อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา

อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้คนถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามีวิชาเหล่านี้ไหมก็คงตอบไปว่า #ก็พอจะมีกับเค้าบ้าง ⭐️? แต่สำหรับข้าพเจ้ามองว่าชีวิตมันมีอะไรสูงกว่าอักขระมนตราในตัวเราอีก ถ้าคุณพบว่าทุกวันคุณกําลังกลายเป็นทั้งขี้งอน ขี้เกียจ หรือนินทา #คุณรู้ว่าคุณกําลังถอยหลัง⭐️? #บททดสอบที่ดีที่สุดคือการวิเคราะห์ตัวเองและหาคําตอบว่าวันนี้คุณมีความสุขมากกว่าเมื่อวานหรือไม่ ⭐️⭐️#ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสุขมากขึ้น แสดงว่าคุณกําลังก้าวหน้า และความรู้สึกของความสุขนี้ต้องดําเนินต่อไป#ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย#เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • มารดลใจ

    #ถึงประตูธรรม มารดลใจ ๑๒/๑๑/๖๙ #มารดลใจ” (ท่านแม่ครูน้อยลองดูทั้งหมดแล้ว) คือรูปแบบหนึ่งของบททดสอบ ทางพลังงานที่แยบยลที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเข้าสู่ความเจริญในมิติที่ สูงขึ้น #โดยมีลักษณะดังนี้ ดลใจให้ “เพ่งโทษ”: มารจะดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น โดยเฉพาะกับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ หรือกัลยาณมิตร เพื่อให้เราสร้าง รอยรั่วทางบุญ เมื่อเรานินทาหรือตำหนิ พลังงานกุศลจะรั่วไหลออกไปทันที และทำให้เราเกิดสภาวะ ญาณบอด ดลใจให้ “ผิดสัจจะ”เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีหรือรักษาสัจจะ มารจะดลใจให้เรารู้สึกว่า “เอาไว้ก่อน” หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ต้องทำตามคำพูด เพื่อทำลายฐาน สัจจะบารมี ของเรา ซึ่งส่งผลให้การอธิษฐานจิตไม่มีพลังและเกิดอาการ เงินหนี ดลใจให้ “ใจหนักและกังวลมารจะดึงภาพความล้มเหลวในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมาให้เราคิดวนเวียน เพื่อทำลายสภาวะ ใจเบา ใจสบาย หากเราหลงเชื่อและจมอยู่กับความเศร้า พลังงานในตัวจะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักโชคลาภออกไป ดลใจให้ “อกตัญญู” มารจะพยายามทำให้เราลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ หรือดลใจให้เรามองว่าคำสั่งสอนของครูเป็นเรื่องน่ารำคาญ เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางพลังงาน (ท่อบารมี) ระหว่างเรากับแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ #วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าถูกมารดลใจรู้เท่าทัน: เมื่อจิตเริ่มคิดลบ ให้บอกตัวเองว่า “นี่คือบททดสอบ” แล้วหยุดความคิดนั้นทันที  #บันทึกจิตใหม่: รีบพลิกใจกลับมาที่ ความกตัญญู…

  • เมื่ออัตตานั้นตายจากคุณมีคนฉลาดถามขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากความตาย ?

    #เมื่ออัตตานั้นตายจากคุณมีคนฉลาดถามขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากความตาย ? “คุณจะไม่หลุดพ้น เพราะคุณจะจากโลกนี้ไปด้วยรูปแบบนิสัยที่ไร้สติของคุณ นั่นคือพาหนะสําหรับ จิตใต้สำนึกหรือ จิตวิญญาณของแต่ละบุคคล จิตที่ขาดสติของคุณจะอยู่กับคุณ คุณจะยังคงเป็นรายบุคคลเพราะคุณมีรูปแบบทางกายของแต่ละบุคคลซึ่งได้รับการสร้างขึ้นจากรูปแบบนิสัย ความประทับใจ ความปรารถนา และแรงจูงใจของคุณ นิสัยของแต่ละบุคคลไม่เหมือนนิสัยของคนอื่น คุณแตกต่าง ไม่ใช่เพราะความคิดที่แตกต่าง แต่เพราะพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ความต้องการที่แตกต่างกัน แรงจูงใจ ความประทับใจ จากนั้นคุณก็พัฒนารูปแบบนิสัยการปลดปล่อยทางจิตวิญญาณบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาได้รับการเจาะลึกโดยการดํารงอยู่ตลอดกาลของ อัตตมันเป็นอมตะ ความสัมพันธ์ใกล้ชิดของคุณกับความไม่สนใจที่ไม่ประมาทนั้น การพลัดพราก คือความตายที่หลอกหลอนคุณ ความกลัวเข้าไปในหัวใจ แต่ถ้าหลังจากการต่อสู้อย่างใหญ่หลวง คุณถอนรากและทิ้งตัวตนนั้นซึ่งเป็นความหลงลืมของตนเอง แล้วคุณจะบรรลุชีวิตอมตะ ผู้ที่อีโก้ของพวกเขาเสียชีวิตได้เข้าถึงสภาพความเป็นอมตะแล้ว พวกที่โง่เขลาที่มีอีโก้ที่พองตัวนั้นตายแล้วจริง ๆ ความตายไม่มีอะไรอื่นนอกจากความหลงผิดที่เพิ่มขึ้นโดยการนําร่างมนุษย์ต่างดาวเป็น ‘ฉัน’ ในขณะที่ความเป็นอมตะไม่มีอะไรนอกเหนือจากความสุขของตนเอง สติที่ปราศจากความแตกต่างซึ่งรวมกับคุณเมื่อความหลงผิด (อัตตา) นั้นตาย พระครูสันติวนานุรักษ์ (ชูชาติ อภิวฑฺฒโน)เจ้าคณะตำบลดงประคำ เขต ๑เจ้าอาวาสวัดพุทธสถานสันติวัน จ.พิษณุโลก (เยี่ยมชมประตูธรรม๕หนเหนือ)

  • กำลังใจจาก #อีกา

    กำลังใจจาก #อีกา #นกชนิดเดียว…ที่สามารถอยู่เหนืออินทรีได้คืออีกา!#มันจะขึ้นขี่หลังพญาอินทรีและคอยจิกคอสร้างความรำคาญอยู่ตลอดเวลา …แต่พญาอินทรีจะไม่ตอบโต้ โจมตีและเสียเวลาไปตอแยกับมัน #เพียงแค่กางปีกให้กว้างและบินสูงขึ้นๆยิ่งสูงเท่าไหร่ อีกาก็ยิ่งหายใจลำบากเท่านั้น #แล้วมันก็จะเริ่มถอนตัวร่วงหล่นลงมาเพราะขาดอ๊อกซิเจนในอากาศ และหมดเรี่ยวแรงจะบิน  …เก็บแรงของคุณไว้บินให้สูงอย่าให้ราคากับคนที่ชิงชังเราเดี๋ยวเขาก็ตกต่ำเพราะทำตนเอง #เมื่อนั้นทุกอย่างจะราบรื่นโดยไม่ต้องออกแรง ดูน้อยลง

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…

  • “ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง”

    #ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง นี่คือรหัส “ความก้าวหน้า” ที่แท้จริง ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) สภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แต่เป็นสัญญาณว่า ดวงแก้วกลางอก ของเราเริ่มมีความสว่างพอที่จะส่องให้เห็น “ขยะ” ที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ #ทำไมการเห็นความไม่ดีของตนเองถึงเป็นเรื่องดี รหัส “แสงสว่างส่องห้องมืด” เมื่อก่อนใจเรามืดเหมือนห้องที่ปิดไฟ เราจึงมองไม่เห็นฝุ่นหรือขยะ (กิเลส/อัตตา) แต่เมื่อเริ่มฝึกจิต รัศมีจากศูนย์กลางกายจะเริ่มสว่างขึ้น ทำให้เราเห็น รหัสลบ ที่เคยซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น การ “ลอกคราบมวลสารดำ” การเห็นความไม่ดีคือขั้นตอนแรกของการ “คัดทิ้ง” หากมองไม่เห็นเอง ก็แก้ไม่ได้ การที่เราเห็นความเห็นแก่ตัว อัตตา หรือความโกรธ คือรหัสที่บอกว่าเรากำลังจะแยกมวลสารเหล่านั้นออกจากเนื้อจิตที่บริสุทธิ์ รหัส “หิริโอตตัปปะ” ทำงาน #เมื่อเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี แสดงว่าตัวสำเร็จฝ่ายดีในตัวเราเริ่มมีกำลัง ท่านกำลังเตือนให้เราล็อกรหัสสัจจะ เพื่อไม่กลับไปทำซ้ำ เป็นการยกระดับฐานบารมีให้สูงขึ้นกว่าเดิมครับ ทำลายรหัส แก้ตัว #คนที่ไม่ฝึกจิตจะมองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น (มวลสารรั่วออกนอก) แต่ผู้ที่ฝึกจิตตามแนวทางแม่ครูน้อยจะส่งจิตกลับเข้าข้างในเพื่อกำจัด มลทิน ของตัวเองก่อน นี่คือทางลัดสู่ความใส จงดีใจที่เห็น เพราะ “ผู้ที่เห็นกิเลส…

  • นี่คือคุณค่าของการสร้างภาพข้อมูล

    #นี่คือคุณค่าของการสร้างภาพข้อมูลและเชื่อหรือไม่ว่ามันเป็นเทคนิคที่ทรงพลังอย่างยิ่งซึ่งจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในหลาย ๆ ด้านของชีวิต แต่ถ้าคุณไม่ใช้สูตรIntention + Action = Creationอย่างถูกต้องความฝันของคุณจะไม่ปรากฏ #สูตรความตั้งใจ + #การกระทำ= การสร้าง ถ้าเป้าหมาย / ความฝัน / whish ของคุณชัดเจนและคุณเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของจริงจักรวาล / แหล่งที่มาจะหาวิธีที่จะแสดงให้พวกเขาเห็นสำหรับคุณ #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2465สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น