จิตที่สอนไม่ได้

#จิตที่สอนไม่ได้”

คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้

1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา)
จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที
อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)
⚠️ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้

2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ
จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขา
อาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลัง
⚠️ผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่

3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเอง
จิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ” แต่ใจไม่คิดจะเปลี่ยน รับปากครูบาอาจารย์หรือเทวดาไว้แต่ไม่เคยรักษาสัญญา
อาการ: รับสัจจะเพียงเพื่อให้ดูดีในสายตาคนอื่น แต่ลับหลังยังทำนิสัยเดิม
⚠️ผลในยุค 2026: เสาสัญญาณบารมีจะขาดสะบั้น เมื่อถึงคราววิกฤตในปี 2026 จะไม่มีแรงบุญมาคุ้มครอง เพราะพลังงานสัจจะไม่มีน้ำหนักพอที่จะสั่งการมิติทิพย์

4. อกตัญญูและปรามาส (สายใยขาด)
เมื่อไม่ถูกใจหรือถูกขัดใจ #จิตจะเปลี่ยนจากความศรัทธาเป็นความเกลียดชังหรือการลบหลู่ผู้มีพระคุณ
อาการ: มองว่าครูดุเพราะอคติ ไม่เห็นความเมตตาที่ซ่อนอยู่ (ไม่รู้จักครู)
⚠️ผลในยุค 2026: ท่อพลังงานจากต้นสายบารมีจะถูกปิดโดยอัตโนมัติ กลายเป็นคน “บารมีขาด” ต้องเผชิญวิบากกรรมเพียงลำพังโดยไม่มีเทวดาหนุนหลัง

🚩🚩🚩#วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ามี “จิตที่สอนไม่ได้”
ลดอัตตา (ยอมรับและปรับปรุง): ท่องไว้ว่า “เรายังไม่รู้ เรายังมีรอยรั่ว” เมื่อใจยอมรับ ความบริสุทธิ์จะเริ่มกลับมา
ฝึกความกตัญญู: นึกถึงวันที่เราลำบากแล้วใครฉุดเราขึ้นมา เพื่อละลายจิตใจที่แข็งกระด้าง
ฝึกใจให้ “เบา สบาย”: เลิกจับผิดคนอื่น กลับมาดูใจตัวเองว่าสะอาดหรือยัง
ขอขมาเทวดาและครู: จัดน้ำสะอาด 1 แก้ว อธิษฐานขอขมาที่เคยดื้อรั้นและปรามาส เพื่อขอโอกาส “ต่อสายใย” อีกครั้ง

🚩🚩🚩 : จิตที่สอนไม่ได้คือจิตที่เดินลงเหวด้วยตนเอง หากเราอยากเข้าสู่ ยุคศิวิไลซ์ จงเป็นศิษย์ที่ “ดัดง่าย” มีสัจจะ และกตัญญู แล้วทางรุ่งเรืองจะเปิดออกเอง

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิด

    พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิดแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ· กามรูปี พญานาคที่เสวยกามคุณ· อกามรูปี พญานาคที่ไม่เสวยกามคุณ #อายุของพญานาคราชจะมีอายุไม่เท่ากัน คือ ขึ้นอยู่กับบารมีของแต่ละองค์ผู้มีฤทธิ์บารมีสูงก็จะแบ่งจิตลงมาเกิดเป็นมนุษย์และสร้างสมบารมีด้วยการปฏิบัติธรรมและส่งผลย้อนกลับไปสู่ดวงจิตเดิมพญานาคจะมีดวงจิตทั้งหมด ๔๙ ดวงจิต การแบ่งจิตลงมานั้น จะแบ่งมาแค่ ๓๒ ดวงจิต อีก ๑๗ ดวงจิต จะคอยดูแลในการปฏิบัติของการเกิดดังนั้นเราจึงได้รับฟังว่าพญานาคบางองค์ท่านอยู่มานานหลายหมื่นแสนปี #ทำไมเราจึงไม่เห็นพญานาคเพราะพญานาคมีธาตุ ๓ ธาตุ คือ ธาตุไฟ๑ ธาตุลม๑ ธาตุน้ำ๑ จะไม่มีธาตุดิน เหมือนคนเราเราจึงไม่สามารถมองเห็นพญานาคนอกเสียจากว่าเราจะมี ๒ วิธี คือ  เคยเป็นพญานาคในชาติก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ คือปฏิบัติภาวนาจนถึงขึ้นอภิญญา ๖  เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ ๙ พญานาคราช ผู้ปกครองพิภพบาดาล …1.พญาอนัตนาราช2.พญามุจรินทร์นาคราช3.พญาภุชงค์นาคราช4.พญาศีรสุทโธนาคราช5.พญาศรีสัตตนาคราช6.พญาเพชรภัทรนาคราช หรือ พญาเกล็ดแก้วนาคราช7.พญานาคดำแสนสิริจันทรานาคราช8.พญายัสมัญนาคราช9.พญาครรตะศรีเทวานาคราช

  • อาลัยสติดวงวิญญาณเก่า

    #อาลัยสติดวงวิญญาณเก่า ชีวิตและความสุขที่จะช่วยให้จิตใจที่กว้างขวางเปิดและกําลังดําเนินชีวิตอย่างมีความสุข ควรเตือนตนเองบ่อยๆว่าถ้าคนคนหนึ่งคิดเสมอว่าเขาเป็นคนที่ดีมากกว่าคนอื่นๆ #เพราะเขาฉลาดมีอํานาจที่ดีมีความสามารถที่ดีมีอํานาจที่รวดเร็ว…  นั่นคือ เหมือนคนนั่งอยู่บนที่สูงที่สุดของภูเขาสูง #อย่างไรก็ตามที่นั่นหนาวและรุนแรงมาก #ผู้คนจะรู้สึกโดดเดี่ยวและต้นไม้ไม่สามารถเติบโตที่นั่นได้เลย ในทางตรงกันข้ามกับคนที่มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ในตําแหน่งที่ต่ำกว่าคนอื่น จะเพลิดเพลินกับชีวิตด้านล่างที่เต็มไปด้วยความสุข

  • #เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า

    #เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า#เรามิได้มีปัญญามากพอ #อย่าโทษคนอื่นเพราะขาดศรัทธา หากเราไม่รู้สึกถึงการอุทิศตนมากนัก#นั่นไม่ใช่เพราะครูของเรามีบางอย่างผิดปกติหรือเพราะว่าเพื่อนของเราส่งผลในทางลบ #เป็นเพราะข้อบกพร่องของเราเองและวิธีรับรู้สิ่งต่างๆ #ที่ผิด ครูกำลังวางทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุการตรัสรู้ดังนั้นเราควรเห็นความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่เขาทำและพูด #หากเราคิดว่าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง สิ่งใดที่พระองค์ทรงทำก็สมบูรณ์แบบ การอุทิศตนในลักษณะนี้จะทำให้การรับรู้ที่ไม่บริสุทธิ์ของเรา #ซึ่งเราเห็นข้อบกพร่องในตัวครู#หลีกทางให้การรับรู้ที่บริสุทธิ์ซึ่งเราเห็นกิจกรรมที่ตรัสรู้ของพระองค์ตามที่เป็นอยู่จริง #ถ้าเราไม่มีศรัทธาเราจะเห็นข้อบกพร่องในตัวครูเช่นเดียวกับสุนักษัตที่ประกาศว่า #คำสอนของพระพุทธเจ้ามีไว้เพื่อหลอกมนุษย์ และพระเทวทัตซึ่งแม้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระพุทธเจ้าก็พยายามทำร้ายเขาทั้งชีวิต #ดังนั้นให้ตรวจสอบข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องของคุณเอง

  • ให้อนุโมทนา

    #ให้อนุโมทนา บุญจากการเดินดงทุกครั้งมีอานิสงค์สูงมากทันตาเห็นไม่ทันข้ามวันข้ามคืนผลิกคว่ำผลิกหงาย(ของปลอมก็ให้หงาย)ของร้ายก็ให้ปรากฏของปลดอย่าได้ปิดของมืดมิดให้สว่าง #ผู้มีเจตนาดีก็พบความโชคดีไม่สุดสิ้นผู้เจตนาร้ายก็ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา ความสันโดษ หมายถึง ความพอใจตามมีตามได้ พอใจตามสมควร ตามกำลังความสามารถ ตามฐานะ พอใจตามควรแก่ศีลธรรม หมายถึง ความไม่มักมาก ความรู้จักประมาณ ไม่โลภ รู้จักพอ  การที่ผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้ใจ ได้รับความรัก ความเชื่อถือ ก็ต้องมีความสันโดษเป็นคุณสมบัติ ความสันโดษจะแสดงให้เห็นได้แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่ากันว่า #หากต้องการทำให้ผู้ใดที่เคยดีกับเรา เคยศรัทธาเรา เกลียดเรา ก็ให้สังเกตดูว่าเขามีของอะไรที่เป็นของรักของหวง แล้วก็ให้ขอสิ่งนั้น แรกๆ เขาก็อาจจะให้ แต่สุดท้ายเขาจะห่างหายไปเอง ดังคำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” ในทางตรงข้ามกันก็เป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะผู้ที่มักขอ หรือขอในสิ่งที่สำคัญหรือสิ่งที่ผู้นั้นหวงแหน ย่อมไม่เป็นที่รักอย่างแน่นอน ผู้ที่มีแต่ความโลภ ความต้องการโน่นนี่เสมอ ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ จึงไม่เป็นที่รักของใครๆ อย่างแน่นอน  ผู้ที่มีความสันโดษอย่างแท้จริง จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ประมาณในอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และมีความงดงามในการดำรงชีวิต 

  • จิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ คือ สิ่งที่ความจริงของมนุษย์ต้องรู้จักและเข้าถึง ภาษาการปฏิบัติเรียกสิ่งนี้ว่า มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน กายในกาย จิตในจิต และชื่ออื่นๆ รวมถึงแต่ละศาสนายังมีชื่อเรียกมากมาย ยิ่งเพิ่มทางเลือกของความสับสนมากยิ่งขึ้น หากไม่มีผู้รู้ชี้ทาง ให้รู้แจ้งในสิ่งนี้ ก็จะกลายเป็นอวิชชา ความไม่รู้ อีกทั้งยังเสียเวลา ของการฝึกฝนหรือปฏิบัติ ไม่มีความก้าวหน้า เพราะไม่มีจิตวิญญาณ ซึ่งมีความสำคัญในการต่อความรู้ให้กับจิตต่อไป ซึ่งจิตวิญญาณนี้ อยู่ลึกลงไปภายในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวกำหนด วิถีวิญญาณในการใช้ชีวิตในภาคมนุษย์ หากเราค้นพบความมหัศจรรย์จากโลกภายใน (วิมุตตะมิติ) ยังจะพอมีหวังให้เรารู้จักจิตวิญญาณของเราได้บ้าง ซึ่งบางเส้นทางการฝึกฝน จะไม่อธิบายเรื่องการเข้าถึงแหล่งพลังงานนี้ ผู้ตามหาความจริงอาจต้องใช้ พิจารณญาณในการศึกษาผู้รู้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเฉพาะด้านที่จะช่วยชี้แนะและต่อญาณจิตให้เรา คำว่าจิต+วิญญาณ นั้น  2 สิ่งมีมีความหมายต่างกันจิต คือสิ่งที่มีอยู่ เช่นนั้น ดังเดิม ไม่สูญสลาย เวียนเกิดได้ในรูปแบบของหลายสิ่งที่มีชีวิตมีหน้าที่ในการเกาะเกี่ยวกับวิญญาณ จิตเดิม มีความไหวเอนง่าย เชื่อถือไม่ได้ พร้อมไหลไปตามวิญญาณ การปรุง การแต่ง  การสัมผัสรับรู้ ผ่านทาง หู ตา จมูก…

  • แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ

    #แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ#และทำในสิ่งที่คุณรักนั้นเป็นแม่เหล็ก#คุณจะจัดทุกสิ่งที่คุณต้องการ#ในชีวิตด้วยพลังงานนั้น  สั่นสะเทือนด้วยความโกรธจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความรัก  สั่นสะเทือนด้วยความอิจฉาริษยาจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของการตรัสรู้  สั่นสะเทือนด้วยความกลัวจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความมีเหตุผล  สั่นสะเทือนด้วยความขาดแคนจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความอุดมสมบูรณ์  แรงสั่นสะเทือนของกฎจักรวาลแยกมนุษย์และบางสิ่งบางอย่างให้แตกต่างกันวันนี้คุณเป็นเช่นไรนั่นคือระดับการสั่นสะเทือนในตัวคุณ แรงสั่นสะเทือนคือความรู้สึกที่คุณรู้สึกกับตัวคุณเองมิใช่คำพูดที่คุณพูดออกมา