ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง

?️?#เรื่องของมารทดสอบ

ทำความดีมักมีอุปสรรค
ธรรมสูงขึ้นหนึ่งศอก มารจะสูงขึ้นหนึ่งวา
ผู้บำเพ็ญจึงให้เห็นเป็นธรรมดา อย่าหวั่นไหว ไม่ท้อถอย
?ถูกทดสอบ….ว่าบำเพ็ญจริง!!!
?ถูกทดสอบ….เพื่อสะเดาะห์เคราะห์ ลบล้างหนี้เวรกรรม
?ถูกทดสอบ….เพื่อลบล้างความแข็งกระด้าง ยโส โอหัง
?ถูกทดสอบ….เพื่อกำหนดรู้ ดีกรี ระดับ มรรคผล

#แบบอย่างการทดสอบ

?️สอบประชิดตัว คือ เจ็บป่วยถูกทำร้าย
?️สอบอารมณ์ คือ ถูกทรยศหักหลัง
?️สอบรอบนอก คือ ถูกใส่ร้ายขู่ขวัญเป็นความ
?️สอบวิปริต คือ จากพรากล้มละลาย
?️สอบราบรื่น คือ สมหวังทุกอย่าง
?️สอบฝืดขัด คือ มีอุปสรรคบั่นทอน ทุกอย่าง
?️สอบพลิกผัน คือ ชะตากรรมผันผวน เช่น รวยแล้วจน

?️สอบทางธรรม เรื่องแปลก ๆ วุ่นวาย…
ให้รู้เท่าทัน มุ่งมั่นบำเพ็ญ มารทดสอบจะเลิกราไปเอง

?? เราชาวพุทธถูกสอนให้เกลียดมาร
มีอคติกับมารมานาน แต่เราไม่มีความรู้แจ้งจริงว่ามารคือใคร?

แท้แล้วมารคือ เทวดาชั้นหกไม่ต่างจากเทพหรอกเขาเป็นชาวสวรรค์เหมือนกันมีอาญาสิทธิ์ อาญาธรรมในการทำหน้าที่ของตนเองเหมือนกัน เป็นธรรมะ ธรรมชาติที่ขาดจากโลกนี้ไปไม่ได้
หากขาดแล้วก็จะเสียสมดุล

Similar Posts

  • 5 บทเรียนชีวิตขั้นพื้นฐาน ที่ทุกคนควรเรียนรู้ในชีวิตนี้

    ชีวิตก็เหมือนกับการล้มแล้วลุกใหม่ กระบวนการรับความรู้และบทเรียนการเรียนรู้ ในฐานะมนุษย์ เราไม่ได้ถูกสร้างมาให้สมบูรณ์แบบ พวกเราส่วนใหญ่จะทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เรามีความสามารถในการเรียนรู้จากความผิดพลาดซึ่งสอนให้เราเติบโตในฐานะบุคคล บางบทเรียนลึกซึ้งกว่าบทเรียนอื่น สิ่งเหล่านี้เราเรียกว่าบทเรียนชีวิต ความรู้ประเภทนี้ถือเป็นแพ็คเกจล้ำค่าที่เราพยายามจะพกติดตัวไปตลอด แต่บางครั้ง บางคนมักจะลืมสิ่งนี้และพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการเตือน ความรู้ส่วนใหญ่ของบทเรียนชีวิตเป็นเพียงการช่วยและแจ้งตัวเอง บางทีคนอื่นอาจได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้ในบางจุดผ่านทางคุณ แต่โดยพื้นฐานแล้วความรู้นี้มีไว้เพื่อช่วยเหลือคุณและมีเพียงคุณเท่านั้น การลืมสิ่งเหล่านั้นจะสร้างปัญหามากขึ้นเท่านั้นและอาจส่งผลด้านลบตามมาด้วย ดังนั้น แม้ว่าจะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเล็กน้อย แต่ก็คุ้มค่า เพื่อตัวคุณเอง อย่าลืมบทเรียนชีวิตทั้ง 5 ข้อนี้อีก ชีวิตคือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นไม่มีเหตุผลว่าทำไมคำพูดนี้จะถูกทำซ้ำจึงมักจะเป็นก็มีเป็นจำนวนมากของความจริงมัน คุณเป็นผู้กำกับชีวิตของคุณเอง นั่นคือส่วนที่คนมักจะลืม ไม่ใช่ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา บางคนอยากจะมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ มากกว่าสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ เช่น การกระทำของพวกเขาเอง การตั้งตัวเองเป็นเหยื่อและโทษโลกทั้งใบสำหรับตำแหน่งที่คุณอยู่ ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ง่ายแต่เมื่อเวลาผ่านไป มันจะลากคุณลงไปอีก ให้พยายามมุ่งเน้นไปที่แง่มุมต่างๆ ที่คุณสามารถควบคุมได้และจุดที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้จริง สิ่งต่างๆ อาจไม่ได้รับการแก้ไขในหนึ่งหรือสองวัน แต่การเข้ามาควบคุมอีกครั้ง คุณสามารถสร้างผลลัพธ์ของคุณเองได้อย่างแท้จริง แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่านั้นก็ตาม อย่าปล่อยให้ชีวิตของคุณถูกคนอื่นดำเนินไป มันคือชีวิตของคุณ ความรับผิดชอบของคุณ คุณแสดงตัวเองว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตคุณ อย่ากลัวที่จะทำมันสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปตามแผนเสมอไปบางครั้งสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณและในบางครั้งก็ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อคุณสังเกตเห็นว่าคุณกำลังมุ่งหน้าไปในทางที่ผิด อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนทิศทาง การดื้อรั้นและดำเนินต่อไปในทิศทางที่ผิดเดิมจะทำให้คุณอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางมากขึ้นเท่านั้นอุปมานี้สามารถใช้ได้กับทุกแง่มุมของชีวิตเรา ปลายทางสามารถมีความหมายที่แตกต่างกันสำหรับทุกคน ซึ่งอาจรวมถึงคนที่คุณมีส่วนร่วมหรือเป้าหมายที่คุณกำหนดไว้สำหรับตัวคุณเองหากคุณตระหนักถึงบางสิ่งหรือบางคนที่กีดกันคุณไม่ให้เติบโตและรู้สึกมีความสุขอย่าคาดหวังว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนไป คุณจะต้องทำการเปลี่ยนแปลง บางคนจะยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น แต่นี่คือจุดที่คุณเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณ…

  • โอวาทวันมุฑิตาจิต

    ครูฟอร์ดUnique lash education ตัวแทนนักเรียนนำเค้กมะพร้าวเขาถวายแม่ครู #ก่อนที่แม่ครูจะเดินทางไปแจกของเด็กๆ#โอวาทวันมุฑิตาจิตไม่ว่าจะอยู่ในโลกหรือในวัดภายในใจของคุณคุณสามารถละทิ้งทุกอย่างได้ รู้สึกว่าสิ่งที่คุณทําคือการทําให้พระเจ้าพอใจ ดังนั้นการฝึกจิตมีสองประเภทของการคืนชีพดวงวิญญาณ: 1.ผู้ที่สละทุกอย่าง ทั้งทางกายภาพ เขาสละคนอย่างคุณได้ และจิตใจ (เพื่อบวช)2.และผู้ที่ยังคงอยู่ใน โลกเพื่อเติมเต็มภาระหน้าที่ของพวกเขา แต่จิตใจละทิ้งความปรารถนาทั้งหมด (ฆราวาสธรรมที่ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ) เพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าในการทําสมาธิและในกิจกรรมบริการ #คุณสามารถเลือกได้หนึ่งอย่างว่าคุณจะเริ่มต้นในการฝึกจิตเพื่อการก้าวหน้าต่อดวงวิญญาณเช่นไร

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…

  • มนุษย์เราทุกคนเป็นเจ้าของ กายที่สองซึ่งเรียกว่า Double ดับเบิ้ล

    กายที่สองนี่เองที่ถูกเรียกว่าเป็นกายแห่งพลังงานเป็นส่วนพลังแม่เหล็กที่สัมพันธ์กับกายจริงของมนุษย์สัมพันธ์กับพลังหรือแรงของจักรวาลที่ไม่สามารถมองเห็นได้และสัมพันธ์กับพลังของระบบสุริยจักรวาลและดาวนพเคราะห์ตลอดจนกระทั่งสิ่งแวดล้อมต่างๆของชีวิตแต่ละบุคคลรังสีหรือแสงที่อยู่รอบๆกายเกิดขึ้นจากกายที่สองหรือกายแห่งพลังงานนี้เอง สิ่งที่สำคัญที่สุดของกายที่สองก็คือสามารถนำไปใช้สำหรับการแผ่ขยายจิตสามัญสำนึกกายที่สองเป็นสื่อกลางระหว่างการส่งกระแสจิตไปถึงบุคคลกับการรับรู้ด้วยสมาธิจิตตัวเอง#ความลับของพลังจิตก็ผูกพันกับกายทิพย์อย่างแน่นอน ถ่ายทอดโดย๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน#ศาสนศาสตร์ทางจิต#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา#High Self Esteem#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด#ไขความสว่างของ Lightworker#Empath หรือ Empathic คืออะไร#จงกลับเข้าหาจิตเดิมแท้ให้ได้ในชาตินี้#IG:https://www.instagram.com/p/BxG0i_vhL-P/…#Line@:https://line.me/R/ti/p/%40imepui

  • สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#บันทึกโดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล เมื่อใจสว่าง สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านกลาย #เป็นแรงดึงดูดสิ่งดีๆ ทันที นี่คือความหมายและวิธีรักษา ความสว่างของใจในยุคนี้ 1. ใจสว่าง คือใจที่ “#ไร้ขยะพลังงาน” ใจที่สว่างไม่ใช่ใจที่พยายามคิดบวก แต่คือใจที่ผ่านการ Detox จิต ล้างเอา Toxic คลื่น เช่น ความขี้น้อยใจ ความโกรธแค้น หรือการเพ่งโทษผู้อื่นออกไป เมื่อขยะใน บันทึกจิต หมดไป แสงสว่างจากดวงธรรมภายในจะปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ 2. อานิสงส์ของใจสว่างเงินวิ่งหา: เมื่อใจสว่าง คลื่นความถี่ของเราจะตรงกับ กระแสจิตพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกระแสแห่งความมั่งคั่งและเมตตาอารี ท่อพลังงาน บุญกับเงิน จะเปิดกว้าง ทำให้ชีวิตมีความคล่องตัวอย่างอัศจรรย์ #ญาณหยั่งรู้เปิด: สภาวะ ญาณบอด จะหายไป เราจะมีความคิดที่เฉียบแหลม เห็นช่องทางรอดและโอกาสในวิกฤต เพราะเทวดาประจำตัวสามารถสื่อสารสัญญาณเตือนหรือไอเดียดีๆ ให้เราได้ชัดเจน คลื่นดึงดูด: ใจที่สว่างจะเป็นแม่เหล็กดึงดูด กระแสบุญสัมพันธ์ นำพาคนดีๆ และเหตุการณ์ที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต 3….