทำให้ใจคุณใสเป็นปกติอยู่เสมอ ชีวิตที่สมดุลคือชีวิตที่ “รู้ขอบเขตของมวลสาร” เราคือผู้ครอบครองพื้นที่สว่างของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องพึ่งพาเศษความสุขจากใคร…

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • รู้มั้ยว่าทำไมคาถาอาคม

    #รู้มั้ยว่าทำไมคาถาอาคมคำอธิฐานหรือวลีทางศาสนาหรือแม้แต่ความเชื่อในบางชนเผ่าถึงได้ให้ผลลัพธ์ตามที่ผู้ท่องมนต์เหล่านั้นต้องการ #นั่นเพราะว่ามีการพูดซ้ำๆหลายครั้งเสมอเป็นการพูดซ้ำ#ภายใต้สภาวะอารมณ์ที่ตื่นตัวเต็มไปด้วยความเชื่อสุดสุด ไม่มีคาถาหรือการอธิษฐานใดที่ได้ผลจากการท่องเพียงครั้งเดียวและไม่มีคาถาใดที่ได้ผลหากผู้ท่อง ไม่เชื่อในทิศของมันแต่หากคุณท่องเชื่อว่าผลลัพธ์จะต้องเกิดขึ้นมันก็จะเกิดขึ้นแม้จะไม่เข้าใจความหมายของถ้อยคำใดได้เลย #การท่องมนต์ก็จะได้ผลลัพธ์เช่นนั้น ประเด็นสำคัญมิใช่ความหมายที่เราเข้าใจแต่ #เป็นความเชื่อที่เรามอบให้จิตใต้สำนึกอย่างวางใจว่ามันต้องเกิดขึ้นการที่ให้คุณพูดถ้อยคำที่ต้องการ บ่อยๆทำซ้ำๆนับ 100 ครั้ง 1000 ครั้งเพราะในที่สุดจิตใต้สำนึกจะเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นแล้วมันจะจัดการให้ #แปลกไหมว่าทำไมคุณจึงมีความกังวลด้านการเงินอยู่ตลอดเวลา บางคนก็มีปัญหาสุขภาพป่วยเป็นโรคอะไรซักอย่างมีโรคประจำตัวบางคนก็เจ็บคอแพ้อากาศเป็นประจำหรือบางคนก็มีปัญหาด้านความสัมพันธ์หรือไม่ก็ขาดคู่รักคู่ชีวิตบอกให้ก็ได้ทั้งหมดเป็นเพราะเหตุการณ์บางอย่างในวัยเด็กหรือในอดีตมันสร้างบาดแผลไว้และก่อให้เกิดเงื่อนไขในจิตใต้สำนึกแล้วจิตใต้สำนึกก็ออกโรงทำงานให้เกิดผลรับนานัปการอย่างที่คุณเจอในตอนนี้ #และทั้งหมดในสิ่งที่คุณเจอก็เพราะคุณ ดาวน์โหลดข้อมูลที่เกิดขึ้นกับคุณมาเก็บไว้ในระบบความเชื่อและส่งผ่านไปยังจิตใต้สำนึกของคุณ เพราะร่างกายคุณคือเครื่องจักรที่ทำงานตามซอฟท์แวร์หรือข้อมูลที่คุณดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในสมองและจิตใจจากนั้นมันจะสร้างสภาวะอารมณ์และก่อให้เกิดอาการบางอย่างในร่างกายขึ้นมานั่นล่ะคือผลลัพธ์ชีวิตสั้นสั้นแค่นี้เอง ดังนั้นหากอยากเปลี่ยนชีวิตเป็นคนใหม่ที่แท้จริงคุณต้องลบข้อมูลเก่าทั้งหมดในจิตใต้สำนึกออกไปเสียก่อนล้างไวรัสขยะหรือข้อมูลมีพิษออกจากสมองและจิตใต้สำนึกแล้วดาวน์โหลดข้อมูลที่มีประโยชน์อันเป็นคำสั่งใหม่ลงสู่สมองและจิตใต้สำนึกเอาสิ่งที่คุณต้องการใส่ลงไปป้อนคำสั่งที่ชัดเจนถูกต้องตรงไปตรงมาลงไปเมื่อนั้นร่างกายจะทำงานในรูปแบบใหม่ตามที่คุณต้องการ 100% #MAEKHUNOYเทวดาประจำตัว

  • ” วิมลา”ภูมินี้ศีลบารมีเป็นใหญ่

    ” วิมลา” หมายถึงความบริสุทธ์ปราศจากราคีภูมินี้ศีลบารมีเป็นใหญ่แต่การรักษาศีลนี้ก็แนบเนื่องด้วยปัญญาเช่นกัน ??#คือมองว่าทุกชีวิตต่างเวียนว่ายและเป็นทุกข์ความกรุณานำพาให้ไม่อยากเบียดเบียนใครจึงไม่ได้รักษาศีลเพื่อให้ตนดีงามบริสุทธ์แต่รักษาเพราะตระหนักถึงการอิงอาศัยกัน ??#ทุกการกระทำควรประกอบด้วยปัญญาและกรุณาใจบริสุทธ์เพียงเพื่อให้ผู้อื่นพ้นทุกข์เท่านั้นจะไม่นำสิ่งใดเข้าตน แม้ความดีสละทั้งตนเอง สละทั้งธรรม!!!ภูมินี้ ลองสำรวจตนก่อนนะค่ะถ้าใครผ่านแล้ว ก็เข้าท่าแล้วล่ะเราจะได้วัดตนเองต่อไปในภูมิที่สูงขึ้น ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์