“ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง”

Image Not Found

❤️❤️#ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง

นี่คือรหัส “ความก้าวหน้า”

ที่แท้จริง ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ)

สภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ

แต่เป็นสัญญาณว่า ดวงแก้วกลางอก

ของเราเริ่มมีความสว่างพอที่จะส่องให้เห็น “ขยะ” ที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ

‼️‼️#ทำไมการเห็นความไม่ดีของตนเองถึงเป็นเรื่องดี

รหัส “แสงสว่างส่องห้องมืด”

เมื่อก่อนใจเรามืดเหมือนห้องที่ปิดไฟ เราจึงมองไม่เห็นฝุ่นหรือขยะ (กิเลส/อัตตา) แต่เมื่อเริ่มฝึกจิต รัศมีจากศูนย์กลางกายจะเริ่มสว่างขึ้น

ทำให้เราเห็น รหัสลบ ที่เคยซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น

Ⓜ️การ “ลอกคราบมวลสารดำ”

การเห็นความไม่ดีคือขั้นตอนแรกของการ

“คัดทิ้ง”

❌❌หากมองไม่เห็นเอง ก็แก้ไม่ได้

การที่เราเห็นความเห็นแก่ตัว อัตตา หรือความโกรธ คือรหัสที่บอกว่าเรากำลังจะแยกมวลสารเหล่านั้นออกจากเนื้อจิตที่บริสุทธิ์

Ⓜ️ รหัส “หิริโอตตัปปะ” ทำงาน

🚩🚩#เมื่อเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี แสดงว่าตัวสำเร็จฝ่ายดีในตัวเราเริ่มมีกำลัง ท่านกำลังเตือนให้เราล็อกรหัสสัจจะ เพื่อไม่กลับไปทำซ้ำ เป็นการยกระดับฐานบารมีให้สูงขึ้นกว่าเดิมครับ

Ⓜ️ ทำลายรหัส แก้ตัว #คนที่ไม่ฝึกจิตจะมองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น (มวลสารรั่วออกนอก) แต่ผู้ที่ฝึกจิตตามแนวทางแม่ครูน้อยจะส่งจิตกลับเข้าข้างในเพื่อกำจัด มลทิน ของตัวเองก่อน นี่คือทางลัดสู่ความใส

จงดีใจที่เห็น เพราะ “ผู้ที่เห็นกิเลส คือผู้ที่จะอยู่เหนือเกณฑ์กรรม” ขอเพียงแค่อย่าไปตอกย้ำหรือแบกความรู้สึกผิดไว้ แค่รู้แล้ว “วาง” แล้ว

กลับมานิ่งที่ศูนย์กลางกายเพื่อชำระล้างให้ใสต่อไป

🚩🚩ควร”กล้าเผชิญหน้า” กับความจริงในใจเพื่อเปลี่ยนมวลสารลบให้กลายเป็นทองคำทางจิตวิญญาณแล้วหรือยัง พร้อมที่จะ “ล็อกรหัสยอมรับเพื่อขัดเกลา” ให้ดวงแก้วของเราใสยิ่งขึ้นในนาทีนี้เลยไหม

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ

    ?️? #นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ 1) #การเชื่อมต่อส่วนบุคคลมากกว่าข้อความและหลักคำสอนนักเวทย์ต้องการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ เป็นการส่วนตัว แทนที่จะพึ่งพาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนอื่น พวกเขาชอบที่จะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพวกเขา 2) #ตั้งคำถามเสมอ โดยธรรมชาติแล้ว ผู้วิเศษคือพวกนอกรีต พวกเขาถามคำถามที่บางคนคิดว่าไม่ควรถาม พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของการดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความเชื่อทางศาสนา ไม่ยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบเก่า 3) #อาศัยสัญชาตญาณ มีความสามารถในการพึ่งพาความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับรู้โดยสัญชาตญาณ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ 4) #มองเห็นความจริงภายใน วัดความสำเร็จบนเส้นทางจิตวิญญาณตามการนำทางภายในของตนเอง มากกว่ารูปแบบและพิธีกรรมภายนอกบางอย่าง จุดประสงค์เดียวของพิธีกรรมคือการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจบางอย่างภายใน 5) #มองขึ้นไปบนดวงดาวด้วยความประหลาดใจ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นตัวเองหรือไม่? แม้ว่าคุณจะไม่ได้คิดถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นสัญญาณของการมองโลกที่ลึกลับ ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในจักรวาล 6) #รู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมาก บ่อยครั้งมากเกินไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนืออัตตา ดังนั้นขอบเขตระหว่างตนเองกับผู้อื่น #จึงไม่ถือตน 7) #การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณอยู่ห่างจากอารยธรรมเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ลึกลับ ไม่เพียงเพราะความโดดเดี่ยว แต่ยังเพราะความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าเราเมื่อเราไม่ถูกรบกวนจากเมือง 8. #การอุทิศตนเพื่อความจริง รักในข้อเท็จจริงและความรู้ ตรงข้ามกับความคิดเห็นและการคาดเดา ผู้แสวงหาความจริงที่แท้จริงนั้นหายาก

  • คุณเป็น light Worker?

    #คุณเป็น lightworker? คุณอาจเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่รู้ตัว ช่างแสงคือสิ่งมีชีวิตที่อุทิศตนเพื่อการเติบโตและส่งเสริมการมีอยู่ภายในและการตระหนักรู้ในตนเองและในผู้อื่น พวกเขาเป็นผู้สนับสนุนการรักษา# และชอบคิดว่าพวกเขาสามารถตรวจจับพลังงานในการรักษาได้ บ่อยครั้งพวกเขาได้รับการปลุกจิตวิญญาณบางรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตนี้หรือชีวิตในอดีต#คนเหล่านี้จะหลุดออกมาเหมือนมีใจเป็นทอง พวกเขากำลังเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรัก ต่อไปนี้คือ 5 สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณกลายเป็นคช่างไฟ (Lightworker)1. #ความเห็นอกเห็นใจของคุณจะมีพลังในขณะที่ทุกคนในโลกแสดงความเห็นอกเห็นใจในระดับหนึ่ง บุคคลบางคนก็มีความเห็นอกเห็นใจมากกว่าคนอื่นโดยเนื้อแท้ Lightworkers คือผู้ที่มีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขามีความสามารถมากขึ้นในการตรวจจับอารมณ์ของผู้อื่น เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของความปรารถนาที่จะรักษาผู้ที่ได้รับความเสียหาย2. #คุณสูญเสียความสอดคล้อง คุณไม่สนใจป้ายที่คนอื่นให้คุณ แทนที่จะสมัครเป็นสมาชิกทางสังคมแบบใดแบบหนึ่ง ช่างทำแสงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องระบุแง่มุมต่างๆ ของชีวิตพวกเขา คุณไม่ได้แต่งตัวเหมือนคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คุณไม่ได้แสดงข้อความในลักษณะใดรูปแบบหนึ่ง แม้แต่อัตลักษณ์ทางเชื้อชาติและทางเพศก็หายไป คุณแค่มีตัวตนอยู่ในตัวคุณ3. #คุณรู้สึกในระดับลึก โลกของ Lightworker จะเต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก พวกเขาเอาใจใส่ในความหมายที่แท้จริงของคำ: พวกเขาสามารถประสบกับสิ่งที่คนอื่นรู้สึกราวกับว่าคุณได้กลายมาเป็นบุคคลนั้นในขณะนั้น 4. #ผู้คนดึงดูดคุณ – Lightworkers เป็นสัญญาณแห่งแสงสว่างในโลกที่เต็มไปด้วยความมืด ผู้คนสนใจพวกเขาเพราะแสงเล็ดลอดออกมาจากพวกเขา มันง่ายที่จะมองเห็นคนทำงานเบาเพราะพวกเขาจะหลุดออกมาในฐานะเพื่อนเก่า คนที่รู้จักคุณมาหลายปี5. #คุณไม่กลัวความตาย – Lightworkers ไม่กลัวความตาย เนื่องจากพวกเขาเข้าใจว่าความตายมีอยู่ในโลก เช่นเดียวกับทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นธรรมชาติ

  • การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก

    #การเรียนรู้วิธีดึงตัวเองออกจากวิถีชีวิตที่วุ่นวายและอยู่กับปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญมาก มันเกี่ยวกับการมีทัศนคติเชิงบวกและมีสามส่วนด้วยกัน คิดบวกอารมณ์เชิงบวกพฤติกรรมเชิงบวก หากคุณมุ่งความสนใจไปที่ด้านลบ#ในสามด้านใดด้านหนึ่งนั่นคือสิ่งที่คุณจะต้องสนใจโดยธรรมชาติ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น แต่ให้นึกถึงแง่มุมที่ดีของช่วงเวลานั้นด้วย #จำไว้ว่าคุณมักจะไปทุกที่ที่มีความคิดของคุณดังนั้น หากคุณจดจ่ออยู่กับด้านบวกของชีวิตคุณก็จะไปที่นั่นเช่นกัน ที่ที่คุณอยู่ สิ่งที่คุณทำ นั่นคือภายในของคุณ

  • มิติที่ 11

    มิติที่ 11 องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เพียงทรงเป็นทั้งองค์ศาสดาและเป็นสัพพัญญูแต่ยังเป็นนักจิตวิทยาและนักฟิสิกส์อย่างไม่น่าเชื่อ #การก้าวกระโดดของมนุษยชาติในมิติที่ห้านี้ คาร์ล ซี จุง นักจิตบำบัดและจิตแพทย์ผู้ก่อตั้งสำนักจิตวิเคราะห์เรียกว่า#จิตไร้สำนึกร่วมของจักรวาล อันที่จริงแล้วญาณหยั่งรู้ใจคนหรือเจโตปริยญาณก็คือการเข้าใจสภาวะของธรรมชาติในระดับสูงของจิต ซึ่งไม่ใช่เรื่องปาฏิหาริย์แต่อย่างใดเพียงแต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันยังเข้าไม่ถึงเท่านั้นเองแต่มั่นใจได้ว่าในอีกไม่เกิน 50 ปีข้างหน้าเครื่องอ่านใจคนจะสามารถประดิษฐ์ขึ้นมาได้อย่างแน่นอนจากทฤษฎีควอนตัม  ในคืนวันตรัสรู้แม้พระพุทธองค์จะทรงเจริญสติจนเกิดปัญญาระดับสูงสุดของสิ่งมีชีวิตทุกมิติแล้วส่งเข้าใจหมดทั้ง 11 มิติในจักรวาล แต่พระองค์ก็ยังทรงบอกว่าเรื่องจักรวาลยกไว้เรื่องหนึ่ง #สัพพัญญุตญาณ ของพระองค์ก็ยังไม่ทรงหยั่งรู้ว่าจักรวาลที่แท้จริงเป็นอย่างไรเกิดขึ้นมาตอนไหนมีขอบเขตสิ้นสุดที่ตรงไหนพระองค์เพียงแค่ตรัสว่าจักรวาลมีเป็นอนันต์ ในยามต้นแห่งราตรีของคืนวันตรัสรู้พระองค์ทรงบรรลุญาณระลึกชาติ ก็คือญาณที่สามารถหยั่งรู้ถึงการเกิดในครั้งก่อนก่อนที่วนเวียนไปตามมิติต่างๆดังนั้น #นอกจากทฤษฎีควอนตัมแล้วอีกวิธีหนึ่งที่สามารถทะลุมิติได้คือการฝึกเจริญสติถึงขั้นบรรลุญาณความจริงเหล่านี้ต้องปรากฏขึ้นก่อนการบรรลุอรหันต์

  • โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ

    #โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ มีบางอย่างที่ดีในตัวคุณ บางคนกําลังเป็นพยานในการกระทํา วาจา และจิตใจของคุณ #ผู้สังเกตการณ์คนนั้นคือคุณ ส่วนที่ดีที่สุดในตัวคุณเอง #วันไหนที่คุณไปถึงขั้นนั้น#คุณจะไม่ประจานตัวเองต่อหน้าผู้อื่นอีกต่อไป#จากนั้นคุณจะไม่พบจุดอ่อนในตัวเองอีกต่อไป จงไปที่นั่นและพบว่าความปลอดภัย อยู่ภายใน อย่าหลงทางต่อไปภายนอกตัวคุณเองและไม่รู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติของคุณ นั่งสมาธิทุกวัน เข้าสู่ความเงียบสงบและนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับแสงแห่งสัญชาตญาณที่เผาไหม้บนแท่นบูชา ไม่มีความกระสับกระส่าย ไม่มีการค้นหาหรือการมุ่งมั่นที่นั่น ตระหนักว่าความรู้ของตนเองสูงสุดอยู่ในตัวคุณ #ที่นั่นส่องประกายพลังของพระเจ้า ดื่มหัวเชื้อแห่งพระเจ้าที่หวานที่สุดและกลายเป็นอมตะ กลับสู่สูญญตา