เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่ คืออะไร

เทวดาประจำตัวตอบว่ามีจริง แล้วคืออะไร  การอธิบายในเนื้อหานี้ คือรูปธรรมทางพลังงานชนิดหนึ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของมนุษย์ คำว่าเทวดาประจำตัวถูกจำกัดความในความหมายของภาษาเรียก เพียงเท่านั้น และแนวการปฏิบัติของสิ่งที่ถูกเรียกชื่อหรือความเชื่อ
          ทั้งหมดนี้จะสามรถไขปริศนาได้ให้ท่านได้เมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งพลังงาน หรือมีโอกาส ได้รู้จักเทวดาประจำตัว แล้วเท่านั้น ท่านจึงจะทราบความหมายของสิ่งๆนั้น ได้ด้วยตัวท่านเอง

Similar Posts

  • มีเมตตาต่อทุกสิ่ง

    #มีเมตตาต่อทุกสิ่งคุณรู้หรือไม่ว่าพลังงานความเห็นอกเห็นใจนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพลังงานทั้งหมด? ใช่ แข็งแกร่งกว่าความรักด้วยซ้ำ ความรักเป็นเรื่องรอง พอโตก็กลายเป็นความสงสาร คุณสามารถแสดงความเห็นอกเห็นใจแทนการวิพากษ์วิจารณ์ได้ไหม? คุณเห็นอกเห็นใจเกี่ยวกับสิ่งที่คุณต้องอดทนได้ไหม? คุณสงสารคนที่ตัดขาดคุณได้ไหม? หรือคนที่โกงทางผ่านสายที่คุณรออย่างอดทน? คุณมีความเห็นอกเห็นใจผู้นำชุมชนคุณหรือไม่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่แค่รายการโปรดของคุณ #ตัวกรองความเห็นอกเห็นใจของคุณแข็งแกร่งแค่ไหน?คุณจะอยู่กับคนที่ทำให้คุณโกรธ กังวล กลัว และเห็นพระเจ้าในพวกเขาหรือไม่? #ปรมาจารย์ที่เดินดินมีระดับสูงสุดของความเมตตาของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด พวกเขามีความสามารถในการปรับพลังงานของผู้อื่นโดยอาศัยระดับความเห็นอกเห็นใจที่พวกเขาสามารถแผ่ออกไปสู่ผู้อื่นได้ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญและทำไมทุกคนถึงอยากอยู่กับพวกเขา คุณเคยเป็นพวกเขาและคุณจะเป็นอีกครั้ง #เริ่มด้วยความเมตตา ณ บัดนี้คุณรู้สึกว่าพระเจ้าผู้สร้างหลักของเรามีเมตตาในทุกสถานการณ์หรือไม่? คุณยังคงรู้สึกว่าจำเป็นต้องเชื่อว่าพระเจ้าจะต้องมีมนุษยธรรมและตัดสิน ลงโทษ หรือเอาผิดต่อความรุนแรงต่อผู้ที่ผิดศีลธรรมในการรับรู้ของคุณหรือไม่? พระเจ้าผู้เปี่ยมด้วยความรักล้วนเลือกคัดเลือกผู้ที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจหรือไม่? เมื่อคุณสามารถเริ่มประสานคำตอบของคำถามเหล่านี้ที่ประสานกับพลังงานในหมู่พวกเราได้ คุณจะเริ่มมองเห็นสิ่งต่าง ๆ (ทุกสิ่ง) ผ่านมุมมองอื่น #คุณจะเริ่มเห็นความสงสารในทุกสิ่งและระบบแห่งความรักที่เกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดได้

  • ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่ และการยกระดับจิตวิญญาณ

    ๒๗/๑/๖๙ ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่และการยกระดับจิตวิญญาณ หมายถึงการรักษา “เอกเทศทางพลังงาน” (Energetic Sovereignty) เพื่อไม่ให้กระแสลบหรือวิบากกรรมของผู้อื่นมาดึงรั้งการตื่นรู้ของเรา มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้ 1. การวางเฉยด้วยเมตตา (Equanimity with Compassion)การไม่ร่วมกรรมไม่ใช่การใจดำ แต่คือการระลึกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”: เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์หรือทำผิด ให้ช่วยตามกำลังที่ทำได้โดยไม่เอาใจไป “แบก” หรือไป “ตัดสิน” (Judge) #การด่าทอหรือซ้ำเติมผู้ที่ทำผิด คือการเอาตัวเราเข้าไปพันตูในกระแสกรรมนั้นโดยตรง 2. การรักษาขอบเขตพลังงาน (Setting Energetic Boundaries) ในยุคนี้เราต้องรู้จักการปฏิเสธสิ่งที่ “ไม่ใช่” สำหรับเรา หลีกเลี่ยงการนินทา: การร่วมวงนินทาคือการรับกระแสพลังงานลบและร่วมพันธะกรรมกับผู้พูดและผู้ถูกพูดถึง ไม่รับพิษทางอารมณ์: หากใครมาตัดพ้อหรือด่าทอเพื่อระบายพลังงานลบ ให้รับรู้แต่ไม่รับมาเป็นอารมณ์ของตนเอง 3. กฎแห่งการไม่แทรกแซง (Law of Non-Interference) หนึ่งในกฎสำคัญของการไม่ร่วมกรรมคือ การไม่เข้าไปก้าวก่ายบทเรียนชีวิตของผู้อื่นหากเขาไม่ได้ขอ บางครั้งความลำบากของเขาคือ “บทเรียน” ที่จิตวิญญาณเขาเลือกมาเพื่อเติบโต การเข้าไปช่วยผิดวิธีหรือช่วยจนเขาไม่ต้องเรียนรู้ #อาจเป็นการเข้าไปรับส่วนแบ่งแห่งกรรมนั้นมาโดยไม่จำเป็น 4. #การตัดพันธนาการทางจิต (Cutting Energetic Cords) #หากรู้สึกว่ายังยึดติดกับใครบางคนในทางลบ ให้ฝึกการ…

  • จงพัฒนาปัญญา

    จงพัฒนาปัญญาให้รู้ทุกมิติมัวแต่อยู่มิติที่ 5ไม่ขึ้นไม่ลง#มันจะบ้าความรัก#บ้าความสมบูรณ์ขึ้นลงสติด้วยการพิจารณาความจริงของเรื่องบ้าง #ตั้งสติ

  • วิธีชนะเกมส์แห่ง ” ชีวิต”

    ?️? #ใครบ้างเดินออกจากชีวิตคุณ เราเคยได้ยินคำอุปมามาก่อนแล้ว… เกมแห่งชีวิต พบว่าสิ่งนี้เป็นการเปรียบเทียบที่แท้จริงและเป็นสิ่งที่ช่วยเราในการนำทางการโต้ตอบแบบวันต่อวัน การใช้เกมหมากรุกโดยเฉพาะเป็นตัวอย่างหมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์ มีกฎเกณฑ์ในการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนต่างๆ และกฎที่ควบคุมตัวเกมโดยรวมเอง การเปลี่ยนกฎจะส่งผลให้มีการเล่นเกมที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในขณะนี้ มนุษยชาติยังคงเล่นหมากรุกเวอร์ชันเก่า (เคลื่อนผ่านชีวิตผ่านการควบคุม การยักย้ายถ่ายเท และการกระทำตามความกลัวอื่นๆ) ในขณะเดียวกันก็อยู่ท่ามกลางการเจรจาต่อรองและร่วมสร้างกฎใหม่ (วิธีการเคลื่อนไหว) ผ่านการกระทำด้วยความรัก) เมื่อการเจรจาใหม่ของเรากลายเป็นแนวทางใหม่ของการเป็นและการใช้ชีวิต เกมใหม่ทั้งหมดจะเผยออกมา จนกว่าเราจะเริ่มเล่นตามกฎใหม่ เรายังต้องทำตามกฎเก่าให้ดีที่สุด คนส่วนใหญ่ หลายปีที่ผ่านมา… รวมถึงครูด้วย… ได้เห็นเกมหมากรุกเป็นการแข่งขันที่ใส่กล่องของอีกฝ่าย อันที่จริงเป็นราชาของพวกเขา ไม่ทิ้งพวกเขาไปอีก การเคลื่อนไหวที่เป็นไปได้ บังคับมอบตัว. การเล่นหมากรุกเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์กับบุคคลอื่นเป็นวิธีหนึ่งในการเล่นเกมและไม่ใช่วิธีเดียว (ในชีวิต….บ่อยแค่ไหนที่เราทุกคนยอมจำนนในแง่มุมของตัวเอง เลิกเป็นตัวตนที่แท้จริงของเรา ละเลยของประทานที่เรามีที่สามารถให้บริการแก่สิ่งสร้างทั้งหมดได้ ถ้าคุณเป็นเหมือนครู บังคับให้ยอมจำนน และการถูกขังในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่จริงกลายเป็นวิถีปกติของการเป็นอยู่และการใช้ชีวิตประจำวัน) เกมหมากรุกยังสามารถใช้เป็นเกมกลยุทธ์เพื่อให้ตัวเองเป็นอิสระและยังคงมีตัวเลือกในแต่ละครั้งที่ทำ (แทนที่จะยอมจำนน จุดสนใจเปลี่ยนเป็นการถามตัวเองว่าสามารถเลือกอะไรได้บ้าง กลยุทธ์ใดที่นำมาใช้ในที่ที่เรายังคงมีอิสระในการใช้ชีวิตในแบบที่ไม่เหมือนใครซึ่งเราแต่ละคนถูกสร้างมาให้เป็นและอยู่ในกระบวนการ กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของความจริงส่วนตัวของเรา ). เล่นในลักษณะนี้ทั้งหมากรุกและชีวิตกลายเป็นสนามฝึกซ้อมสำหรับเกมใหม่ที่เราทุกคนร่วมสร้างเพราะมันฝึกให้เรามองเห็นตัวเลือกทั้งหมดมองภาพใหญ่และฝึกฝนการมีส่วนร่วมกับทุกคนในความพยายามที่จะเห็น สิ่งที่เราชอบ สิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความปรารถนาของเรา ผู้สนับสนุนเราในการแสวงหาอิสรภาพ และที่ซึ่งยังคงมีการเลือกจากสถานที่แห่งการยอมจำนนแทนความสุขและความรัก แม้จะเล่นเกมโดยใช้กลยุทธ์เพื่อให้มีอิสระ แต่เราก็ยังพบว่าตัวเองถูกใส่ร้ายในบางครั้ง ไม่เป็นไรเพราะเราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง เราเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรู้อีกครั้งว่าในแต่ละเกมที่เล่น วิสัยทัศน์และขอบเขตของเราในการรวบรวมภาพที่ใหญ่ขึ้น ในแต่ละเกมใหม่ ปัญญามากขึ้นจะได้รับจากประสบการณ์ตรง…

  • #เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า

    #เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า#เรามิได้มีปัญญามากพอ #อย่าโทษคนอื่นเพราะขาดศรัทธา หากเราไม่รู้สึกถึงการอุทิศตนมากนัก#นั่นไม่ใช่เพราะครูของเรามีบางอย่างผิดปกติหรือเพราะว่าเพื่อนของเราส่งผลในทางลบ #เป็นเพราะข้อบกพร่องของเราเองและวิธีรับรู้สิ่งต่างๆ #ที่ผิด ครูกำลังวางทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุการตรัสรู้ดังนั้นเราควรเห็นความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่เขาทำและพูด #หากเราคิดว่าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง สิ่งใดที่พระองค์ทรงทำก็สมบูรณ์แบบ การอุทิศตนในลักษณะนี้จะทำให้การรับรู้ที่ไม่บริสุทธิ์ของเรา #ซึ่งเราเห็นข้อบกพร่องในตัวครู#หลีกทางให้การรับรู้ที่บริสุทธิ์ซึ่งเราเห็นกิจกรรมที่ตรัสรู้ของพระองค์ตามที่เป็นอยู่จริง #ถ้าเราไม่มีศรัทธาเราจะเห็นข้อบกพร่องในตัวครูเช่นเดียวกับสุนักษัตที่ประกาศว่า #คำสอนของพระพุทธเจ้ามีไว้เพื่อหลอกมนุษย์ และพระเทวทัตซึ่งแม้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระพุทธเจ้าก็พยายามทำร้ายเขาทั้งชีวิต #ดังนั้นให้ตรวจสอบข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องของคุณเอง

  • โอวาทวันมุฑิตาจิต

    ครูฟอร์ดUnique lash education ตัวแทนนักเรียนนำเค้กมะพร้าวเขาถวายแม่ครู #ก่อนที่แม่ครูจะเดินทางไปแจกของเด็กๆ#โอวาทวันมุฑิตาจิตไม่ว่าจะอยู่ในโลกหรือในวัดภายในใจของคุณคุณสามารถละทิ้งทุกอย่างได้ รู้สึกว่าสิ่งที่คุณทําคือการทําให้พระเจ้าพอใจ ดังนั้นการฝึกจิตมีสองประเภทของการคืนชีพดวงวิญญาณ: 1.ผู้ที่สละทุกอย่าง ทั้งทางกายภาพ เขาสละคนอย่างคุณได้ และจิตใจ (เพื่อบวช)2.และผู้ที่ยังคงอยู่ใน โลกเพื่อเติมเต็มภาระหน้าที่ของพวกเขา แต่จิตใจละทิ้งความปรารถนาทั้งหมด (ฆราวาสธรรมที่ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ) เพื่อช่วยเหลือคนที่ต้องการที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าในการทําสมาธิและในกิจกรรมบริการ #คุณสามารถเลือกได้หนึ่งอย่างว่าคุณจะเริ่มต้นในการฝึกจิตเพื่อการก้าวหน้าต่อดวงวิญญาณเช่นไร