ตลอดช่วงเวลาของชีวิตมนุษย์

ตลอดช่วงเวลาของชีวิตมนุษย์เราต้องกลับเข้าหาบ้านภายในให้ได้เมื่อสงบกับบ้านภายในได้แล้วบ้านภายนอกคือ #แดนวิมุตติที่เราจะได้ใช้ช่วงที่เหลือของชีวิตในการ #ขอบคุณ ผู้คนที่ผ่านพบ#ประตูธรรม๕หนเหนือบ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ?️? สถานที่เปิดมิติจิตวิญญาณและบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งโพธิจิต❌ 1 ก.พ. 2022วันนี้ครูงดเข้าสอนออนไลน์หนึ่งวันค่ะ

Similar Posts

  • ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง

    #ผู้สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำที่แท้จริงที่เชื่อมั่นในตัวเอง ในอุดมการณ์ ความหลงใหล และแผนการของพวกเขา และเต็มใจที่จะใช้ชีวิตที่แท้จริงในการให้บริการผู้อื่น สังคม โลกของเรา #และหลายคนได้เปลี่ยนแปลงสภาพของมนุษย์อย่างแท้จริงมีคนจำนวนมากที่ไม่อยู่ในรายการที่สร้างความแตกต่างทุกวันและทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเราทุกคน! คนเหล่านี้คือคนที่เราต้องการอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เราดีขึ้น ใหญ่กว่าตัวเรา เมตตา เอาใจใส่มากขึ้น และสร้างความแตกต่างในโลกทีละวัน#สิ่งที่สวยงามและน่าทึ่งเกี่ยวกับแรงบันดาลใจคือส่วนที่ “ธรรมดา” ของการเดินทางของมนุษย์กลายเป็น “#สิ่งที่ไม่ธรรมดา” #ด้วยพลังแห่งเจตจำนงเสรี, ความมุ่งมั่น, ความหลงใหล, จุดมุ่งหมาย, แง่บวก, ความปรารถนา, สมาธิ, สติ, การศึกษา, ความรู้, ปัญญา#และที่สำคัญที่สุดคือพลังแห่งการเลือกท่ามกลางเส้นทางชีวิตมากมาย อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? ใครเป็นแรงบันดาลใจให้เรา? อะไรทำให้เราเหนื่อย? ใครทำให้เราเหนื่อย? #ทางเลือกเป็นของเราเสมอที่จะทำให้

  • จิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ คือ สิ่งที่ความจริงของมนุษย์ต้องรู้จักและเข้าถึง ภาษาการปฏิบัติเรียกสิ่งนี้ว่า มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน กายในกาย จิตในจิต และชื่ออื่นๆ รวมถึงแต่ละศาสนายังมีชื่อเรียกมากมาย ยิ่งเพิ่มทางเลือกของความสับสนมากยิ่งขึ้น หากไม่มีผู้รู้ชี้ทาง ให้รู้แจ้งในสิ่งนี้ ก็จะกลายเป็นอวิชชา ความไม่รู้ อีกทั้งยังเสียเวลา ของการฝึกฝนหรือปฏิบัติ ไม่มีความก้าวหน้า เพราะไม่มีจิตวิญญาณ ซึ่งมีความสำคัญในการต่อความรู้ให้กับจิตต่อไป ซึ่งจิตวิญญาณนี้ อยู่ลึกลงไปภายในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวกำหนด วิถีวิญญาณในการใช้ชีวิตในภาคมนุษย์ หากเราค้นพบความมหัศจรรย์จากโลกภายใน (วิมุตตะมิติ) ยังจะพอมีหวังให้เรารู้จักจิตวิญญาณของเราได้บ้าง ซึ่งบางเส้นทางการฝึกฝน จะไม่อธิบายเรื่องการเข้าถึงแหล่งพลังงานนี้ ผู้ตามหาความจริงอาจต้องใช้ พิจารณญาณในการศึกษาผู้รู้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเฉพาะด้านที่จะช่วยชี้แนะและต่อญาณจิตให้เรา คำว่าจิต+วิญญาณ นั้น  2 สิ่งมีมีความหมายต่างกันจิต คือสิ่งที่มีอยู่ เช่นนั้น ดังเดิม ไม่สูญสลาย เวียนเกิดได้ในรูปแบบของหลายสิ่งที่มีชีวิตมีหน้าที่ในการเกาะเกี่ยวกับวิญญาณ จิตเดิม มีความไหวเอนง่าย เชื่อถือไม่ได้ พร้อมไหลไปตามวิญญาณ การปรุง การแต่ง  การสัมผัสรับรู้ ผ่านทาง หู ตา จมูก…

  • มารดลใจ

    #ถึงประตูธรรม มารดลใจ ๑๒/๑๑/๖๙ #มารดลใจ” (ท่านแม่ครูน้อยลองดูทั้งหมดแล้ว) คือรูปแบบหนึ่งของบททดสอบ ทางพลังงานที่แยบยลที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเข้าสู่ความเจริญในมิติที่ สูงขึ้น #โดยมีลักษณะดังนี้ ดลใจให้ “เพ่งโทษ”: มารจะดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น โดยเฉพาะกับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ หรือกัลยาณมิตร เพื่อให้เราสร้าง รอยรั่วทางบุญ เมื่อเรานินทาหรือตำหนิ พลังงานกุศลจะรั่วไหลออกไปทันที และทำให้เราเกิดสภาวะ ญาณบอด ดลใจให้ “ผิดสัจจะ”เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีหรือรักษาสัจจะ มารจะดลใจให้เรารู้สึกว่า “เอาไว้ก่อน” หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ต้องทำตามคำพูด เพื่อทำลายฐาน สัจจะบารมี ของเรา ซึ่งส่งผลให้การอธิษฐานจิตไม่มีพลังและเกิดอาการ เงินหนี ดลใจให้ “ใจหนักและกังวลมารจะดึงภาพความล้มเหลวในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมาให้เราคิดวนเวียน เพื่อทำลายสภาวะ ใจเบา ใจสบาย หากเราหลงเชื่อและจมอยู่กับความเศร้า พลังงานในตัวจะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักโชคลาภออกไป ดลใจให้ “อกตัญญู” มารจะพยายามทำให้เราลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ หรือดลใจให้เรามองว่าคำสั่งสอนของครูเป็นเรื่องน่ารำคาญ เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางพลังงาน (ท่อบารมี) ระหว่างเรากับแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ #วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าถูกมารดลใจรู้เท่าทัน: เมื่อจิตเริ่มคิดลบ ให้บอกตัวเองว่า “นี่คือบททดสอบ” แล้วหยุดความคิดนั้นทันที  #บันทึกจิตใหม่: รีบพลิกใจกลับมาที่ ความกตัญญู…

  • ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่ และการยกระดับจิตวิญญาณ

    ๒๗/๑/๖๙ ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่และการยกระดับจิตวิญญาณ หมายถึงการรักษา “เอกเทศทางพลังงาน” (Energetic Sovereignty) เพื่อไม่ให้กระแสลบหรือวิบากกรรมของผู้อื่นมาดึงรั้งการตื่นรู้ของเรา มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้ 1. การวางเฉยด้วยเมตตา (Equanimity with Compassion)การไม่ร่วมกรรมไม่ใช่การใจดำ แต่คือการระลึกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”: เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์หรือทำผิด ให้ช่วยตามกำลังที่ทำได้โดยไม่เอาใจไป “แบก” หรือไป “ตัดสิน” (Judge) #การด่าทอหรือซ้ำเติมผู้ที่ทำผิด คือการเอาตัวเราเข้าไปพันตูในกระแสกรรมนั้นโดยตรง 2. การรักษาขอบเขตพลังงาน (Setting Energetic Boundaries) ในยุคนี้เราต้องรู้จักการปฏิเสธสิ่งที่ “ไม่ใช่” สำหรับเรา หลีกเลี่ยงการนินทา: การร่วมวงนินทาคือการรับกระแสพลังงานลบและร่วมพันธะกรรมกับผู้พูดและผู้ถูกพูดถึง ไม่รับพิษทางอารมณ์: หากใครมาตัดพ้อหรือด่าทอเพื่อระบายพลังงานลบ ให้รับรู้แต่ไม่รับมาเป็นอารมณ์ของตนเอง 3. กฎแห่งการไม่แทรกแซง (Law of Non-Interference) หนึ่งในกฎสำคัญของการไม่ร่วมกรรมคือ การไม่เข้าไปก้าวก่ายบทเรียนชีวิตของผู้อื่นหากเขาไม่ได้ขอ บางครั้งความลำบากของเขาคือ “บทเรียน” ที่จิตวิญญาณเขาเลือกมาเพื่อเติบโต การเข้าไปช่วยผิดวิธีหรือช่วยจนเขาไม่ต้องเรียนรู้ #อาจเป็นการเข้าไปรับส่วนแบ่งแห่งกรรมนั้นมาโดยไม่จำเป็น 4. #การตัดพันธนาการทางจิต (Cutting Energetic Cords) #หากรู้สึกว่ายังยึดติดกับใครบางคนในทางลบ ให้ฝึกการ…

  • การคัดกรองคนเข้ามาในชีวิต คัดกรองด้วยระดับพลังงาน

    #การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา 1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ) ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่าการตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ 2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด 3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว) ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด…

  • หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง 

    #หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง (เริ่มต้นเข้าหาเทวดาประจำตัว)ย้ายสติวิญญาณเข้าสติประดับ5 (มิติที่5) ดังที่ท่านทราบเราอยู่ท่ามกลางการปฏิวัติปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในจิตสำนึกซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคน  กฎ 80-20 ระบุว่า 80% ของการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มักเกิดจากคน 20%20% ประกอบด้วยนักคิดชั้นนำ ผู้มีปัญญาผู้นำเทรนด์ที่มีสติสัมปชัญญะ #ในเรื่องจิตวิญญาณผู้คนระดับแนวหน้าบางครั้งเรียกว่าช่างแสงหรือ#วิญญาณเก่าซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาได้เรียนรู้มากขึ้นจากประสบการณ์ของพวกเขาผ่านหลาย ๆ ชาติ การเรียนรู้ขั้นสูงนี้ถูกเก็บไว้เป็นภูมิปัญญาในจิตวิญญาณของพวกเขาและพวกเขาจะได้รับประโยชน์จากมันอย่างมีสติผ่านคำแนะนำภายในที่เข้าใจง่าย  คำว่า ‘lightworker’มีความหมายเหมือนกันกับ‘#ผู้แสวงหาจิตวิญญาณ‘ รูปแบบจิตสำนึกของความหนาแน่นที่ต่ำกว่าและมิติสี่ ซึ่งเป็นขอบเขตของจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลางโปรดทราบว่าในขณะที่ร่างกายของเราอยู่ในความหนาแน่นในมิติที่สามในขณะนี้จิตใจของเรามีอิสระที่จะทะยานผ่านความหนาแน่น ที่มิติที่สี่ที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง  และเข้าสู่จิตสำนึกของวิญญาณที่มีความหนาแน่นที่มิติห้า  เมื่อบุคคลย้ายจากฟังก์ชันความหนาแน่นที่สามในการพัฒนาสติปัญญาพื้นฐานไปสู่ความหนาแน่นที่สี่ที่ต่ำกว่าโลกทัศน์ของพวกเขาจะขยายกว้างขึ้นและพวกเขาก็ตระหนักถึงความต้องการของชุมชนที่ใหญ่ขึ้น พวกเขาคำนึงถึงผลกระทบในระดับท้องถิ่นและระดับโลก #จากการกระทำของตนเองและการกระทำของผู้อื่นที่พวกเขาสนับสนุน ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมอาหารออร์แกนิก และความกังวลเรื่องการสร้างสันติภาพล้วนอยู่ภายใต้ความถี่ของจิตสำนึกนี้ #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น